in ,

Real | ความจริง Part 4

คุณฮายาชิ (Hayashi)

thb-real-part-4-feature-image
BG Image by Unsplash.com Edited by The Haunted Bar

มันเป็น ความจริง ที่แสนเศร้าที่ผมต้องรอถึงสามสัปดาห์

ในช่วงที่ผมกำลังรู้สึกเศร้าอยู่กับตัวเองนั้นจู่ๆ เจ้าทาเคชิเพื่อนของผมก็ได้ทำการติดต่อเข้ามาทำให้ตัวของผมเองรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที

ผม: “เฮ้ยว่าไงวะ!”

ทาเคชิ: “เฮ้ยมึงโอเคนะ?”

ผม: “.. ไม่วะกูไม่โอเค! ทำไมมึงถึงคิดว่ากูโอเควะ?”

ทาเคชิ: “เออๆกูเข้าใจแล้วละว่าสถานการณ์ของมึงยังไม่ดีขึ้น”

ผม:  “ในตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้วะที่กูจะรู้สึกโอเค ว่าแต่มึงเจอใครที่พอจะช่วยกูได้หรือยังวะ?”

ทาเคชิ: “ เอ่อ… กูลองถามคนรอบๆกูที่กูพอจะรู้จักแต่ก็ไม่มีใครรู้วิธีมี่จะแก้ปัญหาของมึงได้เลยวะ โทษทีวะ… ”

ผม: “…..อะ แล้วมึงจะเอาไงต่อ????”

ทาเคชิ: “กูมีเพื่อนที่กูรู้จักอยู่คนนึง ซึ่งมันทำงานที่เกี่ยวข้องกับพวกเรื่องเหนือธรรมชาติ กูว่ามันสามารถที่จะหาคนช่วยมึงได้นะถ้ามึงยอมจ่ายเงินให้กับมันนะ…”

ผม: “อะไรวะเขาคิดเงินด้วยเหรอวะ?”  “เท่าไหร่วะ?”

ทาเคชิ: “เอ่อ…ก็ประมาณ 500,000เยนวะ”

ผม: “ห้ะ!!! 500,000???”

ผมตกใจกับจำนวนเงินที่คนที่เจ้าทาเคชิรู้จักนั้นเสนอให้กับผม

เงิน500,000เยนนั้นถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากสำหรับผม

แต่ด้วยความที่ตอนนั้นผมเองก็รู้สึกหมดหวัง รวมไปถึงการที่ต้องรอถึงสามอาทิตย์จนกว่าคุณซาวาดะจะมาถึงที่บ้านของผม ซึ่งความรู้สึกในตอนนั้นสำหรับผมก็เรียกได้ว่าทรมานมากๆมันก็เลยทำให้ผมคิดว่าผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ผม: “เออๆ กูยอมจ่ายก็ได้…แล้วเมื่อไหร่กูจะได้เจอกับคนๆนั้นวะ?”

ทาเคชิ: “เดี๋ยวกูถามเพื่อนกูก่อนแล้วเดี๋ยวกูโทรกลับไปนะ”

 

หลังจากนั้นทาเคชิก็ติดต่อกลับหาผมในเวลากลางดึกคืนนั้น

 

ทาเคชิ: “เฮ้ยกูคุยกับเพื่อนกูแล้วนะ สรุปเขาตกลงว่าเดี๋ยวเขาจะไปหามึงพรุ่งนี้นะ มึงก็เตรียมตัวให้พร้อมนะ”

ผม: “พรุ่งนี้เหรอวะ????”

ทาเคชิ: “เออดิวะ พรุ่งนี้นั่นแหละ,มันเป็นวันอาทิตย์ เขาสะดวกวันพรุ่งนี้นะ” 

ผม: “เออๆได้ๆ ว่าแต่ให้พวกเขามาที่บ้านของพ่อแม่กูได้ป่าววะ?”

ทาเคชิ: “ได้ดิมึงส่งรายละเอียดที่อยู่มา”

ผม: “แล้วมึงจะมาด้วยป่าววะ?”

