in , ,

KAMOME | CHAPTER 3

The Consequence (ผลของการกระทำ)

กลับมาต่อกับ Kamome ตอนสุดท้าย

จากนั้นผู้จัดการ ก็เริ่มเล่าเรื่องต่อ

เจ้าของโรงแรมคนแรกนั้นต้องประสบกับปัญหาธุรกิจต่างๆนาๆ ในช่วงที่เขาพยายามแก้ไขคำสาปของเหล่า คาโมเมะ  จนสุดท้ายเขาก็ต้องขายธุรกิจของเขาไปให้กับคนอื่นพร้อมทั้งออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป

เจ้าของคนใหม่ที่ได้การซื้อต่อกิจการมาก็ได้ทำการปรับปรุงโรงแรมแห่งนี้ รวมไปถึงห้องที่ถูกใช้สำหรับให้บริการ คาโมเมะ ก็ได้ถูกเปิดให้บริการแต่เปลี่ยนไปเป็นห้องพักธรรมดาสำหรับแขกอีกครั้ง

แต่ในตอนนั้นทุกคนต่างก็คิดว่าคำสาปของคาโมเมะนั้นได้หายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าก็ยังมีแขกบางท่านที่เข้ามาพักได้แจ้งว่าพวกเขานั้นได้เห็นผู้หญิงนัยตาสีแดง และไม่มีฟันอยู่ในตู้เสื้อผ้า

เจ้าของโรงแรมคนใหม่จึงได้ติดต่อกับพระท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นคนเดียวกับคนที่เคยเข้ามาที่หมู่บ้านและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ และทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในห้องนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที เขารีบบอกเจ้าของโรงแรมด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

 

“ไปตรวจดูที่หลุมศพเดี๋ยวนี้เลย!!”

 

พวกเขาได้ขุดหลุมศพขึ้นมาอีกครั้ง และเช็คดูตระกร้าที่ได้ถูกฝังลงไป พวกเขาพบว่าลูกบอลคริสตัลนั้นได้หายไป… ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าเข้าของโรงแรมคนก่อนนั้นได้ทำการขโมยลูกบอลคริสตัลไป หลังจากที่เขาได้ขายธุรกิจโรงแรมนี้ให้กับเจ้าของคนใหม่และได้ออกจากเมืองไป

 

เจ้าของโรงแรมนั้นรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมากหลังจากที่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น

“ฉันควรจะทำอย่างไรดี!? ไม่มีใครรู้เลยว่าเจ้าของโรงแรมคนก่อนนั้นย้ายไปอยู่ที่ไหน และตัวฉันเองก็ไม่สามารถที่จะทำการจัดหาลูกบอลคริสตัลลูกใหม่ได้ในตอนนี้…”

 

พระท่านก็ได้อธิบายกับเจ้าของคนใหม่

“ใจเย็นๆก่อนนะ ดูเหมือนว่าวิญญาณของเหล่าคาโมเมะส่วนใหญ่นั้นได้ไปสู่สุขติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยกเว้นเพียงแค่คนเดียว นั่นก็คือคนที่ไม่ได้สูญเสียเพียงแค่ดวงตาของเธอแต่ฟันของเธอก็ถูกถอนออกไปด้วย.. ความแค้นของเธอยังคงมีอยู่เพียงแต่ว่าคำสาปของเธอนั้นไม่ได้รุนแรงเหมือนแต่ก่อนแล้ว…”

“และด้วยพลังของคำสาปที่เธอมีในตอนนี้ไม่ได้รุนแรงเหมือนแต่ก่อนเพราะฉะนั้น หากเราไม่พยายามไปทำอะไรที่ไปกระตุ้นให้เธอโกรธ คำสาปของเธอก็จะไม่มีผลกับพวกเรา”

 

ด้วยความสงสัยเจ้าของโรงแรมก็ถามต่อ

“แล้วจะมีวิธีไหนที่ฉันสามารถช่วยเธอได้บ้าง? เราไม่สามารถช่วยให้เธอไปสู่สุขติได้เลยหรือ?”

