in ,

Real | ความจริง Part 3

การเดินทางกลับบ้าน (Coming home)

thb-real-part-3-feature-image
BG Image by Unsplash.com Edited by The Haunted Bar

หลังจากที่ผิดหวังจากการตระเวนไปตามวัดต่างๆในโตเกียว

ผมกลับนึกขึ้นได้ว่าทางครอบครัวฝั่งคุณแม่ของผมนั้นได้รู้จักกับแม่ชีท่านหนึ่งมาเป็นเวลานาน เธอชื่อคุณซาวาดะ เธอเป็นผู้ดูแลวัดของพื้นที่นั้นในจังหวัดนางาซากิ จังหวัดที่ครอบครัวทางฝั่งของแม่ของผมอาศัยอยู่

ที่นั่นคุณย่าของผมเองก็ได้อุทิศตนให้กับศาสนาพุธตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอมักจะไปที่วัดของคุณซาวาดะทุกอาทิตย์ เพื่อที่จะฝึกฝนตัวเองรวมไปถึงสร้างสัมพันธ์อันดีกับคุณซาวาดะด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีที่ในตอนที่ผมยังเด็กๆผมได้มีโอกาสพบกับคุณซาวาดะด้วย ต้องขอบคุณคุณย่าของผมด้วยจริงๆ

คุณซาวาดะเป็นผู้หญิงที่ใจดีและอบอุ่นมากๆ เธอมักจะทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆตัวเธอนั้นรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย สิ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับเธอนั่นก็คือ เธอเป็นคนที่ฝึกฝนตัวเองเป็นอย่างมาก เป็นแม่ชีที่หลายๆคนต่างให้ความนับถือเป็นอย่างมาก

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคุณซาวาดะที่ว่า เธอสามารถ “ รับรู้ ” ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับครอบครัวของผมที่อีกฟากของญี่ปุ่น (ในปัจจุบันครอบครัวของผมอาศัยอยู่ที่โตเกียว) ซึ่งเธอมักจะรู้เรื่องราวต่างๆก่อนที่พวกเราจะเริ่มติดต่อขอคำปรึษาจากเธอเสียอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ทางครอบครัวของผมและครอบครัวทางฝั่งของคุณแม่ของผมต่างก็เชื่อมั่นในตัวคุณซาวาดะ 100%

กลับมาเข้าเรื่องของผมกันต่อ

ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าคุณซาวาดะคือที่พึ่งสุดท้ายของผมจริงๆ ผมตัดสินใจที่จะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ของผมที่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับคุณซาวาดะด้วย

ขณะนั้นท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง… ผมลงจากรถไฟและเริ่มเดินไปยังบ้านของพ่อแม่ผม บรรยากาศรอบๆตัวผมในตอนนั้นค่อนข้างเงียบสงัด ผมเริ่มรู้สึกว่ามีสายลมเย็นๆสัมผัสตรงบริเวณคอของผม และทันใดนั้นมันก็เริ่มร้อนขึ้นจนผมรู้สึกว่าตรงบริเวณคอของผมได้ถูกเผาด้วยอะไรบางอย่าง…

มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับถูกเสียดสีอย่างรวดเร็วรุนแรงด้วยวัตถุบางอย่างที่แข็งอย่างเช่น เชือก ที่ตรงคอของผม ผมได้ลองเอามือไปจับตรงบริเวณคอซึ่งผมเองตกใจเอามากๆเพราะผิวหนังบริเวณคอของผมมันร้อนมากๆ ผมเริ่มรู้สึกแสบและคันเอามากๆ ในตอนนั้นผมคิดว่ามันคงเป็นแค่ผื่นหรืออาการแพ้อะไรซักอย่าง

ผมตัดสินใจรีบวิ่งไปที่บ้านของพ่อแม่ผม และเมื่อผมไปถึงที่บ้านผมก็ได้พบว่าแม่ของผมพึ่งวางสายโทรศัพท์จากใครสักคนหลังจากที่ผมเปิดประตูเข้าไป

แม่พูดกับผมว่า: “ อ้าวว่าไงลูก, แม่คุยกับคุณยายพึ่งเสร็จ พอดีคุณยายแกได้รับโทรศัพท์จากคุณซาวาดะนะ แกบอกว่าคุณซาวาดะต้องการให้ลูกไปพบเธอ เธอคิดว่ามีบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับลูก… นี่ลูกไปทำอะไรไม่ดีมาหรือเปล่า ? “

หลังจากนั้นแม่ของผมก็พูดออกมาด้วยความตกใจ

“ คุณพระช่วย..!! เกิดอะไรขึ้นกับคอของลูก!?  ”

ผมรีบมองไปยังกระจกตรงบริเวณทางเข้า ผมสังเกตุเห็นรอยแดงๆล้อมรอบคอของผม และเมื่อผมมองเข้าไปใกล้ๆผมสังเกตุเห็นเป็นรอยจุดแดงๆคล้ายๆกับรอยของเชือกอยู่รอบๆคอของผม

ร่องรอยพวกนั้นมันไม่เหมือนกับรอยผื่นคันที่เกิดขึ้นทั่วๆไป ยกเว้นคุณจะมีอาการแพ้พวกวัสดุหรือโลหะอย่างรุนแรง อย่างเช่น เชือกที่ถูกนำมาถูตรงบริเวณที่เกิดรอยผื่นนั้นเป็นเวลานานๆ ซึ่งรอยตรงบริเวณคอของผมนั้นก็ดูน่าสะอิดสะเอียนเป็นอย่างมาก