ทาเคชิ: “เออกูไปด้วยสิวะ”

ผม: “แล้วเรื่องเงินละต้องทำไง? เขาโอเคป่าววะถ้ากูจ่ายทีหลัง?”

ทาเคชิ: “เออคิดว่าน่าจะได้นะ”

ผม: “โอเค งั้นเดี๋ยวมึงโทรหากูตอนมึงใกล้จะถึงนะ”

หลังคุยจบผมก็เข้านอนพร้อมด้วยความหวัง

ในคืนนั้น ผมฝันว่ามีหญิงสาวในชุดกิโมโนสีขาวนั่งอยู่ข้างๆเตียงที่ผมนอนอยู่ซึ่งในฝันนั้น ตัวของผมเองก็นอนอยู่บนเตียงเช่นกัน และเมื่อตัวผมเองตื่นขึ้นมาผมสังเกตุเห็นเธอก้มโค้งคำนับด้วยความสุภาพพร้อมกับเดินออกจากห้องไป และก่อนที่จะพ้นประตูห้องเธอก็ได้โค้งคำนับผมอีกครั้ง

วันต่อมาช่วงบ่ายๆ ทาเคชิก็ได้มาถึงที่บ้านผมพร้อมกับเพื่อนของเขาและก็ “ร่างทรงอีกท่าน” ซึ่งบอกตรงๆร่างทรงคนนี้ดูยังไงก็ไม่เหมือนร่างทรงที่ผมคิดไว้ เขาดูเหมือนชายวัยกลางคนที่เป็นอันธพาลซะมากกว่าที่จะเป็นร่างทรง หมอผี อะไรพวกนั้น ครอบครัวของผมเองก็คิดเหมือนผมเช่นกัน

หลังจากนั้นร่างทรงก็ได้แนะนำตัวของเขาเอง ซึ่งเขานั้นก็มีชื่อว่า “ คุณฮายาชิ

คุณฮายาชิ: “ คือ ผมได้ยินว่าโคตะลูกชายของพวกคุณกำลังมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ”

 

ต้องขออภัยที่ผมไม่ได้บอกชื่อของผมให้กับท่านผู้อ่านตั้งแต่ตอนแรก ชื่อของผมคือ “ โคตะ ” ครับ

 

พ่อของผม: “คุณฮายาชิ การที่คุณมาที่บ้านของผมในวันนี้คุณต้องการอะไรจากพวกเรา?”

คุณฮายาชิ: “ คุณฟังผมนะ, เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชายคุณมันไม่ใช่อะไรที่คนทั่วๆไป หรือพวกที่ไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องพวกนี้จะสามารถจัดการได้ คุณไม่ต้องเชื่อผมก็ได้นะแต่ว่าชีวิตลูกชายของคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย เพื่อนของโคตะนั้นได้มาขอความช่วยเหลือจากผมและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมมาที่นี่ Kota’s friend here asked for my help so I came all the way here.”

แม่ของผม: “อะไรนะ!! นี่ลูกชายของฉันกำลังตกอยู่ในอันตรายงั้นหรือ!?”

คุณฮายาชิ: “เอาเป็นว่าตัวของผมเองก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มามากมายแต่ผมบอกได้แค่ว่าเคสลูกชายคุณนี่แย่กว่าหลายๆเคสที่ผมเจอมามาก อืม…แถมห้องนี้ยังเป็นไปด้วยพลังงานด้านลบอีกต่างหาก”

พ่อของผม: “…เอ่อคุณฮายาชิอย่าหาว่าผมเสียมารยาทเลยนะ ว่าแต่คุณทำอาชีพอะไรกันแน่?”