 

พระท่านก็ตอบว่า

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ มันยังคงต้องใช้เวลา
ฉันได้นำเจ้าสิ่งนี้มาด้วยเผื่อในกรณีที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น”

แล้วพระท่านได้นำลูกแก้วคริสตัลที่มีขนาดเท่าดวงตาสองลูกออกมา และได้นำมันใส่ลงไปในตระกร้าและฝังมันกลับลงไปยังหลุมศพของเหล่าคาโมเมะ

หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับไปยังห้องนั้นและก็เริ่มพูดต่อ

“ผู้หญิงที่อยู่ในห้องนี้…ดวงตาคริสตัลนั้นจะช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่เธอก็ยังคงติดอยู่กับความเศร้าและความแค้น แต่เพราะการที่เธอถูกกระทำอย่างโหดร้ายมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะลงเอยเช่นนั้น”

“แต่ถ้าคุณยังอยากที่จะใช้ห้องพักอันนี้สำหรับแขกละก็ คุณเองต้งอทำตามเงื่อนไขเหล่านี้อย่างเคร่งครัด”

 

เจ้าของโรงแรมถึงกับตกใจในสิ่งพระพูด

“คุณพูดจริงๆหรือ? ฉันสามารถให้แขกมาเข้าพักที่ห้องนี้ได้จริงๆหรือ? ห้องที่มีผีสิงแบบนี้เนี่ยนะ?”

 

พระท่าพูดอย่างสงบนิ่ง

“ได้สิแต่คุณต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัดนะ…

อย่างแรก, ให้หลีกเลี่ยงแขกที่เป็นคู่ชายหญิง เมื่อไหร่ก็ตามที่หากมีคู่ชายหญิงพักอยู่ในห้องนี้ วิญญาณของผู้หญิงคนนั้นจะระรึกถึงช่วงเวลาอันเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญ และเธอจะจ้องมองผ่านทางตู้เสื้อผ้าเท่านั้น แต่ว่านั่นก็อาจจะทำให้แขกกลัวจนขวัญผวาได้เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าแขกที่มาพักจะเป็นครอบครัว,เด็ก,ญาติพี่น้อง, หรือคู่สามีภรรยาก็ตาม ตราบใดที่แขกที่พักห้องนี้เป็นคู่ชายหญิง…เธอก็จะปรากฎตัวออกมาและจ้องมองพวกเขา”

 

เจ้าของโรงแรมพยักหน้ารับทราบพร้อมทั้งจดโน๊ตเอาไว้

 

หลังจากนั้นพระก็เริ่มพูดต่อ

“ข้อที่สองนี้สำคัญมากๆ, ห้ามให้แขกที่มาพักใครก็ตามห้ามมีเพศสัมพันธ์กันในห้องนี้เด็ดขาด!! เพราะมันจะเป็นการกระตุ้นให้แรกอาฆาตให้กับวิญญาณ และฉันเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเธอจะทำอะไรกับคนที่มาพักที่ห้องนี้ และฉันไม่สามารถรับประกันได้เลยว่าพวกเขาจะปลอดภัย”

 

เจ้าของโรงแรมถึงกับหน้าถอดสี

“เอ่อ…ถ้าเกิดมันอันตรายขั้นนั้น… งั้นมันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าหากเราทำการปิดตายห้องนี้ไปเลย? ถ้าเกิดวิญญาณของเธอจะทำอันตรายคนอื่นที่มาเข้าพัก?” 

 

พระท่านส่ายหัวแล้วก็พูดว่า

“มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ…”

“วิญญาณสาวตนนี้ไม่ใช่ปีศาจร้ายอะไร เธอเป็นแค่เหยื่อยจากการกระทำอันโหดร้าย เป็นวิญญาณที่น่าสงสาร… “

“พุทธศาสนาสอนเรื่องของผลการกระทำที่จะนำมาซึ่งสิ่งที่ดีและไม่ดี มันก็ขึ้นอยู่กับเจตนาและการกระทำของพวกเรา”

“ตราบใดที่แขกไม่ไปกระตุ้นให้เธอโกรธ เธอเองก็สามารถทำคุณให้กับเราได้เช่นกัน ซึ่งอาตมาก็เชื่อว่าเธอจะสามารถช่วยผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตรได้เช่นกัน”

และนั่นก็คือที่มาที่พวกเขาสร้างกฎข้อห้ามขึ้นมาสำหรับแขกที่จะเข้ามาพักที่นี่

ห้องพักห้องนั้น กลายเป็นห้องพักที่มีชื่อเสียงในหมู่ของหญิงสาวที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตร แต่ทว่าก็ยังมีแขกบางคนที่พยายามฝ่าฝืนกฎข้อห้าม

 

ผมเริ่มรู้สึกเหงื่อแตกหลังจากที่ได้ยินเรื่องเล่าพวกนี้

“แล้ว…เกิดอะไรขึ้นกับคู่ที่มาพักที่ห้องนั้นแล้วฝ่าฝืนกฎครับ?”

