in ,

Kotoribako – Chapter 1

Chapter I : The Main Story

Feature Image by The Haunted Bar

Background

เรื่องเล่าในวันนี้เป็นหนึ่งในตำนานเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นตั้งมาแต่ก่อนยุคที่อินเตอร์เน็ตกำเนิดขึ้นแต่เรื่องราวของมันได้ถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงกลางๆปี 2000  ซึ่งแหล่งที่มาของเรื่องนี้พวกเราได้นำมาจากเว็บบอร์ดที่เป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่นชื่อว่า 2channel (Japanese: 2ちゃんねる) ซึ่งตัวผู้โพสเองได้ใช้ชื่อว่า 小箱 (Kobako) เป็นนามสมมติ (แต่ในเรื่องเล่า ตัวของผู้เล่านั้นจะใช้นามสมมติว่า “A” )

เรื่องราวของเขานั้นถูกแชร์ออกไปและได้รับความสนใจจากผู้อ่านทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากเป็นจำนวนมาก จนทำให้ไอ้คำว่า Kotoribako นั้นกลายเป็น คำต้องห้ามอันดับต้นๆ ที่ถูกห้ามใช้ในการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์เพื่อความปลอดภัย

หลายๆคนมักจะพูดว่ารู้สึกคลื่นไส้หลังจากได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้า Kotoribako นี้ และบางทีก็มีข่าวลือว่ามีคำสาปอันทรงพลังแฝงอยู่ในเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับเจ้า Kotoribako นี้ เช่นเดียวกับเรื่องราวอันน่าสยดสยองของมัน (บางทีก็มีข่าวลือว่าใครที่ได้อ่านเรื่องราวของเจ้าโคโตริบาโกะจะโดนคำสาปไปด้วย)

ในเนื้อเรื่องจะมีเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวของกับประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมบางส่วนของญี่ปุ่นที่พวกเราอาจจะไม่คุ้นเคย หรือไม่เคยได้ยินมาก่อน ทางเราจึงใส่ข้อมูลบางส่วนเพิ่มเติมลงไปเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น

The Main Story

ผมมักจะชอบใช้เวลาว่างไปกับการอ่านเรื่องราวสยองขวัญตามกระทู้และบทความต่างๆตามเว็บไซต์ที่ผู้คนมักจะนำเสนอเรื่องราวมากมายไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ของตัวเองหรือเรื่องเล่าสัพเพเหระทั่วๆไปให้คนอื่นๆได้อ่านกัน

แต่ว่าผมก็ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงผมจะต้องมานั่งตั้งกระทู้โพสบทความเพื่อที่จะบอกเล่าประสบการณ์ตัวเองให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน

ซึ่งตัวผมนั้นบอกตามตรงเลยว่าตัวผมเองเป็นคนที่ไม่ได้มีเซ้นส์ในเรื่องของวิญญาณเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ผมก็ได้เจอกับประสบการณ์เหนือธรรมชาติด้วยตัวเองเมื่อเดือนที่แล้วเข้าจนได้

ก่อนที่ผมจะเข้าเรื่อง ผมได้ขออณุญาติบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในประสบการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นกับตัวผมเป็นที่เรียบร้อยว่าสามารถอ้างอิงถึงพวกเขาได้

และเรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้นั้นค่อนข้างยาวพอสมควร รวมไปถึงตัวผมเองก็ไม่ใช่นักเขียนที่มีฝีมือเท่าไหร่ แต่ผมจะพยายามเล่าเรื่องให้ท่านผู้อ่านเข้าใจให้ได้มากที่สุด

และสุดท้ายอย่างที่ผมบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าผมเองก็ไม่ใช่คนที่มีเซ้นส์ในเรื่องของภูติผีปีศาจเพราะฉะนั้นเรื่องราวต่อจากนี้ขอให้ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

เอาละมาเข้าเรื่องกันเลย

เพื่อสนิทของผม (ซึ่งผมจะขอเรียกว่า “M”) มันเป็นคนที่มีเซ้นส์ในเรื่องของวิญญาณและเรื่องเหนือธรรมชาติ ผมกับมันรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น จนปัจจุบันผมกันมันก็อายุก็ปากันเข้าไปเกือบจะ 30 แล้ว แต่เราก็ยังคงชอบที่จะแฮงก์เอ้าท์ และออกไปกินเหล้าด้วยกันเป็นประจำ

