in ,

Kotoribako – Chapter 10

Chapter X : The System and The End

thb-kotoribako-feature-image-ch-10
Feature Image by The Haunted Bar

กลับมาอีกครั้งกับ Kotoribako

“ หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้มาที่ศาลเจ้าของพวกผมพร้อมกับกล่อง Kotoribako ทั้งหมด พร้อมทั้งส่งตัวแทนมาทั้งหมด 5คนเพื่อข้อร้องให้ทางบรรพบุรุษของผมทำการจัดการกับเจ้ากล่องพวกนั้น”

“ ซึ่งทางบรรพบุรุษของผมก็ได้พบว่า พลังคำสาปของกล่องพวกนี้มันรุนเกินกว่าที่เขาจะสามารถทำพิธีชำระล้างได้ในตอนนั้น เพราะฉะนั้นต้องทำให้พลังของคำสาปพวกนั้นอ่อนแรงลงก่อน เขาจึงได้แนะนำวิธีการจัดการกับกับกล่องพวกนั้นซึ่งคุณ J ก็ได้อธิบายไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ ”

และพวกเขาก็ได้ตั้งกฎขึ้นมา

  • ห้ามนำกล่องมาที่นี่จนกว่าจะกล่องใบนั้นจะหมดอายุขัยของมันลง
  • ทางศาลเจ้าจะไม่เข้าไปแทรกแทรงในการจัดการดูแลกล่องของชาวบุระคุรวมไปถึงสอบถามข้อมูลของกล่องเป็นการส่วนตัวเป็นอันขาด
  • ทางบุระคุจะต้องรายงานให้ทางศาลเจ้าทราบทุกครั้งหากกล่องได้มีการเปลี่ยนผู้ถือครอง (หรือเมื่อผู้ถือครองคนล่าสุดเสียชีวิต)
  • ระยะเวลาที่คำสาปของแต่ละกล่องจะอ่อนแอลงจะถูกประเมิณจากหมายเลขบนกล่อง เช่น 140ปี สำหรับจิปโปะ(Chippou) (วิธีที่พวกเขาคำนั้นนวณนั้นไม่มีใครทราบได้ว่าคิดยังไง แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่า คุณXXX น่าจะเป็นคนบอกกับทางศาลเจ้า)
  • สมาชิกบุระคุคนอื่นๆจะไม่มีสิทธิพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกล่องที่พวกเขาดูแลอยู่กับสมาชิกผู้ดูแลกลุ่มอื่นๆ (รายละเอียดเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อจากนี้นะครับ)

“กฎและระบบการจัดทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้มันใจว่าไม่มีใครที่จะพยายามหลบหนี หรือหลีกเลี่ยงไม่ทำการดูและรักษากล่องเหล่านั้นจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการทั้งหมด”

“หลังจากที่ระบบการจัดการทั้งหมดได้ถูกสร้างขึ้น เหล่าสมาชิกบุระคุจะถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น ครอบครัวของS, ครอบครัวของ J,  และครอบครัวของT จะถูกจัดเป็น 1 กลุ่ม”

“ และจะมีคน 1 คนที่ถูกเลือกมาจากพวกบุระคุให้มาเป็นตัวแทนในการกระจายกล่องพวกนี้ไปยังแต่ละกลุ่มโดยที่ตัวเขาเองก็จะต้องทำการสุ่มเลือกกล่องแต่ละใบก่อนที่จะทำการส่งไปยังกลุ่มต่างๆในแต่ละครั้ง

หลังจากนั้นเขาจะต้องกลับมาที่ศาลเจ้าเพื่อมารายงานว่ากล่องใบไหนได้ถูกส่งไปที่กลุ่มใดบ้างและใครเป็นผู้ทำการดูแล หลังจากนั้นบรรพบุรุษของผมที่เป็นผู้ดูแลจะทำการจดบันทึกแล้วหลังจากนั้น…คนๆนั้นจะถูกสังหาร ”

“ ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกคนอื่นได้รู้รายละเอียดของพวกกล่องเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดการหลบหนีจากสิ่งที่พวกเขาต้องรับผิดชอบอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ “

“ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกลุ่มก็เป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกัน… “

“ ทีนี้พวกคุณคงจะสงสัยกันแล้วสินะว่าทำไมพวกเขาไม่รวมกลุ่มกันแล้วช่วยกันเก็บรักษาเจ้ากล่องพวกนี้ “

“ นี่เป็นทฤษฎีที่คุณตาของผมคิดไว้ การที่ให้พวกเขารับผิดชอบในลักษณะแบบกล่อง 1ใบ ต่อ 3-4ตระกูล จะช่วยทำให้รู้สึกยุติธรรมมากกว่าการที่ต้องผลักภาระพวกนี้ไปอยู่บนบ่าของใครซักคนหนึ่ง เพราะไอ้กล่องพวกนี้มันก็มาจากผู้คนในหมู่บ้านของพวกเขาเองที่สร้างของอันตรายแบบนี้ขึ้นมา “

