in ,

Real | ความจริง Part 6

การพบกับคุณซาวาดะ (Meeting Sawada)

thb-real-part-6-feature-image
BG Image by Unsplash.com Edited by The Haunted Bar

กลับมาต่อกับ ความจริง ตอนที่6

ในที่สุดพวกผมก็ได้เดินทางมาถึงวัดของคุณซาวาดะหลังจากที่ผมต้องทรมานอยู่หลายวัน…

ความรู็สึกหนักอึ้งที่ผมมีมันเริ่มรู้สึกเบาลงหลังจากที่ผมได้ก้าวเท้าเข้ามาในวัดแห่งนี้

บรรยากาศรอบวันนั้นมันเต็มไปด้วยความสงบสุข, ความอบอุ่น, และความอ่อนโยน เช่นเดียวกับความรู้สึกที่ผมคุ้นเคยทุกครั้งเวลาที่ผมเจอกับคุณซาวาดะ ผมรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเวลาที่ได้เจอเธอ

จากนั้นชายสูงวัยอายุราวๆ 60 ออกมาต้อนรับเราด้วยความอ่อนโยน และเชิญเราให้เขาไปพบคุณซาวาดะ ซึ่งเธอเองก็ได้รอพบกับพวกผมในห้องที่มีแท่นบูชาพระพุทธรูปอยู่ ซึ่งเธอก็มักจะนั่งอยู่บนหมอนรองเข่าอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูปเหมือนกับทุกๆครั้งที่ผมเห็น

หลังจากนั้นคุณซาวาดะก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

คุณซาวาดะ: “ โอ้นานเท่าไหร่แล้วเนี่ยที่ฉันไม่ได้เจอกับเธอ, โคตะ เธอโตขึ้นมากเลยนะเนี่ย ”

คุณยายของผม: “ คุณซาวาดะ! โคตะหลานฉันจะเป็นอะไรหรือเปล่า?”

คุณตาของผม: (เขารีบพูดกับคุณยายของผม) “ยายก็… อย่าไปกดดันคุณซาวาดะสิ พวกเราพึ่งจะมาถึงเองนะ จะให้เขามีคำตอบกับเราได้ยังไงละ จะรีบไปไหนกัน?”

คุณยายของผม: “ตานะเงียบๆไปเลย ฉันก็แค่เป็นห่วงหลานชายของฉันก็เท่านั้นเอง!”

คุณซาวาดะยิ้มให้กับคุณยายของผมพร้อมกับบอกกับเธอว่าทุกๆอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

เธอบอกให้คนอื่นๆในครอบครัวของผมนั้นออกไปรอข้างนอกห้องและรอจนกว่าเธอจะเรียกให้เข้ามาในห้องได้ ในตอนนั้นมีเพียงแค่ผมกับคุณซาวาดะเพียงสองคนที่อยู่ในห้องนั้น

ผมรู้สึกแปลกใจที่ทุกๆคนนั้นต่างก็รู้สึกโล่งใจและหมดกังวลเมื่อคุณซาวาดะอยู่ต่อหน้าของพวกเขา

สำหรับผมเองทุกครั้งที่ผมหายใจออกผมรู้สึกว่าสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายที่พยายามกัดกินผมมันค่อยจางหายไปเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณซาวาดะ

คุณซาวาดะเรียกให้ผมไปนั่งตรงหน้าเธอ

เธอบอกให้ผมนั่งชิดกับเธอแบบเอาเข่าชนเข่า หลังจากนั้นเธอก็กุมมือของผมพร้อมทั้งมองมาที่ผมด้วยสายตาที่อ่อนโยนอยู่ชั่วครู่

สายตาของเธอที่จ้องมาที่ผมนั้นมันเหมือนกับว่าเธอนั้นได้รู้เรื่องราวรวมไปถึงความลับทั้งหมดที่มีในตัวผม

เธอเป็นผู้หญิงสูงวัยตัวเล็ก ที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรเลย ซึ่งถ้าพูดถึงรูปร่างนั้นหากใครจะอันตรายเธอนั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายแน่ๆ แต่ว่าตัวเธอนั้นกลับมีพลังบางอย่างภายในตัวเธอซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลังเอามากๆราวกับไม่มีอะไรจะต้านทานพลังของเธอได้เลย

ทันใดนั้นคุณซาวาดะจู่ก็พูดกับผมเบาๆว่า

คุณซาวาดะ: “ อืมมม พวกเราจำทำยังไงต่อดีละ.. ”

ผม: “ … ”

คุณซาวาดะ: “ โคตะ เธอกลัวใช่ไหม? ”

ผม: “ครับ..”