ครอบครัวของมันนั้นเป็นนักบวชนิกายชินโตมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งพวกเขามีหน้าที่ดูแลศาลเจ้า รวมไปถึงทำหน้าที่ในการจัดพิธีกรรมสำคัญต่างๆ เช่น ให้พรแก่ผู้ที่มาขอพรในช่วงเทศกาลปีใหม่, พิธีกรรมบวงสรวงเทพเจ้าต่าง, หรือแม้กระทั่งจัดงานแต่งงาน โดยที่พวกเขามักจะแต่งกายด้วยเครื่องแบบสีขาวที่เป็นลักษณะเฉพาะของนักบวชนิกายชินโต

ซึ่งไอ้ M นั้นก็เป็นนักบวชเช่นกัน แต่ทว่าตัวมันเองก็ทำงานประจำเหมือนคนธรรมดาทั่วๆไปเพื่อนที่จะได้มีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงดูตัวมันเอง และบ้านของมันนั้นก็อยู่ติดกับศาลเจ้าและศาลเจ้าแห่งนี้ก็เรียกได้ว่ามีขนาดที่ใหญ่ในละแวกที่ผมอาศัยอยู่

ในวันนั้นพวกผมแพลนกันว่าเดี๋ยวตกเย็นจะออกไปดื่มสังสรรค์กันกับเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งผม, ไอ้ M แล้วก็เพื่อนคนอื่นๆ ก็ตกลงกันว่าจะมาเจอกันที่บ้านของผมก่อนที่จะออกไปข้างนอกกัน

เมื่อถึงเวลานัด, ไอ้ M กับแฟนสาวของมัน (ซึ่งต่อจากนี้ผมจะขอเรียกเธอว่า “K”) ก็มาถึงเป็นคู่แรก และพวกเราก็รอเพื่อนผู้หญิงอีกคนซึ่งผมจะขอเรียกเธอว่า “S”

ในระหว่างรอ S พวกเราก็นั่งเล่นวิดีโอเกมส์รอเธอไปพลางๆ จนกระทั่ง S โทรเข้ามา ซึ่งเธอก็ได้พูดกับผมว่า

“ขอโทษนะแก ฉันอาจจะถึงช้าหน่อยนะ พอดีที่บ้านฉันเจอของที่น่าสนใจในโรงเก็บของนะ ก็เลยลืมเวลานัดไปเลย”

“เฮ้ย A แกเก่งเรื่องแก้ปริศนาใช่มะ ? นี่ๆเดี๋ยวฉันจะให้แกลองไขปริศนาอันนี้ดู เดี๋ยวฉันจะเอามันไปด้วย”

“เดี๋ยวฉันจะไปถึงเร็วๆนี้ละ”

ประมาณ 40 นาทีต่อมา S ก็มาถึงที่บ้านผม และในขณะที่เธอกำลังจอดรถของเธอนั้นเอง อยู่ดีๆไอ้ M ก็เกิดสติแตกขึ้นมา

M: “ _ิบหายแล้ว!! กูทำไม่ได้แน่ๆ วันนี้พ่อกูออกดันไปข้างนอกอีก ซวยแล้วกู “

ผม (A) : “ มึงตกใจไรเนี่ย? มึงทำหน้าอย่างกะมึงเห็นผี เฮ้ย!! หรือมึงเห็นอะไรเข้าอีกแล้ว? “

คือด้วยความที่ไอ้ M มันเป็นคนมีเซ้นส์ในเรื่องพวกนี้ บางทีมันก็จะเห็นบางอย่างที่คนทั่วๆไปอย่างพวกเราไม่สามารถเห็นได้ ซึ่งบางครั้งมันมักจะแสดงอาการตื่นตระหนกเวลามันเจออะไรแบบนี้เข้า แต่มันเองก็ไม่ค่อยจะพูดเรื่องพวกนี้ให้พวกผมฟังซักเท่าไหร่ ซึ่งพวกผมก็ชินกับมันเวลามันเป็นแบบนี้เลยไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องซีเรียสอะไร

K : “ เธอเป็นไรหรือเปล่า? เธอมองเห็นอะไรแปลกๆอีกแล้วเหรอ? ”

M: “ ไอ้สิ่งที่ฉันเห็นในวันนี้มัน…มันน่ากลัวกว่าทุกๆสิ่งที่ฉันเคยเห็นมาเลย มันคือเ_ ี้ยไรวะเนี่ย !!? S !! แกเอาอะไรมากันแน่ ??? ”

พวกผมได้ยินเสียงของ S เดินขึ้นบันใดตรงมาที่ห้องของผม และทันใดนั้นเอง สีหน้าของไอ้ M นั้นถึงกับซีดลงด้วยความหวาดกลัวเอามากๆ

M: “ (พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง)….S แกถืออะไรไว้ในมือนะ? ขอดูหน่อยสิ “

หลังจากที่ไอ้ M มันถามด้วยท่าทีจริงจังแบบนั้นก็ทำให้ S ถึงกับผวาเหมือนกัน…

S: “ อะไรวะ? มีอะไรผิดปกติเหรอ? หรือว่า… แกอย่าบอกนะว่าฉันเอาของอันตรายมา..”