 

ลมเย็นๆจากแอร์ในห้องพัดมาโดนตัวผมทำให้ผมเริ่มรู้สึกหนาวเล็กน้อย

 

จากนั้นผู้จัดการก็ตอบคำถามของผม

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอนั้นก็ได้เกิดขึ้นกับพวกเขาเช่นเดียวกัน”

“คาโมเมะ( Kamome ) นั้นจะถูกกระตุ้นให้โกรธโดยการที่คู่รักนั้นมีเพศสัมพันธ์กันในห้องนั้น เธอจะทำลายดวงตาของแขกที่เป็นผู้หญิง และจากเท่าที่ฉันได้ยินมา…คาโมเมะนั้นจะทำลายมดลูกของแขกที่เป็นผู้หญิงด้วยเช่นกันเพื่อทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตลอดชีวิต…” 

 

ผมอึ้งไปชั่วครู่…

“คุณพูดจริงอะ? ตลอดเวลาที่ผมสลบไปนั้น นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับโยโกะงั้นหรือ…??”

ผมเริ่มพูดด้วยอารมที่โกรธแต่ก็รู้สึกกลัวไปพร้อมๆกัน

 

ผู้จัดการเริ่มพูดต่อ

“ฉันเสียใจที่ต้องพูดเรื่องนี้กับเธอแต่ว่าหลังจากที่คาโฒเมะทำร้ายแขกผู้หญิง ดวงตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและขาว เหมือนกับดวงตาของคาโมเมะ และด้วยมดลูกที่ถูกทำลาย เธอจะรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากและทุกครั้งเวลาที่เธอเดินท่าเดินขอเธอก็จะเหมือนกับนกพิราบเดินนั่นละ”

 

ผมรู้สึกเจ็บปวดใจมาก ผมถามผู้จัดการต่อ

“แล้วตอนนี้โยโกะอยู่ที่ไหนครับ?เราสามารถช่วยให้เธอกลับมาเป็นปกติได้ไหม?”

 

ผู้จัดการบอกกับผมว่า

“คุณโยโกะตอนนี้กำลังไปที่วัดซึ่งเป็นวัดที่พระที่ฉันพูดถึงในเรื่องที่เล่าให้เธอฟังนะ ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึง3วัน ก่อนที่เธอจะสูญเสียการมองเห็นอย่างสมบูรณ์ และในช่วงเวลา 3วันนี้ เธอจะไม่เป็นตัวของตัวเองเพราะเธอถูกวิญญาณของคาโมเมะเข้าสิง และตลอดเวลาทั้งสามวันนี้…เธอจะพยายามตามหาคุณ”

“ตลอดเวลา3วันต่อจากนี้ เธอจะต้องหลบซ่อน, เธอจงกลับไปยังบ้านของเธอ แล้วก็ขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วก็ห้ามออกจากบ้านเลยจนกว่าจะผ่านไป3วัน หลังจากนั้นคุณโยโกะจะสูญการมองเห็นไปตลอดชีวิตแต่วิญญาณของคาโมเมะเองก็จะจากร่างของเธอไป”

“และถ้ารอดผ่าน3วันไปได้เธอจะได้เจอกับคุณโยโกะอีกครั้ง แต่จงจำไว้ว่าเธออาจจะไม่ได้กลับมาเป็นปกติอีกแล้ว เธออาจจะกลายเป็นคนเสียสติไปอย่างถาวร” 

 

จากที่ผู้จัดการอธิบาย, เจ้าลูกแก้วคริสตัลที่ถูกใส่ไว้ในตระกร้านั้นจะทำให้วิญญาณของคาโมเมะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้เป็นเวลา3วันผ่านทางร่างกายของเหยื่อที่ถูกสิง แต่ถ้าเกิดว่าเป็นลูกบอลคริสตัลคู่แรกที่เจ้าของโรงแรมคนแรกได้เอาไปนั้น คาโมเมะจะสามารถมองเห็นได้ถึงเดือนนึงเลยทีเดียว

แต่ในตอนนั้นข้อมูลพวกนั้นมันไม่สำคัญอะไรกับผมอีกแล้ว ผมต้องรีบกลับบ้านในทันที และหลังจากผ่านไปสามวันผมจะไปรับโยโกะและขอโทษพ่อแม่ของเธอที่ผมเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น และผมจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต….

