in

โรงเก็บของที่ท้ายหมู่บ้าน | Part 2

The shed at the end of the village | Part 2

thb-the-shed-at-the-end-of-the-village-pt-2-cover
BG Image by Unsplash.com Edited by The Haunted Bar

กลับมาต่อกับ โรงเก็บของ ที่ท้ายหมู่บ้าน ตอนสุดท้าย

ความจริงที่เกิดขึ้นที่พ่อของ J ไม่ได้บอกกับเขาก็คือ
.

.

.

ในวันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ โรงเก็บของ นั้นครอบครัวของ C นั้นได้ถูกสั่งให้ทำการเผา โรงเก็บของที่ อุเมะ อาศัยอยู่ในวันนั้น

และก็แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาทำกับ อุเมะ นั้นก็ย่อมที่จะทำให้เธอรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก

ต่อมา ตัวของ J เองก็ได้ยินเพื่อนบ้านของเขาซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

นี่ๆรู้รึเปล่า วิญญาณของอุเมะ (Ibushi) ปรากฎตัวขึ้นที่บ้านของ C อีกแล้วละ

ท่าทางเธอคงจะโกรธแค้นเอามากๆ ที่พวกเขาไปเผา โรงเก็บของ ที่เธออาศัยอยู่

* คำว่า  “Ibushi” ที่ถูกกล่าวถึงในเนื้อเรื่องนี้ (ไม่แน่ใจว่าออกเสียงถูกหรือเปล่า) เป็นคำท้องถิ่นที่ใช้กันในหมู่บ้าน ซึ่งตัวของ J เองก็คิดว่านั่นน่าจะมีความหมายว่า “วิญญาณ

พวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านต่างก็สั่งห้าม และกำชับแกมขู่พวกเด็กๆว่า “ห้ามพูดถึงเรื่องของ อุเมะ และเรื่องที่วิญญาณของเธอตามมาหลอกหลอนคนในหมู่บ้าน ให้คนภายนอกรู้เป็นอันขาด เพราะถ้าหากพวกเธอพูดถึงเธอ วิญญาณของเธอจะตามมาหลอกหลอนพวกเธอ”

ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีเด็กคนไหนกล้าพูดถึงเรื่องของอุเมะอีกเลย

การสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงเรื่องของอุเมะแท้ที่จริงนั้น เป็นการปิดบัง “เรื่องน่าละอาย” ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้คนภายนอกรู้ถึงเรื่องราวที่น่าเกิดขึ้น ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังของผู้คนในหมู่บ้าน ในการที่พยายมปกปิดเรื่องน่าละอายที่พวกเขาได้ก่อไว้…

วันหนึ่ง,

ครอบครัวของ C ได้เข้ามาที่บ้านของ J ด้วยสภาพที่อิดโรยมากๆ

พวกเราไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว การที่พวกเราต้องย้ายออกจากบ้านตัวเองนี่จะเป็นเพียงแค่หกทางเดียวจริงๆหรือ?

พ่อของ J  ก็บอกกับพ่อของ C ว่า

“นายต้องยอมทิ้งบ้านของนายไปซักระยะนะ หรือถ้าแย่ที่สุด นายต้องจำใจรื้อบ้านตัวของนายเองทิ้ง แล้วสร้างใหม่อีกครั้ง เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ แต่ระหว่างนี้นายมาอาศัยที่บ้านฉันก่อนก็ได้จนกว่าเรื่องมันจะจบลง”

หลังจากนั้นครอบครัวของ C ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่บ้านของ J โดยที่ J นั้นต้องแชร์ห้องกับ C

J ได้ถาม C ด้วยความสงสัย “นายยังเห็นวิญญาณของอุเมะอยู่อีกหรือ?”

C: “ไม่นะแต่ว่าฉันเองได้ยินเสียงเคาะประตูทุกๆคืนเลย”

J:”นายแน่ใจนะว่ามันไม่ใช่แค่ลมพัดนะ?”

