in ,

Real | ความจริง Part 2

วันต่อมา (The next day)

thb-real-part-2-feature-image
BG Image by Unsplash.com Edited by The Haunted Bar

เช้าวันรุ่งขึ้นผมรีบกลับไปที่ห้องของผม

ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วเปิดประตูห้องของผม

ผมพยายามแอบดูจากช่องระหว่างประตูเพื่อจะดูว่าไอ้เจ้าสิ่งนั้นมันยังอยู่หรือเปล่าซึ่งผมก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากหลังจากที่ได้รู้ว่ามันหายไปแล้ว…

ผมก้าวถอยหลังไปก้าวนึงแล้วก็นั่งลงตรงข้างหน้าห้องของผมแล้วก็เริ่มพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่…ในตอนนั้นแสงจากพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างเป็นช่วงเช้าที่สวยงามมากๆจนผมเริ่มคิดกับตัวเอง

“บางทีเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเราอาจจะแค่ฝันไปก็ได้”

“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเราอาจจะคิดไปเอง”

หลังจากนั่งคิดได้ซักพักมันทำให้ความกลัวของผมหมดไป

ผมได้ตัดสินใจที่จะเปิดประตูห้องจนสุดแล้วก็เดินเข้าไปในห้อง

หลังจากสำรวจห้องตัวเองได้ซักครู่หนึ่งผมก็เริ่มพูดกับตัวเอง

“ อืม…ดูเหมือนทุกอย่างจะโอเคไม่มีใครอยู่ในห้อง ”

ในห้องของผมตอนนั้นค่อนข้างมืดผมจึงเปิดไฟในห้อง และสิ่งที่ผมเห็นต่อจากนั้นมันเป็นสิ่งที่เตือนสติผมอีกครั้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในห้องเมื่อคืนนั้นมันคือเรื่องจริง!!

ตรงจุดที่ผมยืนทำ “ พิธีอัญเชิญ$%# ” เมื่อคืนมันมีร่องรอยเหมือนกับโคลนตมแถมยังมีรอยเท้ากระจายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งผมเองได้สังเกตุอีกอย่างนึงคือเมื่อคืนนั้นผมไม่ได้ปิดไฟเลยด้วยซ้ำเพราะสิ่งที่มือของผมแตะไปมันไม่ใช้สวิตช์ไฟแต่มันคือโคลนที่ปกคลุมสวิตช์ไฟอยู่ต่างหาก!!

ความกลัวที่ผมได้สลัดมันทิ้งไปเริ่มกลับมาหาผมอีกครั้ง…แต่ว่าผมจำเป็นที่จะต้องไปทำงานถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกกลัวและสับสนมากแค่ไหนแต่ความรับผิดชอบก็ต้องมาก่อนรวมไปถึงตัวผมเองไม่อยากตกงานด้วย

ผมรีบทำสะอาดห้องลบคราบโคลนและฝุ่นในห้องออกให้หมดจากนั้นก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน

ระหว่างทางที่ผมกำลังไปเดินทางไปทำงานตัวผมเองยังคงได้กลิ่นเหม็นของโคลนบนเสื้อของผม ผมเริ่มเชื่อแล้วว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันคือ ความจริง แต่ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน…?

ผมรู้สึกแปลกใจกับตัวเองในวันนั้นผมที่ผมตัดสินใจจัดการกับห้องของตัวเองแล้วก็รีบออกมาทำงานแทนที่ผมจะรู้สึกกลัวหรือร้องไห้ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในตัวผม หรือผมอาจจะเสียสติไปแล้ว…?

ผมเดาว่าเวลาที่เกิดเรื่องบางอย่างที่มันกว่าที่เราจะเข้าใจ หรือหากเราเกิดอาการตกใจกลัวและสับสนจนสุดขีดเกินกว่าที่สติสัมปชัญญะของเราจะรับไหว ร่างกายของเราอาจจะไม่แสดงอาการใดๆออกมาเลยเพราะมันไม่รู้ว่าจะแสดงอาการแบบไหนออกมาดี

ในวันนั้นทุกอย่างในออฟฟิศดำเนินไปตามปกติเหมือนกับทุกวัน

แต่ว่าในวันนั้นผมคิดแต่เพียงว่าผมจะต้องหาจังหวะคุยกับเจ้าทาเคชิให้ได้

เพราะมันเป็นคนที่เล่าเรื่องตำนานความเชื่อนี้ให้กับผมและผมต้องการที่จะรู้รายละเอียดเรื่องราวมากกว่านี้