คุณซาวาดะ: “อานั่นสินะ ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้สินะ เอ๊ะ หรือว่าได้…”

ผม: “คุณซาวาดะพูดอะไรเนี่ย? ผมไม่เข้าใจครับ..?”

คุณซาวาดะ: “อา…ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรหรอก…”

ความรู้สึกผมในตอนนั้น ผมเริ่มเกิดความหงุดหงิดอีกครั้งเพราะผมไม่เข้าใจว่าเธอกำลังจะสื่ออะไรกันแน่ และผมก็พลั้งปากพูดออกไปด้วยความหงุดหงิด

ผม: “เอ่อ…บอกผมมาตรงๆได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่?”

        “ ผมอยากให้เรื่องนี้มันจบลงโดยเร็วที่สุด”
        “แล้วตกลงไอ้สิ่งนั้น ” มัน “ คืออะไรกันแน่!? ทำไมมันต้องคอยตามหลอนหลอนผมไปทุกที่เลย? ทำไมต้องเป็นผมด้วย?”

        “ผมเหนื่อกับไอ้เรื่องบ้าๆพวกนี้เต็มทีแล้ว คุณซาวาดะได้โปรดช่วยผมได้ไหม…?”

ผม:  “ผมไม่ได้ทำอะไรที่ผมจะมาเจอกับไอ้เรื่องแบบนี้เลย!”

        “ผมหมายถึง ใช่…ผมยอมรับก็ได้ว่าผมไปยังสถานที่ที่เขาบอกกันว่าเฮี้ยนอย่างบ้านผีสิง แต่ก็มีคนอื่นๆไปกับผมด้วยตั้งหลายคน”

        “แล้วทำไมเรื่องบ้าๆพวกนี้ต้องมาลงเอยที่ผมด้วยละ?”

ผม: “หรือเพราะผมไปลองทำอะไรบ้าต่อหน้ากระจก?”

ผม: “เพราะอะไรกัน ทำไม…?”  

“ผมละอยากจะบ้าตายจริงๆ!”

“ผมโกรธมาก”

“ทำไมมันต้องเป็นผมด้วย….?!!”

ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงแหลมๆ แห้งๆ เหมือนกับเสียงของนกแก้วพูดอะไรบางอย่างบริเวณทางซ้ายของหูผม…

สิ่งที่ผมได้ยิมมันพูดประมาณว่า

“ทททท…..มมมมย”

“ทะททท” “มมมมมมมกกก”

“ททททททำ มมมมมมมไม…..กกกก”

ผมใช้เวลาคิดอยู่พักนึงว่ามันคือคำว่าอะไรซึ่งผมก็พอจะเข้าใจว่ามันคือคำว่า “ ทำไมกัน ” ( ในภาษาญี่ปุ่นนั้นจะใช้คำว่า Doshite = どうして ซึ่งแปลว่า  “ทำไม” )

ผมมองไปยังคุณซาวาดะผมเห็นเธอจ้องเขม็งมาที่ตาของผม แต่สิ่งที่ผมเห็นจากสีหน้าอันอ่อนโยนของเธอกลายมาสีหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

ในขณะนั้นบริเวณหางตาด้านซ้ายของผมก็สังเกตุเห็นเหมือนกับมีอะไรบ้างอย่างอยู่ข้างๆผม…

ผมรู้สึกถึงเลือดอุ่นๆไหลซึมออกมาจากคอของผมอีกครั้ง ในตอนนั้นผมรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อที่จะหันไปดูให้ชัดๆไปเลยว่าไอ้สิ่งที่ผมสังเกตุเห็นมันคืออะไรกันแน่

ภาพที่ผมเห็นในตอนนั้นคือ “ มัน “ ยืนเอียงคอไปมาอยู่ข้างๆผมในลักษณะที่มันยืนโค้งตัวลงมาจ้องหน้าผมแบบในระยะเผาขนเลยกันทีเดียว

“ทำไมกัน? ทำ..ไม…? ทำไม…..? ทำไมกัน?”