C: “ไม่รู้สิ ทุกวันนี้ฉันพยายามใช้เศษผ้ามาอุดหูเอาไว้เพื่อไม่ให้ได้ยินนะ แต่ว่าพ่อแม่ของฉันนั้นตพวกเขาเปิดไฟทุกดวงในบ้านไว้ตลอดทั้งคืนมันเลยทำให้ฉันนอนไม่ค่อยหลับนะ”

พ่อของ J  ได้ถามภรรยาของเขา “นี่เธอ…วันนี้เธอได้แขวน ยันต์กันวิญญาณ (Anti-Ibushi) หรือยัง ? “

ยันต์กันวิญญาณ (Anti-Ibushi) เป็นสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่ามันจะช่วยป้องกันพวกเขาจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย โดยวิธีการทำนั้นก็ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน เพียงแค่แขวนอาหารบางอย่างไว้ที่หน้าประตูบ้าน (สิ่งของในนั้นจะประกอบไปด้วย ปลาหมึกแห้ง,ข้าวปั้น, หรือผลไม้) ซึ่งโดยปกติแล้วพวกเขามักจะทำแบบนี้เมื่อมีการตายของคนในหมู่บ้านเกิดขึ้น

C บอกกับ J หลังจากที่เขาได้ยินพ่อของ J พูดถึงของพวกนั้น

“นายรู้ไหมว่าทุกเช้าเวลาฉันไปเช็คดูเจ้ายันต์กันวิญญาณของที่อยู่ข้างในมักจะหายไปทุกครั้งเลย”

ด้วยความที่ J รู้สึกไม่เชื่อเขาก็เลยพูดกลับไปว่า

“มันอาจจะเป็นพวกลิงก็ได้ที่แอบมาขโมยของพวกนั้นกลางดึก”

แต่อย่างไรก็ตาม ลึกๆในใจของ J นั้นก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย เขารู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกในหัวของเขาคิดว่า

“แล้วตอนนี้ครอบครัวของ C มาอยู่ที่นี่ งั้นก็เป็นไปได้ว่าวิญญาณของอุเมะอาจจะตามมาที่ด้วยนะสิ”

ในค่ำวันนั้น J นั้นนอนเล่นอยู่บนเตียงของเขา และC เองก็เหมือนจะหลับอยู่ข้างๆ J

ด้วยความที่ J ไม่ทันระวัง เศษผ้าที่เขาใช้อุดหูของเขานั้นดันเผลอหลุดออกมาจากหูทั้งสองข้าง

มันเลยทำให้เขาได้ยินเสียงของพวกผู้ใหญ่พูดคุยกันข้างล่าง ซึ่งเหมือนกับว่าพวกเขานั้นได้ดื่มสังสรรค์กัน

ในขณะที่เขากำลังจ้องมองเพดานด้วยความเบื่อ จู่ๆก็มีเสียงเคาะดังสะท้อนภายในตัวเกิดขึ้น

เสียงหัวเราะพูดคุยของเหล่าผู้ใหญ่ที่กำลังสังสรรค์อยู่ข้างล่างนั่นจู่ก็สงบเงียบในทันที

จิตใต้สำนึกของ J นั้นบอกกับเขาเองว่าใช่แน่ๆ วิญญาณของอุเมะนั้นมาเคาะประตูบ้านของเขาแล้ว!!