“ เมื่ออายุขัยของกล่องพวกนี้ได้หมดลงพวกเขาก็จะนำมันมาส่งให้ทางบรรพบุรุษของผมจัดการ “

“ โชคไม่ค่อยดีที่คุณตาของผมต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการกับกล่องพวกนี้ซะส่วนมากในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ “

“ ยกเว้นจิปโปะ(Chippou) ที่อายุขัยของมันนานกว่ากล่องใบอื่นเพราะฉะนั้นมันก็จะตกมาอยู่ในการดูแลของรุ่นผม ผมคิดว่าผมยังคงมีเวลาเหลือในฝึกฝนตัวเองเพื่อนเตรียมการที่จะจัดการกับมัน”

“ และนี่ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดที่ผมรู้เกี่ยกับเจ้ากล่องพวกนี้ “

“ เจ้าจิปโปะ(Chippou)ที่ผมทำพิธีไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนั้นเป็นกล่องใบแรกๆที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน “

 

และเรื่องทั้งหมดก็จบลงแค่นี้ ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

สำหรับผมมันยังคงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ ถึงแม้ว่าตัวของผมเองจะอยู่ที่นั่นและได้เห็นเจ้ากล่องพวกนี้ด้วยตาตัวเอง แต่เรื่องราวของมันก็ยังเหมือนกับพวกนิยายราคาถูกอยู่ดี…

ผมยังคงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะโพสเรื่องนี้ต่อไปดีไหม เพราะผมไม่แน่ใจว่ามันโอเคที่จะเผยแพร่เรื่องเหล่านี้ออกสู่สาธารณะ

และอันที่จริงไอ้เนื้อหาในกระทู้อันนี้มันก็เป็นเรื่องที่ห้ามนำมาพูด โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนในบุระคุซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการที่จะเก็บเรื่องพวกนี้ไว้เป็นความลับกับพวกเขาเอง

ยังมีกล่องที่เหลืออยู่อีก 2ใบ และทั้งคู่ก็เป็นกล่องประเภท จิปโปะ(Chippou) ซึ่งไอ้ M มันก็รับปากว่ามันจะเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้เองเมื่อถึงเวลา

และอันที่จริงแล้ว ผมก็ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับเจ้ากล่องพวกนี้

และสิ่งที่ผมต้องการจากท่านผู้อ่านหลังจากที่อ่านเรื่องนี้จนจบ…ใครตามที่มีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับเจ้ากล่องพวกนี้ ผมอยากให้คุณผู้อ่านช่วยแชร์ข้อมูลให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?

จริงอยู่ที่ผมไม่อาจจะให้ที่อยู่ที่แท้จริงหรือว่าเปิดเผยชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผมได้ แต่ว่าผมแค่อยากรุ้เรื่องพวกนี้เป็นการส่วนตัวรวมไปถึงผมต้องการที่จะหาเจ้ากล่องพวกนี้เพิ่มด้วย…

ผมยังคงสงสัยว่า XXX เป็นใครกันแน่?

แล้วเขามาจากไหน?

แล้วเขาไปรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกล่องพวกนี้ได้ยังไง?

แล้วอะไรที่พาเขาไปยังเกาะOki ?

แล้วเขานำไอ้เจ้ากล่องใบแรก ฮักไก(Hakkai) ไปไว้ที่ไหน?

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเขาหลังจากที่เขาจากหมู่บ้านไป?

แล้วเขาทำอะไรกับเจ้า ฮักไก(Hakkai) ?

ผมเคยเรียนเรื่องราวของเกาะ Oki ตอนสมัยเรียน ผมจำได้ว่ามันเคยถูกใช้เป็นคุกสำหรับผู้ที่ทำความผิดเกี่ยวกับการเมืองในเกียวโตนี่นา

ผมสงสัยว่าแล้วถ้าเกิดจริงๆแล้วต้นตอของกล่องพวกนี้มันมาจากเกียวโตละ !?

ผมหวังว่านี่จะเป็นการช่วยให้ผมตามหาต้นตระกูลของผมด้วย…

เมื่อตอนที่พ่อกับแม่ผมยังมีชีวิต ผมมักจะได้ยินว่าครอบครัวทางฝั่งของพ่อผมนั้นมาจากทาง Oki ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องเดียวที่ผมรู้

ผมไม่รู้ว่าผมมีความเกี่ยวข้องกันกับ XXX ด้วยหรือเปล่าหลังจากที่ได้ยินเรื่องของเขา เพราะนามสกุลของเขาและผมนั้นเป็นนามสกุลเดียวกัน

ผมไม่คิดว่าน้องสาวของผม, คุณยาย, หรือว่าแม่ของผม รวมถึงญาติทางฝั่งคุณแม่ของผมจะรู้เรื่องพวกนี้

เพราะผมถึงอยากให้พวกคุณช่วย

ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านบางท่านนั้นรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มากกว่าที่ผมรู้

พวกคุณแต่ละคนนั้นก็อยู่กระจายตามจังหวัดต่างๆในญี่ปุ่นซึ่งอาจจะมีบางท่านที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับท้องถิ่นที่ผมอาจจะยังไม่ทราบก็ได้

แล้วพวกคุณเคยได้ยินคำว่า ฮักไก(Hakkai) กันบ้างไหม?อาจจะเคยเห็นผ่านๆจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่น? หรือพวกตำนานเรื่องเล่าประจำท้องถิ่น?