มัน ” เที่ยวพูดพึมพำๆ ด้วยเสียงที่แหบแห้งคล้ายๆนกแก้วแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด

ซึ่งในตอนนั้นผมเองก็นึกขึ้นได้ว่า นี่คงเป็นสิ่งที่คุณฮายาชิเจอในตอนนั้นแน่ๆ และเขาก็ต้องได้ยินมันพูดแบบนี้กับเขาแน่ๆ

ในตอนนั้นผมหยุดหายใจไปนานเหมือนกัน จนกระทั่งผมรู้สึกตัวว่าผมเกือบจะฆ่าตัวเองซะแล้ว

แต่เมื่อผมพยายามที่จะหายใจอีกครั้ง ผมกลับไม่สามารถทำได้ ผมได้แค่พยายามอ้าปากพะงาบๆเพื่อที่จะพยายามหายใจ แต่ทว่าอากาศบริเวณรอบๆตัวนั้นเหมือนกับมันหายไปหมด…

ในขณะที่ผมพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะหายใจนั้น “ มัน “ ก็เริ่มขยับมือขอมันไปที่หน้าของมัน เพื่อที่จะพยายามเปิดพับพวกกระดาษยันต์ทั้งหลายที่ปกคลุมใบหน้าของมันขึ้น

ในตอนนั้นมันเป็นอะไรที่ผมไม่อยากจะมองเห็นภายใต้กระดาษยันต์พวกนั้นเลย

ผมอยากจะหนีออกไปจากตรงนั้นมากๆแต่ร่างกายของผมมันไม่ยอมขยับตามที่ใจผมคิดเลย

ในขณะมันเลื่อนกระดาษยันต์พวกนั้นขึ้นมาถึงระดับปลายคาง ในหัวของผมก็คิดแต่ว่า “ ไม่นะ ไม่นะ มึงหยุดเดี๋ยวนี้ หยุดดดดดด!!! กูไม่อยากจะเห็นอะไรทั้งนั้น มึงหยุดดดดดดดเถอะ ขอร้องงงงงง !!! ”

จู่เสียงปรบมือก็ดังขึ้น!!!

ตัวผมเองถึงกับสะดุ้งโดยอัตโนมัติด้วยความตกใจ กับเสียงปรบมือที่ดังมากๆ

ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นเสียงหัวใจของผมมันระเบิดออกมาเพราะความตกใจ และความเครียดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ทันใดนั้นผมรู้สึกได้ว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ผมกลับมาขยับตัวพร้อมทั้งหายใจได้เป็นปกติอีกครั้ง

แต่ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าขาของผมไม่มีแรงเลยเพราะก่อนหน้านั้น ผมพยายามจะหนีจาก “ไอ้สิ่งนั้น

ผมมารู้สึกตัวทีหลังว่าผมกระแทกหัวของผมกับกำแพงตอนที่ผมพยายามที่จะหลบหนี เพราะเลือดที่ไหลลงมาบนหน้าผมในตอนนั้นผมมองอะไรไม่ค่อยเห็นเลย ผมในตอนนั้นรีบพยายามหาทางออกไปจากห้องเพื่อนที่จะหนีจากสิ่งนั้น

แต่จู่ๆคุณซาวาดะก็ตะโกนขึ้นมา

มันยังไม่จบ!!!

หลังจากนั้นครอบครัวของผมก็พยายามที่จะเข้ามาในห้อง เพื่อมาดูอาการของผมด้วยความตกใจจากเสียงตะโกนของคุณซาวาดะ.

คุณซาวาดะพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวกับคนอื่นๆที่รออยู่อีกห้อง “ทุกอย่างโอเค ทุกคนห้ามเปิดประตูเข้ามาเด็ดขาดไม่ว่าจะยังไงก็ตาม จงรออยู่ที่ห้องนั้น…”

ผมได้ยินเสียงเหมือนคุณตาของผมพยายามพูดอะไรบางอย่างกับคุณซาวาดะแต่ผมเองก็ได้ยินไม่ชัด