J นั้นรู้สึกหวาดกลัวเอามากๆ เขารีบปลุก C ให้ตื่นแล้วรีบบอกกับเพื่อนของเขาว่าเกิดอะไรขึ้น

เด็กทั้งสองตัวสั่นด้วยความกลัวเป็นอย่างมาก J และC ค่อยๆก้าวลงไปดูข้างล่างอย่างช้าๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกผู้ใหญ่

พวกเขาเห็นพวกผู้ใหญ่กำลังกระซิบคุยกัน J บอกกับพ่อของเขา

“พ่อครับ…ผมกลัว” 

พ่อของ J ก็ตอบกลับว่า

“ไม่มีอะไรต้องกลัวนะลูกกลับไปนอนซะ”

หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มดื่มเบียร์และสังสรรค์กันอีกครั้ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เช้าวันต่อมา, J และC รีบลงไปดูอาหารที่พวกเตรียมไว้ในยันต์กันวิญญาณ แต่กลับไม่เหลืออะไรอยู่ในถุงเลย

“เห็นไหมเหมือนกับที่ฉันบอกเลยใช่ไหมละ?” C บอกกับJ

J ถามพ่อของเขาเกี่ยวกับพวกอาหารที่หายไปเหล่านั้น แต่พ่อของเขาก็พูดกับเขาสั้นๆว่า “พวกเราเก็บของพวกนั้นคืนตั้งแต่เช้าแล้ว”

แต่เหตุการณ์แบบเดียวกันก็ยังเกิดขึ้นเหมือนกับทุกๆคืน

แต่จู่ๆ…เหตุการณ์ก็สงบลง

J คิดว่า “49วันได้ผ่านไปแล้ว…”

ที่หมู่บ้านนี้, หลุมศพจะถูกสร้างขึ้นเพียงแค่ 49วันเท่านั้นเพื่อใช้เก็บศพเพื่อทำพิธี และหลังจากนั้นก็จะทำการฌาปนกิจ ซึ่งระหว่าง 49 วันนั้น “วิญญาณจะสามารถออกมาเพ่นพ่านรอบๆหมู่บ้านได้” ซึ่งนี่เป็นความเชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้

ที่หมู่บ้านแห่งนี้จะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน ซึ่งจะถูกใช้เป็นสุสาน แต่ว่าหลุมศพของอุเมะนั้นไม่ได้ถูกฝังรวมอยู่ที่นั่น

ผู้คนในหมู่บ้านต่างเห็นด้วยที่จะสร้างลุมฝังศพของอุเมะไว้ที่อื่น ด้วยเหตุผลของพวกเขาที่ว่า

มันเป็นการลบหลู่บรรพบุรุษของพวกเขาถ้าหากฝังศพของคนเสียสติรวมกับบรรพบุรุษของพวกเขา

J รู้สึกสงสารอุเมะเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าเธอจะจากไปแล้ว แต่ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็ปฏิบัติกับเธอแตกต่างกับคนในหมู่บ้านคนอื่นๆ

แต่ตัวของเขาเองก็ไม่สามารถพูดอะไรมากได้เพราะเขากลัวว่าจะถูกพวกผู้ใหญ่ว่า

หลุมศพของอุเมะนั้นได้ถูกฝังอยู่ที่ริมแม่น้ำ มันถูกสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ด้วยการปักป้ายสุสานที่ทำจากแผ่นไม้บางๆสองแผ่นปักไว้แค่นั้น ไม่มีกำแพงหรืออะไรที่ปกป้องหลุมศพของเธอจากสภาพแวดล้อมใดๆเลย

มันได้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่โล่งที่ไม่มีอะไรล้อมรอบเลย และเมื่อมันถูกสร้างใกล้กับแม่น้ำ มันก็มีความเสี่ยงที่หลุมศพของเธอจะถูกกระแสน้ำพังทลายและพัดเธอหายไปกับกระแสน้ำ

และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ…หลุมศพของอุเมะนั้นถูกกระแสน้ำพัดหายไปภายในเวลาไม่กี่เดือน

ซึ่งมันมีสำนวนหนึ่งในภาษาญี่ปุ่น ที่พูดว่า “ชำระล้างด้วยน้ำ” ซึ่งหมายความว่า “ลืมไปซะ”

หลุมศพของอุเมะนั้นถูกชำระล้างด้วยน้ำไปจริงๆ เธอได้ถูกลืมเพราะพวกเขาต้องการที่จะลืมๆเธอไปซะ

