in , ,

KAMOME | CHAPTER 1

Yoko San

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากคุณ Kaisei 「海星さん」

เมื่อผมต้องเสียพี่ชายของผมไปด้วยอาการเสียสติ…

เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่เขากลับมาจากการที่เขาไปเที่ยวกับแฟนสาวของเขา โยโกะ เมื่อวานนี้

หลังจากที่เขากลับมาถึงบ้านได้ไม่นานเขาก็เริ่มทำตัวแปลกๆ

เขาขังตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมากินข้าวหรือสุงสิงกับผู้คนในบ้านเลย

เท่าที่ผมรู้…ก่อนหน้านั้นเขารู้สึกตื่นเต้นมากๆที่เขาจะได้ไปเที่ยวกับแฟนสาวของเขาด้วยกันแบบสองต่อสอง

เพราะว่าครอบครัวทางฝั่นแฟนสาวของพี่ชายผมนั้นค่อนข้างเข้มงวด ซึ่งแฟนสาวของเขาเองก็ต้องโกหกกับทางบ้านของเธอว่าเธอนั้นไปเที่ยวกับเพื่อนสาวของเธอ

ช่วงประมาณเที่ยงนั้น ผมขึ้นไปดูอาการพี่ชายของผม

“เรียวอิจิ เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่? นี่นายทะเลาะกับคุณโยโกะมาหรือไง?”

ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเรียวอิจิ

“เฮ้ เรียวอิจิ?”

สักพักพี่ชายของผมถึงเริ่มที่จะพูดอะไรบางอย่างกับผมด้วยเสียงที่แหบแห้งของเขา

“ถ้าหากโยโกะมาที่บ้าน หรือโทรเข้ามาที่บ้าน, บอกเธอไปนะว่าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่”

ด้วยความเป็นห่วงผมเลยตอบพี่ชายของผม

“สรุปพี่ทะเลาะกับเธอมาสินะ? อันที่จริงพี่น่าจะลงไปข้างล่างหาไรกินซักหน่อยนะ มันไม่มีประโยชน์ที่จะต้องมาอดอาหารนะ”

“….”

เขาเงียบไม่พูดอะไรหลังจากที่ผมพยายามบอกให้เขาทานข้าว ซึ่งผมก็ได้พยายามเรียกเขาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ ผมเลยตัดสินใจเลิกตื้อและลงไปกินข้าวกับพ่อแม่ของผมต่อ

บ่ายวันนั้น พ่อกับแม่ของผมนั้นได้ออกไปซื้อของ ซึ่งผมเองก็นั่งเล่นอยู่ในบ้านกับพี่ชายของผม (ซึ่งขังตัวเองอยู่ในห้อง)

จู่เสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น 

ผมเลยตัดสินใจรับสาย “ฮัลโหลนั่นใครครับ?”

“นี่โยโกะนะ เรียวอิจิอยู่ที่นั่นหรือเปล่า?”

ในตอนนั้นผมคิดว่าผมควรจะบอกความจริงกับเธอ

แต่ทว่าจู่ๆผมก็มีความคิดที่ดีกว่านั้นที่จะบอกกับเธอ เพราะการที่เธอนั้นโทรเข้ามาที่เบอร์บ้านแทนที่จะโทรเข้าไปที่โทรศัพท์ของพี่ชายผมนั่นก็แสดงให้เห็นว่า พี่ชายของผมอาจจะยังโกรธเธออยู่ และถ้าเกิดผมไปบังคับให้เขาต้องมารับโทรศัพท์มันก็อาจจะทำให้พวกเขาอาจจะทะเลาะกันอีกก็ได้…

สุดท้ายผมก็เลยบอกเธอไปว่า

“ตอนนี้เขาออกไปข้างนอกนะ ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ ขอโทษด้วยนะครับ” 

แต่จู่ๆเธอก็พูดขึ้นมาว่า

“… ไม่เป็นไรฉันเจอเขาแล้ว”

“ห้ะ อะไรนะครับ!?”