คุณซาวาดะก็ได้รอให้ทุกคนอยู่ในความสงบและรออยู่ภายในห้องข้างๆ

หลังจากนั้นเธอก็นำผ้าขนหนูที่มีกลิ่นคล้ายกับกำยานมาให้ผมเพื่อใช้เช็ดคราบเลือดออกจากตัวผม ผมมานึกได้ทีหลังว่าเสียงปรบมือดังๆที่ผมได้ยินนั้นมากจากคุณซาวาดะนั่นเอง

จากนั้นคุณซาวาดะก็กลับมาอยู่ในสภาพที่อ่อนโยนเหมือนเดิม และก็เริ่มยิ้มให้กับผมพร้อมกับเริ่มพูดกับผมอีกครั้ง

คุณซาวาดะ: “โคตะ เธอเห็นมันใช่ไหม? เธอได้ยินใช่ไหม?”

ผม: “ใช่ครับ…ผมได้ยินมันพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า ทำไมกัน ”

คุณซาวาดะ: “ใช่แล้วๆ เธอได้ยินใช่ไหมว่ามันเอาแต่ถามเธอว่าทำไม เธอคิดยังไงกับการที่มันถามเธอเช่นนั้น แล้วเธอพอจะเดาได้หรือเปล่าว่ามันต้องการจะทำอะไร?”

ผม: “อะไรนะครับ? อืมมมม.. ผมไม่รู้เหมือนแฮะ ผมเองก็นึกไม่ออกเหมือนกันครับ”

คุณซาวาดะ: “โคตะ เธอกลัวไอ้สิ่งนั้นใช่ไหม?”

ผม: “ใช่ครับ ผมกลัวมากๆเลย”

คุณซาวาดะ: “แล้วอะไรที่ทำให้เธอกลัวมันละ?”

ผม: “ทำไมผมถึงกลัวหรือครับ? …. ก็มันคือผีนะสิครับ มันไม่ใช่มนุษย์ มันไม่ใช่สิ่งปกตินะครับ” 

ในตอนนั้นไม่ว่าเธอจะพูดหรือถามคำถามต่างๆนาๆกับผม แต่ผมก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดหรือถามเลยแม้แต่น้อย ผมเองไม่เข้าใจเลยว่าจริงๆแล้วคุณซาวาดะต้องการจะสื่ออะไรกับผมกันแน่

คุณซาวาดะ: “แต่มันก็ไม่ได้พยายามทำอันตรายอะไรแก่เธอใช่ไหม?”

ผม : “ว่าไงนะครับ…?ใครว่ามันไม่ทำอันตรายผมละ!!  มันทำให้ผมมีเลือดออกรอบๆคอของผมเนี่ย นอกจากนั้นมันยังพยายามจะโชว์ของมันใส่ผมอีก ผมว่ามันดูเหมือนมันจะทำอันตรายผมซะมากกว่านะครับ”

คุณซาวาดะ: “มันก็จริงอย่างที่เธอพูด แต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้นใช่ไหมละ..”

ผม : “….(ผมรู้สึกงงุนงงมาก)”

คุณซาวาดะ: “บางทีนี่อาจจะยากเกินไปสำหรับเธอ, ใช่ไหมละ?”

ผม: “ผมขอโทษครับ ผมคิดว่าทั้งหมดที่คุณซาวาดะพูดมาผมไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ..”

คุณซาวาดะ: “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร”

หลังจากนั้นคุณซาวาดะกับผมก็พูดคุยเกี่ยว “ มัน

เธออธิบายให้ผมฟังว่าเธอได้เห็น “มัน” และไอ้สิ่งที่เธอเห็นมันคืออะไร

อย่างแรกเลย, “ มัน ” คือสิ่งที่พวกเราทั้งหลายต่างก็เรียกมันว่า “ ผี ”

ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายหรือเป็นอันตรายหรือเปล่า

แต่จากที่เธอบอกกับผม, มันถูกจัดอยู่ในประเภทของ “ วิญญาณที่คอยตามรังควาน ” แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นภัยอันตรายมี “มีจิตใจที่ชั่วร้ายหรือมุ่งร้าย” แต่อย่างใด

อย่างที่สอง, สาเหตุที่มันคอยตามรังควานผมนั้น คุณซาวาดะได้อธิบายไว้แบบนี้;