ผมคิดแต่เรื่องพวกนั้นอยู่ในหัวในขณะเดียวกันนั้นผมก็ได้ยินเสียงคนเดินซึ่งค่อนข้างดังมากๆจากนอกห้อง และจู่ๆประตูห้องก็เปิดออก ผมพ่อแม่ของโยโกะนั้นยืนมองอยู่หน้าห้อง

 

ทันใดนั้นแม่ของเธอก็พุ่งเข้ามาที่ผมพร้อมกับชกผมเข้าที่หน้าอย่างแรง จนผมรู้สึกได้ถึงรสชาติของเลือดในปาก

“แก…! แกกล้าดียังไง!”

“โยโกะ ลูกสาวของฉัน…. แกให้เธอโกหกพวกฉัน… แกทำกับพวกฉันแบบนี้ได้ยังไง…!!“

ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงซึ่งอาบไปด้วยน้ำตาของเธอ

พ่อของเธอมองผมด้วยสายตาที่ผิดหวังเสียใจ และไม่แม้แต่จะห้ามภรรยาของเขาเลย

 

หลังจากนั้นแม่ของเธอก็พูดว่า

“แก…แกเป็นแฟนของเธอไม่ใช่เหรอ… ทำไมแกไม่พยายามปกป้องเธอ?”

“ทำแมแกถึงไม่เป็นอะไรเลย? แล้วทำไมลูกสาวของฉันถึงต้องมาเป็นคนที่ต้องมาเจอเรื่องพวกนี้เพียงคนเดียวแบบนี้?”

 

ผมสังเกตุเห็นรอยเครื่องสำอางที่เลอะกระจายอยู่ทั่วใบหน้าของเธอเหมือนว่าเธอร้องไห้มาก่อนหน้านั้น ซึ่งผมเดาว่าพวกเขานั้นคงได้เจอกับโยโกะก่อนที่จะมาเจอผมที่นี่

 

ผมเองก็ขอโทษพวกเขาทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจ

“ผมต้องขอโทษจริงๆครับ ผมจะไม่หนีไปไหนแน่นอน ผมยินดีที่จะรับผิดชอบดูแลเธอไปตลอดชั่วชีวิตผม”

 

พ่อของเธอพูดกกับผม

“ไว้หลังจากนี้สามวันเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันใหม่ ในตอนนี้เธอควรจะรีบกลับบ้านนะ”

 

ผมพยายามคุกเข่าขอโทษพวกเขาอยู่หลายครั้ง

 

จนสุดท้ายพ่อของเธอก็เข้ามาแตะที่ไหล่ผมเบาๆ

“ฟังนะ, เธอควรจะกลับบ้านได้แล้ว”

 

ผมรีบเก็บของแล้วรีบออกจากโรงแรมแล้ว แล้วรีบขึ้นรถไฟกลับบ้านทันที

หลังจากผ่านไป2ชั่วโมง ผมก็มาถึงเมืองที่ผมอาศัยอยู่

หลังจากที่ผมได้เห็นวิวที่ผมคุ้นเคย มันทำให้ผมอยากจะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ความฝันจริงๆ

แต่ว่าจู่ๆโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นมันเลยดึงให้ผมกลับมาสู่โลกของความจริง สายที่โทรเข้ามาเป็นสายของทางผู้จัดการโรงแรม

“ฮัลโหล? นั่นคุณเรียวอิจิใช่ไหม? ฉันเป็นเจ้าของโรงแรม XXX พูดอยู่นะ..”

ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังของเธอมันทำให้ผมรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันพึ่งจะคุยกับทางวัดมา และทราบว่าคุณโยโกะนั้นได้หนีออกไปจากวัด คาดว่าน่าจะเกิดจากตอนที่พระที่วัดนั้นไปทำธุระอะไรบางอย่าง แล้วพ่อแม่ของเธอพยายามแก้มัดเธอ และนำยันต์ผนึกออก และตอนนี้พวกเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย”

“ตอนนี้พระกำลังเดินทางไปที่บ้านของเธอ และฉันอยากจะเตือนเธออีกครั้งว่าให้ระวังตัวไว้ภายใน 3วันนี้ โอเคนะ? อย่าออกจากบ้าน อย่าพยายาม พูดคุยกับใครเป็นอันขาด คาโมเมะนั้นมีประสาทการได้ยินที่ดีมากๆ..”