ทันใดนั้นเธอวางสายในทันที ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงเธอหัวเราะก่อนที่เธอจะวางสายลง สิ่งที่เธอทำมันค่อนข้างทำให้ผมรู้สึกว่าเธอเสียมารยาทกับผม แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ผมรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากผมก็ตัดสินใจนั่งดูรายการตลกเพื่อให้ลืมๆเรื่องที่เกิดขึ้น

ประมาณสี่ทุ่ม จู่ๆก็มีเสียงคนมากดกริ่งที่หน้าบ้าน

แม่ของผมนั้นเป็นคนเดินไปตรวจดูผ่านทาง อินเตอร์คอม ว่าใครมาที่บ้านกลางดึกแบบนี้ “นั่นใครคะ?”

แม่ของผมถาม

“นี่ฉันเองโยโกะ”

 

ทันใดนั้นแม่ของผมมองมาที่ผมพร้อมทั้งพยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือกับผม

มันน่าแปลกสำหรับโยโกะ ที่เธอออกมาข้างนอกกลางดึกแบบนั้น และแปลกมากกับการที่บ้านของเธอซึ่งค่อนข้างเข้มงวดและพยายามปกป้องเธอ ยอมให้เธอออกมาข้างนอกดึกๆดื่นๆแบบนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นจริงๆ

มันดูเสียมารยาทมากกับการที่ปล่อยให้ผู้หญิง (โดยเฉพาะแฟนของพี่ชายตัวเอง) นั้นยืนอยู่นอกบ้านและพยายามพูดคุยกันผ่านทางอินเตอร์คอมพวกเราเลยตัดสินใจเชิญเธอเข้ามาคุยในบ้าน

แม่ของผมได้เปิดประตูรัวให้เธอเข้ามาในบ้านและได้บอกกับเธอว่า

“รอก่อนนะเดี๋ยวฉันกำลังจะไปหา”

เธอเริ่มเดินเข้ามาตรงบริเวณทางเข้า

ผมได้ยินเสียงพี่ชายของผมตะโกนและกรีดร้องมาจากชั้นสอง

และผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังบิดลูกบิดประตูและจู่ประตูก็เปิดออก…

จู่ๆแม่ของผมก็กรีดร้องด้วยเสียงที่ดังมากๆ

ผมถึงกับสะดุ้งด้วยเสียงร้องของเธอ จนมันทำให้ไหล่ของผมถึงกับเกร็งเลยทีเดียว

พ่อของผมที่กำลังแคะหูอยู่ก็เกิดอาการเช่นเดียวกันกับผม

ผมค่อยเดินไปดูตรงประตูทางเข้าว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นผมเองเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าผมนั้นไม่สามารถขยับตัวได้เลย ร่างกายของผมจู่ๆก็ชาไปหมดมันเป็นอาการเดียวกันกับตอนที่ไหล่ของผมเกร็ง

ผมพยายามที่จะฝืนให้ร่างกายตัวเองขยับ แต่ผมเองทำไม่ได้แม้แต่จะพูด

ผมเองทำได้แค่กรอกตาไปมา ซึ่งผมเองก็เหลือบไปเห็นพ่อของผมกำลังเพชิญกับปัญหาเดียวกันกับผม

ประตูบ้านถูกเปิดออก

ผมได้ยินเสียงไม้ขยับมันเป็นเสียงของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาในห้อง

สายตาของผมนั้นเหลือบไปเห็นชายขอบของกระโปรงสีดำตรงประตูทางเข้า

ซึ่งสิ่งที่ผมเห็นผมเองก็ไม่เชื่อในสายตาตัวเองแต่ผมคิดว่าผมเห็นโยโกะ…แต่ก็ดูไม่เหมือนเธอที่ผมเคยเจอเลย

ผมเคยพบกับเธอเพียงแค่ครั้งเดียว

แต่สิ่งที่ผมเห็นในตอนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดูมีคลาส ดูใสสะอาด…ภาพลักษณ์ที่ผมจำได้ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมเห็นในตอนนี้