คุณซาวาดะ: “ มันไม่ได้ต้องการที่จะทำร้ายเธอ เพียงแค่มันอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายมาโดยตลอด มันแค่ต้องการเป็นที่สังเกตุ หรือจดจำได้ มันแค่ต้องการที่จะพูดคุยกับเรา สัมผัสเรา เรียนรู้เรา เท่านั้นเอง”

คุณซาวาดะ: “ โคตะ, เธอเองอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับตัวเธอเอง แต่เธอนั้นเป็นคนอบอุ่นและจิตใจดี ผู้คนแบบเธอมักจะทำให้คนรอบตัวเธอรู้สึกอุ่นใจ ในครั้งแรกที่ “ มัน ” เห็นเธอ, “ มัน ” เองนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นคนยังไง มันจึงคิดว่าเธอเองอาจจะยอมรับและเข้าใจมันในสิ่งที่มันเป็น ซึ่งมันก็รู้สึกดีใจที่เธอเองก็ได้รับรู้และเห็นมัน ”

คุณซาวาดะ: “ แต่ว่าหากเปรียบเทียบกับ “ มัน ” พลังงานของเธอในฐานะมนุษนั้นจะอ่อนแอกว่ามาก นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกกลัวหรือหวาดระแวงเวลาที่มันอยู่รอบๆตัวเธอ ซึ่งร่างกายของเธอเองนั้ไม่อาจจะทนกับพลังงานของมันได้มันจึงทำให้เธอมีอาการบาดเจ็บนั่นเอง ”

ผมบอกตรงๆนะครับผมรู้สึกอึ้งและพูดไม่ออกหลังจากที่ได้ยินคำอธิบายจากคุณซาวาดะ

คือผมเองก็ไม่เคยสงสัยเลยว่ามันเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายอันตรายหรือเปล่า ผมเองก็แค่อยากให้คุณซาวาดะช่วยหาวิธีกำจัดมันก็เท่านั้นเอง…

แต่ทว่าในตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่าคุณซาวาดะพูดในทำนองที่คล้ายจะปกป้องมันซะงั้น

หลังจากนั้นคุณซาวาดะก็เริ่มพูดต่อ

คุณซาวาดะ: “ เอาหละ ในตอนนี้, เราต้องทำให้เธอนั้นรู้สึกดีขึ้นก่อน โคตะเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ฉันจะทำเท่าที่ฉันจะทำได้นะ ”

คุณซาวาดะ: “ เมื่อเธอเห็นสิ่งที่มันดูน่ากลัวอยู่ตรงหน้าของเธอ หรือสิ่งที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อน จงจำไว้ว่า “

เราต้องทำใจเปิดรับกับสิ่งที่แตกตากไปจากเรา และลองนึกว่ามันเองก็อาจจะทุกข์ทรมาณและต้องการความช่วยเหลือเหมือนกับเราก็เป็นได้

หลังจากนั้นคุณซาวาดะก็เริ่มท่องบทสวดอะไรบางอย่างแต่ไม่ใช่เพื่อทำการไล่ผี แต่เพื่อแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลแก่วิญญาณตนนั้นเพื่อที่มันจะได้สู่ภพภูมิที่ดีกว่า

ในคืนนั้นผมตัดสินใจที่จะค้างคืนที่วัดของคุณซาวาดะ คืนนั้นผมได้นอนหลับพักผ่อนอย่างมีความสุข(ถึงแม้ว่าผมจะมีอาการบาดเจ็ดที่หัวและบริเวณคอก็ตามที)

และเช้าวันต่อมานั้นพอผมตื่นขึ้นมา คุณซาวาดะก็ได้เข้ามาหาผมหลังจากที่เธอได้เสร็จสิ้นการสวดภาวนาของเธอในตอนเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คุณซาวาดะ : “ อรุณสวัสดิ์โคตะ รีบไปทานข้าวเช้าซะนะ วันนี้เราจะไปที่วัดใหญ่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวัดแห่งนี้กัน ”
.

.

.

จบตอนที่ 6

เรื่องราวของ ความจริง ในตอนหน้าจะเป็นยังไงนั้นรอติดตามได้ถายในอาทิตย์หน้า กับตอนที่ 7 การใช้ชีวิตภายในวัด (Life at the temple)

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-real-part-5-feature-image

Real | ความจริง Part 5

thb-real-part-7-feature-image

Real | ความจริง Part 7