M: “ ก็เออสิวะ…แกอะเอาของที่โคตรอันตรายติดตัวมาด้วยนะเว้ย !! ”

S: “ ไอ้สิ่งนี้ ฉันไปเจอมันเข้าตอนกำลังเคลียของในโรงเก็บของ เพราะที่บ้านฉันจะทำการรื้อโรงเก็บของทิ้งอาทิตย์หน้านี้แล้วนะ “

ทันใดนั้น S ก็ควักกล่องไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่แต่ละด้านมีขนาดประมาณ 5เซนติเมตรออกมา ซึ่งผมคิดว่าไอ้กล่องไม้นี่ละที่เป็น ”ปริศนา” ที่เธอพูดถึงตอนที่คุยโทรศัพท์กัน มันเป็นกล่องไม้ที่มีไม้ชิ้นเล็กๆที่มีกลไกที่ซับซ้อนซ่อนอยู่ข้างใน ลักษณะคล้ายตัวต่อเหมือนในเกมส์ Tetris ประกอบเข้าไว้ด้วยกัน…

เมื่อไอ้ M เห็นเจ้ากล่องไม้ใบนั้นมันก็ตะโกนออกมาพร้อมกับแสดงอาการหวาดกลัวมากๆ

“ อย่าไปจับมัน !! วางมันลงเดี่ยวนี้ !! ”

พอพูดจบไอ้ M ก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องน้ำทันที

“「โอ้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก」” (เสียงอาเจียนของไอ้ M ดังออกมาจากในห้องน้ำ)

K รีบเข้าไปดูอาการของไอ้ M ในทันที ซึ่งหลังจากนั้นไอ้ M กลับมาที่ห้องด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก พร้อมทั้งเริ่มโทรหาพ่อของมัน

M: “ พ่อ… ฟังนะ มันคือ โคโตริบาโกะ ( Kotoribako ) …เพื่อนของผมมันเอาโคโตริบาโกะมา!! ผมกลัว…พ่อ ผมไม่รู้ว่าผมจะทำไงดี ผมคิดว่าผมคงทำเหมือนที่ตาทำไม่ได้แน่ๆ… ”

ผมรู้สึกตกใจมากที่จู่ๆ ไอ้ M ก็ร้องไห้โฮออกมายกใหญ่

อะไรที่ทำให้ชายคนนึงถึงขนาดต้องร้องไห้ออกมาให้พ่อตัวเองฟังได้ขนาดนี้ ไอ้สิ่งๆนั้นมันคืออะไรกันแน่?

ตัวผมเองก็เริ่มที่จะกลัวเหมือนกันเพราะตั้งแต่รู้จักกับมันมาผมยังไม่เคยเห็นมันร้องไห้ซักแม้แต่ครั้งเดียว บอกตามตรงนะครับ ตอนนี้ตัวผมเองก็เริ่มรู้สึกอยากจะร้องไห้เหมือนกัน

บทสนทนาของ M ก็ยังคงดำเนินต่อไปซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามันพูดถึงอะไร :

“ ไม่นะพ่อผมยังไม่เห็นมันนะ, ผมยังเห็นแค่กล่องเฉยๆ ”

“ ผมเห็นร่องรอยบางอย่าง แต่ไม่แน่ใจว่ามันยังมีเหลืออยู่ในกล่องเท่าไหร่ “

“ ใช่ๆ เพื่อนผมโดนไปเล็กน้อยตรงบริเวณท้องของเธอ ”

“ รูปร่างมันเหมือนกับ ชิปโปะ(Shippou)… ใช่ๆ ทรงสามเหลี่ยมแบบนี้ต้องใช่แน่ๆ มันคือชิปโปวใช่มั้ยพ่อ? “