ผมของเธอที่ยาวสลวยในตอนนี้กลับกลายเป็นผมที่ยุ่งเหยิงราวกับเธอพึ่งตื่นนอน ดูราวกับซาดาโกะผีในหนังเรื่อง The Ring แถมผิวของเธอในตอนนี้ก็ซีดราวกับคนตาย

แถมลักษณะท่าทางการเดินของเธอก็ผิดประหลาด… ท่าเดินของเธอมันเหมือนกับเวลานกพิราบเดินยังไงยังงั้นเลย

เธอวางมือขวาของเธอบนกำแพง และมือซ้ายของเธอเอื้อมมาข้างหน้าพยายามคว้าอะไรบางอย่างในอากาศ สภาพของเธอมันเหมือนกับว่าเธอกำลังเดินอยู่ในที่ๆมืดมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ทั้งๆที่ไฟในห้องนั้นสว่าง

ผมสามารถมองเห็นลักษณะท่าทางและการกระทำอันน่าขนลุกของเธอภายใต้แสงไฟอันสว่างไสวในคืนนั้น

เธอไม่ได้ตรงเข้าไปยังห้องนั่งเล่นที่ซึ่งพวกเราอยู่กัน แต่เธอพยายามที่จะตรงผ่านประตูเพื่อไปยังบันไดที่จะขึ้นไปยังชั้นบน

ซึ่งในขณะที่เธอกำลังผ่านประตูไปนั้นเธอค่อยๆหันหน้าของเธอมาอย่างช้าๆแล้วก็จ้องมาที่ผม มันทำเอาผมเกือบที่จะกรีดร้องออกมาเลยทีเดียว(อันที่จริงผมไม่สามารถที่จะกรีดร้องออกมาดังๆได้เพราะตัวของผมเองขยับไม่ได้เลย)

เพราะว่าดวงตาของเธอ

ตาของเธอนั้นมันถูกย้อมไปด้วยสีแดงทั้งหมด

มันเหมือนกับเส้นเลือดทั้งหมดในตาของเธอนั้นแตก

ดวงตาของเธอนั้นเหมือนกับว่าถูกใครเอาเลือดมาอาบไว้

และบริเวณตาดำของเธอนั้นก็กลายเป็นสีขาวขุ่นคล้ายๆกับมีเนื้อเยื่อหรืออะไรบางอย่างมาครอบไว้

มันทำให้ผมนึกถึงพวกผีดูดเลือดในหนังต้นทุนต่ำของพวกฝรั่งที่ผมเคยเห็นเมื่อตอนเด็กๆ เพียงแต่ว่านัยตาของเธอนั้นมันดูน่ากลัวมากกว่านั้นเอามากๆ มันทำให้ผมเองอยากจะร้องไห้ออกมาเพียงแค่มองไปที่ตาของเธอ

เธอทำตาหยีใส่ผมราวกับว่าเธอกำลังยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับพูดกับผมว่า

“เธอไม่จำเป็นต้องโกหกฉันเลยนะ,เด็กดื้อ”

เธอแสยะยิ้มให้กับผมซึ่งรู้สึกเหมือนโดนสบประมาทเล็กน้อย แล้วเธอก็เดินตรงขึ้นไปยังชั้นสอง

และทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงของพี่ชายผมกรีดร้องออกมา และผมเองก็หมดสติไป…

เมื่อผมรู้สึกตัวอีกทีมันก็เป็นเช้าของอีกวันแล้ว

พ่อของผมเองยังคงไม่ได้สติ เขายังคงนั่งอยู่ตรงที่เดิมเมื่อคืน

ส่วนแม่ของผมนั้นหมดสติอยู่ตรงบริเวณประตูทางเข้า

ผมปลุกพวกเขาทั้งสองแล้วรีบวิ่งตรงไปยังห้องของพี่ชายของผม

(บอกตรงๆนะครับ ผมรู้สึกกลัวมากๆเพราะผมไม่แน่ใจว่าเธอจะยังคงอยู่ในห้องของพี่ชายผมอยู่หรือเปล่า และผมเองก็ไม่อยากที่จะต้องมาเห็นเธอแสะยิ้มให้กับอีกเป็นครั้งที่สอง)