“ฝนกับกระแสน้ำในแม่น้ำพักหลุมศพของอุเมะหายไป พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ”

“ตอนนี้หลุมศพของอุเมะก็ได้หายไปแล้วพวกเราเองก็ควรจะลืมๆมันไปซะ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ”

มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คำพูดพวกนี้มันเป็นเหมือนกับข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวให้กับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน โดยเฉพาะการฆาตรกรรมและการปฏิบัติที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน

เพราะตราบใดที่พวกเขาสามารถหาข้ออ้างหรือโยนความผิดไปให้กับสิ่งอื่นได้เช่น “สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้” พวกเขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรใดๆทั้งสิ้น

J ในตอนนั้นที่ยังเด็กอยู่ เขารู้สึกกลัวมากในตอนนั้น

เขาเห็น “คนๆหนึ่ง” ได้ถูกลบหายไปจากหมู่บ้านด้วยน้ำมือของคนที่อาศัยอยู่… เพียงแค่เพราะว่าเธอนั้นแก่ชราและถูกทิ้งให้อยู่อย่างลำพัง เพียงแค่เพราะว่าครอบครัวของเธอนั้นไม่ได้คอยอยู่เคียงข้างเธอ และดูแลเธอจากอาการสติฟั่นเฟือนในช่วงที่เธอแก่ชรา

เขาได้เห็นสิ่งที่ผู้คนในหมู่บ้านทำ สิ่งที่พวกเขานั้นเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ “ปกติ” และ “ไม่มีอะไรเสียหาย

หนุ่มน้อย J ในตอนนั้นคิดกับตัวเองว่า “ถ้าเกิดเขาทำให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านโกรธ เขาเองก็ไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า พวกผู้ใหญ่จะทำไรกับเขา

ในหมู่บ้านแห่งนั้น ไม่มีปัญหาเรื่อง “เด็กดื้อ” เลยแม้แต่นิดเดียว

ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านนั้นคือกฎและความยุติธรรม เด็กๆในหมู่บ้านจะต้องเชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

J นั้นคือคุณตาของผม และเขาเองก็มักจะสอนและบอกเล่าเรื่องราวพวกนี้ตอนที่เขาเองยังมีชีวิตอยู่

“หมู่บ้านนั้นเป็นสังคมที่ปิด มันเป็นสิ่งน่ากลัวนะที่สังคมที่ปิดกั้นนั้นมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง”

“เรื่องของคอมม้อนเซ้นส์ในหมู่บ้านนั้น เกือบจะทุกสิ่งที่พวกเขาทำนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ภายนอกนั้นจะบอกได้ว่ามันเป็นคอมม้อนเซ้นส์”

“ถ้าฉันโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในหมู่บ้านนั้น ฉันเองก็คงถูกล้างสมองและก็กลายเป็นหนึ่งในพวกผู้ใหญ่พวกนั้น

“เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้หลานนั้นหาเพื่อนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ รับฟังความคิดเห็นให้มาก และมักจะตั้งคำถามให้กับการกระทำของตัวเองอยู่เสมอ หรือให้พยายามตระหนักถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่”

.

.

.
จบตอนที่ 2

เรื่องราวของ โรงเก็บของ ที่ท้ายหมู่บ้าน ก็ได้จบลงแต่เพียงนี้ คุณผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง?

สัปดาห์หน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้นคุณผู้อ่านรอติดตามชมกันได้เลย

และหากใครที่พลาด ตอนที่ 1 คุณผู้อ่านสามารถคลิ้กที่ลิงค์ข้างล่างได้เลย

โรงเก็บของ ที่ท้ายหมู่บ้าน | Part 1

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-the-shed-at-the-end-of-the-village-pt-1-cover

โรงเก็บของที่ท้ายหมู่บ้าน | Part 1

thb-paper-1502033_1920_resize

ครอบครัวที่ อายุสั้น