“ โอเค…เดี๋ยวผมจัดการเอง แต่พ่อสัญญานะ ถ้าหากผมพลาดขึ้นมา…พ่อต้องช่วยผมนะ “

ไอ้ M วางสายได้ซักพักแล้วก็เริ่มร้องไห้ออกมาอีกรอบ

ไม่กี่นาทีต่อมา เพื่อนของผมดูมีท่าทีที่สงบลง มันเหมือนกับมันตัดสินใจอะไรได้สักอย่าง

มันหยุดร้องไห้ แล้วก็นั่งคุกเข่าในลักษณะ SEIZA (เป็นลักษณะการนั่งคุกเข่าของคนญี่ปุ่น) เขาตบต้นขาตัวเองแล้วก็หันมาบอกกับผมว่า

M: “ ไอ้ A !! มึงหามีด หรือคัตเตอร์มาให้กูที “

A: “ มึงจะเอามาทำอะไรวะ ??? “

M: “ เออหน่า…กูไม่เอามาฆ่าใครหรอก กูแค่จะเอามาทำพิธีช่วย S มัน ”

“ S ฟังนะ ฉันรู้ว่าเรื่องที่ฉันจะขอต่อจากนี้มันอาจจะยากไปซักหน่อยแต่ ฉันอยากขอแค่แกอย่ากลัวนะ “

“ ไว้ใจฉันได้ พวกเราต้องไม่กลัว โอเคมั้ย!! “

“ พวกมึงอย่าประเมินกูต่ำไป… กูต้องทำได้ ! ตา…ช่วยคุ้มครอมผมด้วย ! เ_ี้ยยยยเอ้ย ! “

จู่ๆไอ้ M ตะโกนออกมาอย่างดังเพื่อข่มความกลัวของตัวเอง

ในตอนนั้น S เองก็เริ่มจะร้องไห้เพราะความกลัวและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอพูดออกมาทั้งน้ำตา “ เออๆฉันเข้าใจ ฉันจะพยายาม ”

K และตัวผมเองก็เริ่มกลัวเหมือนกัน

บอกตามตรงผมเองก็กลัวจนเกือบฉี่ราดเลย

ท่ามกลางความกลัวและความสับสน สิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือทำตามสิ่งที่ไอ้ M มันบอก

M: “ A!! ส่งมีดมา “

ผมยื่นมีดที่ผมยิบมาจากในครัวให้มัน

M: “ A !! มึงหยิกตรงต้นขากูที มึงหยิกให้แรงที่สุดเท่าที่มึงจะทำได้เลยนะเว้ย!! “

ผมยังคงงงกับสิ่งที่มันบอกให้ผมทำ แต่ผมก็ทำตามที่มันบอก

ผมหยิกไปที่ต้นขาของมันอย่างสุดแรง

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

ไอ้ M ตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด

ซึ่งในตอนที่ผมหยิกมัน มันก็ได้เฉือนปลายนิ้ว และฝ่ามือของมันเอง

ซึ่งผมก็ได้รู้ว่าที่มันสั่งให้ผมหยิกมันก็เพื่อไม่ให้มันรู้สึกเจ็บตรงที่มือของมัน

ไอ้ M หยุดร้องแล้วมันก็หันมาตะโกน S ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากๆ

M: “ S อ้าปาก !! “

S รีบทำตามที่ไอ้ M สั่ง

ไอ้ M เอานิ้วที่อาบไปด้วยเลือดสดๆที่ออกมาจากบาดแผลที่มือของมันใส่เข้าไปในปากของ S เลือดจำนวนมากที่มาจากบาดแผลของ M ไหลเข้าไปในปากเธอ

M ยังคงพูดตะคอกใส่ S ต่อ

M: “ S กลืนเลือดพวกนี้เข้าไปซะ ฉันรู้ว่ามันน่าสะสิดสะเอียน แต่แกต้องกลืนเข้าไปให้หมดนะเว้ย “

S เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วม พร้อมทั้งร้องไห้ น้ำตาเธอเริ่มไหลลงมาที่แก้มของเธอ

จากนั้น ไอ้ M ก็เริ่มท่องคาถา หรือบทสวดอะไรบางอย่าง ซ้ำไปซ้ำมาประมาณ 5-6 รอบ เหมือนกับพิธีกรรมนั้นได้เริ่มขึ้นแล้ว

“… notenjou, norio, shinmeiiwato akemashita, kashikomikanshikomimomamousu…”

「◎△*の天井、ノリオ? シンメイイワト アケマシタ、カシコミカシコミモマモウス」

ต่อมาไอ้ M เอานิ้วใส่เข้าไปในปากของเธอ ทันใดนั้น S ก็เริ่มอาเจียนออกมาแรงมากๆ

“ อ้วกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ”   (เสียงของ S อ้วกออกมาด้วยความทรมาน)

อ้วกของเธอนั้นเต็มไปด้วยเลือดของ M พร้อมทั้งมีบางสิ่งปนอยู่ในกองเลือดนั่น

จากนั้นไอ้ M ก็พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

M: “ ใช่แล้ว!! มันออกมาแล้วโว้ย มันออกมาแล้ว!! เฮ้ย S แกจะต้องไม่เป็นอะไร ทุกอย่างจะต้องโอเค ขอบคุณพระเจ้า !!