เมื่อผมเปิดประตูห้องของพี่ชายผม ผมพบว่าโยโกะไม่อยู่ที่นั่นแล้ว

พี่ชายของผมยังคงอยู่ในห้องนั้น ยังมีชีวิตอยู่ดี

แต่เขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ตาของเขาไม่สามารถที่จะโฟกัสได้ ปากของเข้าอ้าข้างอยู่ตลอดเวลาพร้อมทั้งมีน้ำลายไหลออกมาไม่หยุด เขาหันซ้ายหันขวาไม่ยอมหยุด และเขาทำเสียงประหลาดๆคล้ายๆกับคนที่หัวเราะและร้องไห้พร้อมๆกันใรคราวเดียว

“เฮ้ยเรียวอิจิ! เรียวอิจิ!”

ในตอนนั้นผมรู้อยู่แล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามเรียกสติของพี่ชายผมกลับมา สติสัมปชัญญะของเขานั้นได้หายไปแล้ว แต่ในขณะนั้นผมก็ยังคงพยายามที่จะเรียกให้พี่ชายของผมกลับมา

“เฮ้ยเรียวอิจิรู้สึกตัวซักที!!”

และไม่ว่าผมจะพยายามเรียกเขามากเท่าไหร่ เขาก็ไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีกแล้ว เขาได้จากผมไปแล้ว

แม่ของผมนั้นนั่งร้องไห้ลงกับพื้น พ่อของผมนั้นแสดงสีหน้าที่เศร้าและโกรธแค้นออกมาพร้อมๆกัน ซึ่งผมรู้ได้ในทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมามันทำให้ผมนั้นเสียพี่ชายของผมไปแล้วจริงๆ

หลังจากนั้น, พ่อแม่ของผมก็ให้เขาลาออกจากมหาลัยแล้วก็ส่งเขาไปยังสถานบำบัด ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดื่อนที่ผ่านมา

พี่ชายของผมก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีอาการดีขึ้น

ซึ่งผมเองก็หวังว่าไอ้ความรู้สึกลึกๆในใจของผมนั้นมันอาจจะไม่เป็นจริงก็ได้ เพราะลึกๆในใจของผมนั้นรู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติ

สำหรับโยโกะนั้น เธอและครอบครัวของเธอนั้นได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

พ่อของผมนั้นได้ประสานงานกับตำรวจและนักสืบเอกชนในการตามหาเบาะแสว่าพวกเขานั้นอยู่ที่ไหนกัน

ในคืนนั้นผมได้เผชิญหน้ากับอะไรกันแน่?

ครอบครัวของโยโกะลงโทษเธอที่โกหกพวกเขาว่าเธอไปเที่ยวกับผู้ชายสองต่อสองหรือเปล่า?

และการที่เธอมีสภาพแบบนั้นมันเกิดจากการที่เธอถูกลงโทษจริงๆหรือ?

หรือนี่อาจจะเป็นโรคระบาดอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเธอ?

คำถามเหล่านี้เป็นอะไรที่ผมไม่สามารถหาคำตอบได้อีกต่อไปแล้ว

.

.

.

รอติดตามตอนต่อไปกับ KAMOME CHAPTER 2 “Ryoichi Story (เรื่องเล่าของเรียวอิจิ)” ได้ในอาทิตย์หน้า

และหากใครที่อยากอ่าน KAMOME ตอนอื่นๆ คุณผู้อ่านสามารถคลิ้กที่ลิงค์ข้างล่างได้เลย

KAMOME | CHAPTER 2 : Ryoichi Story (เรื่องเล่าของเรียวอิจิ)

KAMOME | CHAPTER 3 : The Consequence (ผลของการกระทำ)

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-paper-1502033_1920_resize

ครอบครัวที่ อายุสั้น

KAMOME | CHAPTER 2