ช่วงพักกลางวันผมรีบไปหาเจ้าทาเคชิเพื่อพูดคุยเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ผม: “ เฮ้ยทาเคชิมึงจำไอ้ตำนานเมืองที่มึงเล่าให้กูฟังเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ป่าววะ เมื่อวานนี้กูลองทำตามที่มึงบอกแล้วไอ้สิ่งๆนั้นมันมาจริงๆวะ!! “

ทาเคชิ: “ ห้ะ!? อะไรมาวะ? ”

ผม: “ กูไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ไอ้สิ่งๆนั้นมันมาจริงๆ “

ทาเคชิ: “ เดี๋ยวๆ นี่มึงพูดเรื่องอะไรของมึงวะ? “

ผม: “ มึงอย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องดิวะ นี่กูซีเรียสนะเว้ย ”

ทาเคชิ: “ อะไรวะนี่กูไม่รู้เรื่องจริงๆนะเว้ยว่ามึงพูดถึงอะไร… ”
ผมรู้สึกว่าการที่ผมได้คุยกับเจ้าทาเคชิในตอนนั้นไม่ได้ช่วยอะไรผมเลย

ผมพยายามอธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ทาเคชิฟังแต่ดูเหมือนกับว่าเขาไม่เชื่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ผมจึงได้บอกกับเขาให้มาที่ห้องของผมเพื่อให้เขาเห็นด้วยตาตัวเอง

ประมาณสี่ทุ่ม…ผมกับทาเคชิได้กลับมาถึงอพาร์ทเมนท์ของผม

ผมได้เปิดประตูห้องและก็เชิญเขาเข้ามา กลิ่นเหม็นสาปของโคลนยังคงคละคลุ้งอยู่เต็มห้องของผม

 

“ …….เ_ี้ยยยย !? นี่เรื่องจริงเหรอวะเนี่ย “

ทาเคชิพูดพึมพำ

 

ผมคาดหวังว่าทาเคชิจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่เกิด หรือไม่เขาก็อาจจะรู้ว่าควรจะแก้ไขปัญหานี้ยังไง แต่สุดท้ายผมก็ต้องพบกับความผิดหวัง

แต่เขาก็รับปากกับผมว่าเดี๋ยวเขาจะไปถามคนที่เขารู้จักรวมไปถึงคนอื่นๆที่เขาคิดว่าพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับวิธีแก้ไขหรือว่าวิธีไล่ผีให้ออกไปจากตัวผม

และในคืนนั้นด้วยความที่ผมกลัวมากผมก็เลยตัดสินใจที่จะไปนอนอยู่ในโรงแรมแคปซูลแทน

วันต่อมาด้วยความที่ผมรู้สึกอึดอัดจากเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลยตัดสินใจลางานและรีบมุงตรงไปยังวัดที่อยู่ใกล้ๆกับที่ผมอยู่

ผมได้เจอกับพระท่านหนึ่งและผมก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับพระท่านนี้ฟัง และสิ่งที่ผมได้ยินจากท่านก็ทำให้ผมรู้สึกผิดหวังอีกครั้ง

พระท่านพูดว่า

พระ: “ ไอ้วิธีการไล่ผีเนี่ยอาตมาไม่สามารถทำให้โยมได้หรอกเพราะอาตมาไม่รู้วิธีการหรอก แต่บางทีไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นกับโยมนั้นอาจจะมากการที่โยมเครียดเกินไปก็ได้ โยมลองลางานแล้วไปพักร้อนสักพักบางทีนั่นอาจจะช่วยให้โยมดีขึ้นก็ได้นะ “

หลังจากนั้นผมก็ตระเวณตามหาวัดหรือศาลเจ้าที่อื่นๆในโตเกียว ซึ่งต่อให้เป็นวัดหรือศาลเจ้าที่ดังที่สุดในโตเกียวผมก็มักจะได้ยินคำตอบคล้ายๆกันคือพวกเขาไม่สามารถช่วยผมได้เลยแม้แต่น้อย

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-real-part-1-feature-image

Real | ความจริง Part 1

thb-real-part-3-feature-image

Real | ความจริง Part 3