คุณฮายาชิ: “โอ้…แน่นอน! คุณอาจจะสงสัยในตัวผมที่จู่ๆผมก็โผล่มาที่บ้านของพวกคุณพร้อมทั้งพูดถึงเรื่องพวกนี้อาจจะทำให้พวกคุณรู้สึกระแวงในตัวผม“

“แต่พูดตรงๆนะ, ถ้าพวกคุณไม่รีบจัดการไล่เจ้าวิญญาณร้ายนั่นออกไปรวมไปถึงทำพิธีปัดรังควาญในบ้านของพวกคุณ ชีวิตของโคตะก็อาจจะถูกพรากไปจากพวกคุณได้นะ อันนี้ผมซีเรียสนะ”

แม่ของผม: “แล้วคุณจะสามารถช่วยโคตะได้จริงๆหรือ?”

คุณฮายาชิ: “ผมมั่นใจว่าผมสามารถช่วยลูกชายคุณได้ มันเป็นหน้าที่ของคนอย่างผมที่ต้องจัดการกับไอ้เจ้าสิ่งเหล่านี้”

 “แต่คุณแม่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะว่าไอ้เจ้าสิ่งพวกนี้มันก็เป็นอันตรายสัหรับผมด้วย เพราะฉะนั้นผมต้องการค่าตอบแทนสำหรับการที่ผมต้องเสี่ยงชีวิตด้วยเช่นกัน”

พ่อของผม: “แล้วคุณจะเรียกเท่าไหร่ละ?”

คุณฮายาชิ: “ผมขอ 2ล้านเยน”

 

ผมมองไปที่เจ้าทาเคชิด้วยอาการที่ช็อคสุดขีด ซึ่งเจ้าทาเคชิก็ทำเช่นเดียวกันซึ่งผมก็สังเกตุได้ว่าตัวมันเองก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่ไม่คาดคิด

 

พ่อของผม: “คุณไม่คิดว่านั่นมันมากไปหรือ?”

คุณฮายาชิ: “ผมเองก็เดินทางมาไกลจนมาถึงที่นี่เพียงเพราะว่าเพื่อนของผมนั้นขอร้องให้ผมมาช่ยลูกชายของคุณ และถ้าคุณไม่อยากที่จะจ่ายมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะต้องมารับผิดชอบหากเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของคุณ แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าชีวิตของลูกชายคุณนะมีค่ามากกว่าเงินแค่ 2ล้านเยน?”

“นอกจากนี้ผมรู้มาว่าลูกชายของคุณเองก็ได้ไปตระเวณขอความช่วยเหลือจากวัดและศาลเจ้าตั้งหลายต่อหลายแห่งแต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะช่วยอะไรเขาได้”

“คุณเองก็น่าจะเข้าใจได้แล้วนะว่าไม่มีใครที่จะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้”

 

หลังจากที่พ่อกับแม่ของผมพิจารณาอยู่ได้สักพักพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะยอมจ่ายเงินจำนวน 2ล้านเยนเพื่อที่จะช่วยชีวิตของผม หลังจากนั้นคุณฮายาชิก็ได้บอกว่าเขาจะเริ่มทำพิธีไล่ผีในช่วงเย็น

เขารีบออกไปซื้อของที่จำเป็นมาเตรียมสำหรับทำพิธีในตอนบ่าย (พ่อกับแม่ของผมก็ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้แก่เขาด้วย)

ในเย็นวันนั้นคุณฮายาชิก็ได้จัดเตรียมห้องเพื่อเริ่มทำพิธี

เขาได้เริ่มจุดเทียน นำยันต์ที่เขาพกติดตัวมาติดไว้ตามจุดต่างๆในห้อง วางลูกแก้วคริสตัลพร้อมทั้งแก้วสาเกลงตรงข้างหน้าบริเวณที่เขานั่งบนพื้นห้อง เขาวางฟูกและผ้าห่มไว้บนพื้นหลังจากนั้นเขาก็บอกให้ผมนอนลงบนฟูกพร้อมทั้งเอาผ้าห่มคลุมตัวผมพร้อมทั้งบอกให้คนอื่นๆรออยู่ข้างนอกห้อง ซึ่งหลังจากนั้นพิธีกรรมก็ได้เริ่มต้นขึ้น…