ผมรู้ว่าตัวผมเองคงไม่ทำเรื่องอะไรบ้าๆ อย่างเช่นเอาเชือกมารัดคอตัวเองแบบนั้นแน่ๆ และอีกอย่างผมไม่เคยมีอาการแพ้เชือกเลยมาตลอดชีวิต เพราะงั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ร่อยรอยพวกนี้มันจู่ๆจะเกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ

ในตอนนั้นในหัวของผมคิดอย่างเดียวเลยว่าจะต้องเป็น “ ไอ้สิ่งนั้น ” แน่ๆ ซึ่งผมเองก็รู้อยู่แก่ใจ

ผมรีบวิ่งตรงไปยังพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ในบ้าน และเริ่มท่องบทสวดซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด และนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้รู้สึกว่า ตัวผมเองได้ตกอยู่ในสถานการที่ย่ำแย่มากๆเกินกว่าที่ตัวผมเองจะคาดคิด…

ไม่กี่วันต่อมาแม่ของผมก็ได้ติดต่อกับคุณยายของผม ซึ่งผมได้ทราบว่าคุณยายของผมได้คุยกับคุณซาวาดะ เธอบอกกับพวกเราว่า ถ้าเราไม่รีบไปหาเธอในตอนนี้โอกาสที่พวกเราจะได้เจอกับเธออีกก็จะเป็นภายในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า

เธอมีผู้คนอีกมากมายที่รอพบเธอในจังหวัดนางาซากิ และด้วยความที่เธออายุค่อนข้างมากทำให้เธอไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อย่างรวดเร็วเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ตัวผมในตอนนั้นต้องทนทุกข์ทรมาณกับไข้ที่ขึ้นสูงถึงสองวันเต็มๆ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเครียดหรือเป็นเพราะ “ ไอ้เจ้าสิ่งนั้น “ เป็นสาเหตุ และตรงบริเวณคอของผมในวันแรกผมรู้สึกได้ว่าผมมีเหงื่อออกมามากผิดปกติ และต่อมาจู่ๆเหงื่อพวกนั้นมันก็เริ่มกลายเป็นเลือดซึมออกมาในวันถัดมา

ย่างเข้าวันที่สาม

อาการป่วยของผมได้ลดลงไข้ที่ผมมีและอาการเลือดออกเริ่มดีขึ้น จะเหลือก็เพียงแค่ตรงบริเวณคอขอผมที่มักจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอยู่ตลอดเวลา ในตอนนั้นผมคิดว่ามันคงเป็นเพราะบาดแผลเริ่มสมานตัวผมจึงพยายามปล่อยมันไว้อย่างนั้น

ด้วยความสงสัยผมรีบตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อเช็คดูรอยแผลต่างๆ เมื่อผมส่องกระจกดูสิ่งที่ผมเห็นมันทำให้ผมรู้สึกช็อคมากกว่าเดิม เพราะสิ่งที่ผมเห็นในขณะนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดเอาไว้แม้แต่น้อยจนมันทำให้ผมขนลุกเลยทีเดียว

เพราะเมื่อสามวันก่อน, ไอ้รอยผื่นแดงๆรอบๆคอของผมมันมีความกว้างแค่ประมาณ 1 เซนติเมตรเท่านั้นเอง แต่ว่าสิ่งที่ผมเห็นในกระจกนัั้นมันใหญ่กว่าเดิมมาก! รอยตุ่มพวกนั้น มันมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแถมตุ่มหนองแดงๆต่างก็มีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมอีกสภาพของพวกมันดูไม่ต่างจาก “เพรียง” ที่เรียงตัวติดๆกันเกาะอยู่ตามโขดหิน หรือตามท้องเรือเลย!! ซ้ำรายตุ่มหนองพวกนี้บางอันก็ยังเริ่มมีน้ำหนองไหลออกมาออีกต่างหาก !! ผมรู้สึกอิดสะเอียนกับสิ่งที่เห็นจนมันทำให้ผมถึงกับอ้วกออกมาตรงนั้นเลย…

ผมรีบล้างปากล้างคอแล้วรีบเอาครีมสำหรับแก้อาการแพ้ละเลงจนทั่วคอของผมแล้วรีบกลับไปที่ห้องของผม และหลังจากปิดประตูห้อง ผมเองก็เริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกเศร้า และผิดหวังเอามากๆ

ในหัวของผมตอนนั้นเอาแต่ครุ่นคิดว่า

นี่กูต้องรอถึงสามสัปดาห์เลยหรือวะเนี่ยมันนานเกินไปจริงๆ

และอีกอย่างนึงก็คือ

ทำไมเรื่องมันถึงต้องมาเกิดขึ้นกับกูด้วยวะ?!

.

.

.

จบตอนที่ 3

เรื่องราวของ ความจริง ในตอนหน้าจะเป็นยังไงนั้นรอติดตามได้ถายในอาทิตย์หน้า กับตอนที่ 4 คุณฮายาชิ

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-real-part-2-feature-image

Real | ความจริง Part 2

thb-real-part-4-feature-image

Real | ความจริง Part 4