วิธีในการเรียกชื่อของพวกกล่องเหล่านั้นก็น่าสนใจเช่นกัน

ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกแปลกเมื่อได้ยินชื่อพวกมันแต่ว่า

คำว่าอิปโปะ(Ippou) และนิโฮะ(Nihou) ไอ้คำว่า “Hou” เนี่ยเสียงมันดันคล้ายกับคำที่มีความหมายว่า “ผนึก” หรืออย่าง ฮักไก(Hakkai) … “Kai” ในภาษาญี่ปุ่นมันก็มีความหมายว่า “เปิด”

ผมรู้ว่าไอ้สิ่งที่ผมขอจากท่านผู้อ่านเนี่ยมันอาจจะเยอะไปมาก ยิ่งการขอข้อมูลจากท่านผู้อ่านโดยที่ตัวผมเองก็ไม่สามารถที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมเองได้มันอาจจะดูไม่ดีจริงๆ

แต่ว่าถ้าหากท่านผู้อ่านรู้อะไรบางอย่าง ได้โปรดบอกผมด้วยนะครับ

ผมจะพยายามไปตามหาข้อมูลตามห้องสมุดในพื้นที่ดู

แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาอัพเดตถ้าเกิดผมได้ข้อมูลอะไรมาใหม่

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ อาจจะมีหลายๆท่านสงสัยว่าชาวบ้านเหล่านั้นคือใครกันแน่แล้วทำไมผมถึงบอกว่าคำที่ใช้เรียกพวกเขานั้นถึงเป็นคำที่ถูกห้ามใช้เรียกกันในปัจจุบันนะครับ (ถ้าจะยกตัวอย่างก็จะเหมือนกับ N-word ที่คนอเมริกันห้ามไม่ให้ใช้เรียกคนผิวดำนะครับ )

เพราะงั้นสุดท้ายนี้ผมจึงจะขออธิบายเกี่ยวกับคำว่าบุระคุ(ฺ Buraku )ให้ฟังนะแบบคร่าวๆครับ

คำว่า บุระคุ เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งพวกเขาถูกจัดให้อยู่ลำดับล่างสุดในชนชั้นทางสังคมของญี่ปุ่นในยุคสมัยที่ยังคงมีระบบชนชั้นวรรณะอยู่ พวกเขามักจะถูกมองว่าเป็นพวกคนนอกไม่เคยเป็นที่ยอมรับในสังคม นอกจากนี้พวกเขามักจะโดนถูกดูถูกเหยียดหยาม โดนรังแกข่มเหงถูกปฏิบัติไม่ต่างจากสัตว์และมักจะถูกเนรเทศให้ออกไปจากพื้นที่ที่คนปกติอาศัยอยู่เป็นประจำ

พวกเขามักจะถูกใช้ให้ทำงานที่คนญี่ปุ่นสมัยนั้นมองว่าเป็นงานสกปรก หรืองานที่มักจะเกี่ยวข้อกับความตาย งานที่ชาวญี่ปุ่นมองว่าเป็นงานชั้นต่ำ (ยกตัวอย่าง เช่น สัปเหร่อ, ผู้ทำการประหาร, คนงานในโรงฆ่าสัตว์ โรงฟอกหนัง เป็นต้น) นอกจากนั้นพวกเขายังถูกตีตราว่าเป็นภัยต่อสังคมอีกด้วย

เนื่องด้วยพวกเขามักจะไม่เป็นที่ต้องการในสังคมหรือไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนธรรมดาได้ พวกเขาจึงมักจะถูกกวาดต้อน หรือขับไล่ให้ไปอยู่รวมกันในพื้นที่ๆหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นที่อยู่สำหรับพวกเขาจนกลายเป็นหมู่บ้านของพวกเขาขึ้นมา ซึ่งคนภายนอกจะไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้เป็นอันขาด

 

(ข้อมูลเบื้องต้นจาก Wikipedia)

 

ส่วนตอนนี้ขอลาไปก่อนนะครับ

ก็จบไปแล้วกับซีรีย์ Kotoribako ส่วนใครที่อยากอ่าน Kotoribako ตอนอื่นๆสามารถกดเลือกได้ตาม link ข้างล่างนี้เลย

Chapter I: The Main Story

Chapter II: Between A and M

Chapter III: Part 2 <その2>

Chapter IV: The Unfolded truth Part-1 <全貌 Part-1>

Chapter V: The Unfolded truth Part-2 <全貌 Part-2>

Chapter VI: The Story Of J and The Rules

Chapter VII: The Villagers and The Box

Chapter VIII: Hakkai

Chapter IX: Chippou, Freedom, and Tragedy

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-kotoribako-feature-image-ch-9

Kotoribako – Chapter 9

thb-auntie-kamiya-feature-image

คุณป้า คามิยะ