เขาหยิบลูกปะคำขึ้นมาสวมไว้ที่มือและเขาก็ได้เริ่มพูดกับผม

 

คุณฮายาชิ: “โคตะ เดี๋ยวฉันจะเริ่มทำพิธีแล้วนะ เธอจะต้องไม่เป็นอะไร” 

              “เอาละหลับตาซะแล้วก็ห้ามลืมตาเป็นอันขาดจนกว่าพิธีกรรมจะเสร็จ”

 

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มท่องคาถาอะไรบางอย่าง

และในขณะเดียวกันกับที่เขาท่องคาถานั้นเขาก็เริ่มเอานิ้วของเขาจุ่มลงไปในแก้วสาเกที่มีเหล้าบรรจุอยู่แล้วก็สะบัดหยดเหล้าพวกนั้นใส่ผม

โดยส่วนตัวของผมแล้วผมเองก็ยังรู้สึกไม่เชื่อในตัวของคุณฮายาชิอยู่ดี แต่ในตอนนั้นผมต้องพยายามตั้งสมาธิในขณะที่ยังนอนหลับตาอยู่บนเตียงตามที่คุณฮายาชิบอก

ปรมาณสิบนาทีต่อมาเสียงสวดมนต์คาถาของเขาจู่ก็เริ่มเปลี่ยนไป เสียงของเขาเริ่มสั่นไม่คงที่ แล้วจู่ๆเสียงสวดของเขาก็ค่อยเบาลงเรื่อย

ในขณะที่ตอนนั้นผมกำลังหลับตาอยุ่ผมกลับรู้สึกได้ถึงอากาศในห้องที่จู่ๆมันก็เริ่มที่จะมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์กระจายอยู่ทั่วห้อง ลำคอของผมเองก็เริ่มที่จะปวดแสบปวดร้อนขึ้นอีกครั้ง ผมพยายามที่จะไม่ลืมตาขึ้นมารวมถึงพยายามกัดฟันไว้แน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดตรงคอของผม

จู่ๆเสียงสวดของคุณฮายาชิก็หยุดลง ทุกอย่างนั้นเงียบสงบอยู่เป็นเวลานานซึ่งผมเองก็รู้สึกแปลกใจ ในตอนนั้นผมคิดว่าถ้าหากพิธีกรรมนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ควรที่จะบอกกับผม…แถมบริเวณคอของผมก็เริ่มปวดแสบปวดร้อนขึ้นเรื่อยๆ

ทันใดนั้นตัวของผมเองก็ต้องรู้สึกเย็นยะเยือกแถมมันยังทำให้ผมรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งตัว

เพราะจู่ๆผมก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างกดทับอยู่บนตัวผมเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังนั่งอยู่บนผ้าห่มที่ผมใช้คลุมตัวผมอยู่

ในตอนนั้นสัญชาติผมมันพยายามบอกกับผมว่า

โคตะมึงอย่าลืมตาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามนะเว้ย…

ผมรู้แก่ตัวของผมดีว่าผมไม่ควรที่จะลืมตาแต่บางทีร่างกายมันก็ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ…จู่ๆผมก็ลืมตาขึ้นมาเองด้วยอะไรบางอย่าง

สิ่งที่ผมเห็นในตอนนั้นคือ คุณฮายาชินั่งอยู่ทางด้านขวามือของที่นอน ส่วนทางด้านซ้ายมือของผมนั้น…

“ มัน ” ได้นั่งคุกเข่าพร้อมทั้งวางมือของมันเองบนตักอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ตรงซ้ายมือของผม ซึ่งเป็นทิศทางที่อยู่ตรงข้ามกับที่คุณฮายาชินั่ง

จากนั้น “ มัน ” ก็เริ่มโน้มตัวเข้าไปใกล้กับคุณฮายาชิ ภาพที่ผมเห็นในตอนนั้นมันเหมือนกับการจ้องหน้ากันในระยะประชิดที่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งกำมือระหว่าง “ มัน “ กับคุณฮายาชิ