M: “ เอาละต่อไปก็.. ”

M: “ ตาคุ้มครองผมด้วย !! ”

ไอ้ M วางมือที่อาบไปด้วยเลือดของตัวเองลงบนกล่องไม้ พร้อมทั้งเริ่มท่องคาถาอีกครั้ง

M: “ Kotoribako, Kotoribako, ◎△*??Й(คำโบราณบางอย่าง)・・・ ”

ทันใดนั้นไอ้ M ก็เริ่มสติแตกอีกครั้ง สีหน้ามันเริ่มจะร้องไห้อีกครั้ง

M: “ เวรเอ้ย!! กูไม่เคยเรียนคำพวกนี้เลยเว้ย ”

“ …. ไอ้A !! มึงรีบโทรหาพ่อกูด่วนเลย !! ”

ผมทำตามที่ไอ้ M บอก แล้วก็ช่วยถือโทรศัพท์ให้มัน

M: “ พ่อ!! ผมท่องคาถาไม่ได้ ผมลืมคำบางคำในบทคาถานะพ่อ พ่อช่วยผมท่องคาถากับผมผ่านโทรศัพท์ได้ไหมพ่อ? ”

ไอ้ M เอามือวางไว้บนกล่องอีกครั้งซึ่งผมช่วยถือโทรสับอยู่ข้างๆมัน แล้วพิธีกรรมก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มันเหมือนกับมันกำลังร้องเพลงอะไรบางอย่างซึ่งตัวผมเองก็ไม่อาจเข้าใจได้

สุดท้ายไอ้ M ก็พูดขึ้นมา

“ เสร็จซักที….ในที่สุดทันก็จบสิ้นซักที…. กูทำได้แล้วโว้ยยยย ”

ก่อนที่จะสิ้นเสียง มันก็เริ่มร้องไห้อีกครั้งซึ่งคราวนี้มันร้องไห้ไม่ต่างกับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆเลย ชายที่อายุย่างเข้า 30 ที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นทรุดตัวลงกับพื้นทั้งน้ำตา…

K รีบเข้าไปปลอบแฟนหนุ่มของเธอ, ไอ้ M ร้องไห้อยู่ได้ประมาณ 20 นาที

จนสุดท้ายพวกเราทั้ง 4 ต่างก็ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว จากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ในระหว่างที่พวกเราร้องไห้กันอยู่นั้นสิ่งที่ผมสังเกตุก็คือ ไอ้ M ไม่เคยละมือออกจากไอ้กล่องไม้นั่นเลย

เขากำมันไว้แน่น จนกระทั่งพวกเราทุกคนรวมไปถึงบรรยากาศเริ่มดีขึ้น…

เมื่อทุกอย่างสงบลง ไอ้ M ขอผ้าขนหนูผืนหนึ่ง ซึ่งผมก็ได้เอาผ้าเช็ดตัวส่งให้มันแล้วมันก็เอาไปใช้เพื่อห้ามเลือดรวมไปถึงเอามาห่อไอ้กล่องใบนั้นด้วย

M: “ เอาละใครอยากไปแดกเหล้าต่อบ้าง? ”

ทุกคนต่างก็เงียบไม่พูดอะไรด้วยความงุนงง

M: “ ล้อเล่นนะ ทุกคน กูไม่คิดว่ากูมีแรงเหลือแล้ววะ เฮ้ย A มึงช่วงส่งกูบ้านได้ปะวะ ? “

ผมละทึ่งกับมันจริง คือไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ผึ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกมาซะขนาดนี้มันยังจะมีอารมณ์เล่นมุขอีก

ผมได้ขับรถไปส่ง S , M และK ที่บ้านของพวกเขาในวันนั้น

หลังจากนั้นผมได้ยินว่าไอ้ M มันต้องลางานยาวถึง 8 วัน

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-kotoribako-feature-image-ch-2

Kotoribako – Chapter 2