 

จู่ผมก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันทีราวกับจู่ๆผมก็เหมือนขาดเลือด

ใบหน้าของวิญญาณหญิงสาวตนนั้นลอยเข้ามาในหัวของผมทันที ใบหน้าอันน่ากลัวและรอยยิ้มไร้ฟันที่น่าสยดสยองมันทำให้ผมรู้สึกแย่มากๆ

ผมรีบวิ่งจากสถานีรถไฟกลับไปยังบ้านและก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง และนั่นก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจนถึงตอนนี้

 

ครอบครัวของผมเป็นห่วงผมมากๆ และรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับผม พวกเขาพยายามถามอาการผมว่าผมโอเคหรือไม่ แต่ผมเองก็ไม่สามารถพูดคุยกับพวกเขาได้

 

พวกเขาอยากให้ผมทานอะไรบ้างแต่ด้วย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันยากที่ผมจะมีอารมณ์อยากจะทานอะไร ผมแค่รู้สึกหิวน้ำและหวาดกลัวอย่างมาก เพราะไม่มีอะไรที่จะรับประกันได้เลยว่าผมจะสามารถรอดปลอดภัยภายในสามวันนี้ มันอาจจะโผล่ออกมาจากตู้เสื้อผ้าในห้องผมเมื่อไหร่ก็ได้

แล้วถ้าเกิดมันเข้าสิงผมขึ้นมาละ?

ผมจะมีสภาพเป็นเหมือนโยโกะไหม?

มันจะทำให้ผมตาบอดแล้วดวงตาของผมจะกลายเป็นสีแดงแล้วผมจะกลายเป็นคนเสียสติใช่ไหม?

หรือว่าตอนนี้ผมได้เสียสติไปแล้ว?

 

ว่าแต่โยโกะละ ตอนนี้เธออยู่กับพ่อแม่ของเธอหรือยัง?

ครอบครัวของเธอได้พาเธอกลับไปยังวัดหรือเปล่า?

โยโกะจะมาตามหาผมไหม?

จู่ๆเสียงของแม่เธอก็ดดังขึ้นมาในหัวผม
“ทำไมแกถึงไม่เป็นอะไร? ทำไมลูกสาวของฉันต้องมาทรมานอยู่คนเดียว?”

 

ถ้าเกิดว่าภายใน 3วัน โยโกะ, หรือว่าคาโมเมะในร่างของโยโกะมาเจอผม และเข้าสิงผมแล้วก็ฆ่าผมละ…

ผมเองก็คงจะบอกกับวิญญาณตนนั้นว่า อย่าโกรธแค้นโยโกะและครอบครัวของเธอเลย มันเป็นความผิดของผมเอง ผมเป็นคนที่ชวนเธอไปเที่ยว ผมเป็นคนที่ฝ่าฝืนข้อห้ามพวกนั้น…

 

ผมได้เขียนเรื่องราวความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับครอบครัวของผมได้รับรู้ และเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ไปโทษครอบครัวของโยโกะกับสิ่งที่เกิดขึ้น

และถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับผมภายในสามวันนี้ ผมขอให้ข้อความทั้งหมดที่ผมเขียนต่อจากนี้เป็นพินัยกรรมของผม

ถึงพ่อ และแม่, ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่คุณพ่อและคุณแม่มอบให้กับผม

ส่วนน้องชายของผม เรียวจิ, ขอโทษด้วยนะที่ตอนเด็กๆฉันรังแกนาย เกมส์และการ์ตูนทุกอย่างฉันยกให้นายนะ

 

 

ส่วนที่เหลือของข้อความที่เขาเขียนไว้เป็นข้อความที่เขาเขียนถึงเพื่อนและครอบครัวของเขา

น้องชายของเขาเรียวจิเป็นคนเจอกระดาษข้อความที่เขาเขียนเรื่องราวทุกอย่างไว้

เรียวอิจินั้นได้อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชมาตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่อง

และชื่อทั้งหมดที่ใช้ในเรื่องนี้นั้นเป็นชื่อสมมติขึ้นเพื่อความเป็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องของสถานที่นั้น, ถ้าเกิดเป็นคนที่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้หรือเป็นคนท้องที่ ที่เกิดผ่านมาเจอ ผมเชื่อว่าพวกเขารู้ว่าสถานที่ในเรื่องนั้นอยู่ที่ไหน

.

.

.

จบบริบูรณ์

เรื่องราวของ Kamome ก็ได้จบลงแต่เพียงนี้ คุณผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง?

สัปดาห์หน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้นคุณผู้อ่านรอติดตามชมกันได้เลย

และหากใครที่อยากอ่าน KAMOME ตอนอื่นๆ คุณผู้อ่านสามารถคลิ้กที่ลิงค์ข้างล่างได้เลย

KAMOME | CHAPTER 1 : Yoko San

KAMOME | CHAPTER 2 : Ryoichi Story (เรื่องเล่าของเรียวอิจิ)

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0

KAMOME | CHAPTER 2

อะไรคือ การที่ถูกรักโดย เทพเจ้า ? | Part-I