และสภาพตอนที่ “ มัน ” จ้องหน้ามันไม่ได้ทำแค่จ้องหน้าเพียงเท่านั้น คุณลองนึกภาพของนกฮูกเวลามันเอียงคอไปมาเวลาที่มันสงสัยกับวัตถุที่อยู่ข้างหน้ามัน นั่นละคือสิ่งที่ “ มัน “ กำลังทำการสำรวจคุณฮายาชิในระยะเผาขนเลยทีเดียว… และเมื่อมันจ้องหน้าคุณฮายาชิ ผมก็สังเกตุเห็นเหมือนมันกำลังพยายามบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง

สภาพคุณฮายาชินั้นอยู่ในอาการที่เหมือนกับคนหลอนยามากๆ

ตาของเขาเปิดกว้างไม่กระพริบคอตกพร้อมกับอาการอ้าปากค้างน้ำลายไหลไม่หยุดเป็นสภาพที่นาเวทนามากๆ

จากนั้นสีหน้าของเขาก็เริ่มที่จะเหมือนคนที่เริ่มหัวเราะเบาๆ แล้วหัวของเขาก็เริ่มก้มๆเงยๆเป็นระยะๆ

สายตาของผมเองในตอนนั้นก็จับจ้องไปที่สิ่งที่เห็นต่อหน้าแบบไม่ละสายตา ราวกับว่ามันได้ถูกติดกาวเอาไว้ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังลืมที่จะกระพริบตาเช่นกัน

หลังจากนั้น “ มัน “ ก็หยุดจ้องไปที่คุณฮายาชิแต่มันกลับจ้องมาที่ผมแทน!!

ตัวของผมนั้นนิ่งแข็งเหมือนน้ำแข็ง หัวใจของผมเต้นแรงมากๆในตอนนั้น

ผมบังคับตัวเองให้ปิดตาแล้วซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม แล้วก็เริ่มท่องบทสวดทุกบทที่ผมรู้

แต่ผมเองก็ยังรู้สึกได้ว่ามันยังคงจ้องผมอยู่ และผมเองก็พอจะนึกออกว่า “ มัน “ กำลังทำอะไร ผมเชื่อเลยว่ามันกำลังจ้องมาที่พร้อมกับเอียงหัวไปมาเหมือนกับที่มันทำกับคุณฮายาชิในระยะประชิด

หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งหนีออกไปจากห้องที่ผมอยู่ ผมรู้ได้ทันทีว่ามันคือฝีเท้าของคุณฮายาชิที่ได้เผ่นหนีออกไปจากห้องด้วยความกลัวสุดขีด ทิ้งผมไว้กับไอ้สิ่งๆนั้นเพียงลำพัง

ผมหมดสติไปซึ่งผมก็จำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แล้วก็นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้จนกระทั่งผมได้สติ

แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผมรู้ก็คือ พ่อกับแม่ของผมก็ได้ตัดสินใจที่เข้ามาในห้องหลังจากที่คุณฮายาชิได้เผ่นหนีไป และก็พบผมนอนสลบอยู่ใต้ผ้าห่มในห้องนั้น และจากที่พวกเขาเล่าให้ผมฟัง พวกเขาบอกว่าจู่ๆคุณฮายาชิก็วิ่งออกมาจากห้องด้วยอาการตกใจกลัวเอามากๆ เขาวิ่งออกจากบ้านไม่แม้แต่ที่จะสบตากับพวกเขาเลย เขารีบวิ่งออกจากบ้านตรงไปยังรถของเขาแล้วก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว

.

.

.

จบตอนที่ 4

เรื่องราวของ ความจริง ในตอนหน้าจะเป็นยังไงนั้นรอติดตามได้ถายในอาทิตย์หน้า กับตอนที่ 5 ผลสรุปของพิธีกรรม และการออกเดินทาง The Aftermath + travel

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-real-part-3-feature-image

Real | ความจริง Part 3

thb-real-part-5-feature-image

Real | ความจริง Part 5