in

โรงเก็บของที่ท้ายหมู่บ้าน | Part 1

The shed at the end of the village | Part 1

thb-the-shed-at-the-end-of-the-village-pt-1-cover
BG Image by Unsplash.com Edited by The Haunted Bar

นี่เป็นเรื่องราวที่ผมได้ยินมาจากคุณตาของผม (ซึ่งต่อจากนี้ผมจะขอเรียกเขาว่า “J”)

ในหมู่บ้านที่ J อาศัยอยู่ตอนที่เขายังเด็กๆนั้น จะมีหญิงชราท่านหนึ่งชื่อว่า “อุเมะ (Ume)

เธอนั้นอาศัยอยู่กับลูกชายและภรรยาของเขา

ต่อมาลูกชายของเธอนั้นได้ตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่และย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้าน ซึ่ง อุเมะ นั้นเธอปฏิเสธที่จะย้ายตามลูกชายและภรรยาของเขาไป

ซึ่งก็มีข่าวลือมากมายที่เกี่ยวกับสาเหตุที่เธอนั้นไม่ยอมย้ายตามลูกชายของเธอไป บ้างก็บอกว่าเธอไม่อยากจากหมู่บ้านที่เธอเกิดและโตมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีข่าวลือจากหมู่บ้านอื่นบอกมาอีกว่า “อันที่จริงแล้วเธอถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเพราะว่าลูกชายของเธอมองว่าตัวเธอนั้นเป็น ภาระ…”

และในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ลูกชายของเธอได้ย้ายออกไป ตัวของอุเมะนั้นก็เริ่มมีอาการสติฟั่นเฟือน

มีเหตุการ์หนึ่งที่เธอเองก็ได้พูดคุยกับชาวบ้านตามปกติแต่จู่ๆ เธอก็เกิดคลุ้มคลั่งพุ่งเข้าไปกัดแขนของคนที่เธอกำลังสนทนาอยู่ด้วยอย่างไม่ทันตั้งตัว

แถมเรื่องมันไม่ได้จบลงแค่นั้น…เหตุการณ์แบบนี้เริ่มเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย จนทำให้ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัว และเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าตัวเธอนั้นอาจจะเป็นพวกที่ชอบ “กินเนื้อคน” แน่ๆ…

J ในตอนนั้นเขายังเป็นแค่เด็กน้อย ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาจึงเกิดข้อสงสัยและได้ถามพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านว่า “ทำไมไม่มีใครแจ้งตำรวจให้มาจับเธอไปละ?” เหล่าผู้ใหญ่ที่ได้ยินคำถามนั้นต่างก็ตอบเขาเป็นเสียงเดียวกันว่า

การมีคนบ้าสติไม่ดีอยู่ในหมู่บ้านเรานั้นเป็นเรื่องที่น่าละอาย

สิ่งที่พวกผู้ใหญ่แสดงออกมาในตอนนั้นมันเหมือนเป็นการบอกเป็นนัยๆ ได้ว่าพวกเขาไม่อยากที่จะให้คนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้นรู้ เพราะพวกเขานั้นมองว่ามันเป็นเรื่องน่าอับอายที่ทำให้พวกเขานั้นเสียหน้า

จนสุดท้ายพวกเขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะซ่อนปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้คนจากภายนอกรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงการที่พวกเขาต้องหาทางซ่อนอุเมะไว้สักแห่งหนึ่งภายในหมู่บ้านนั้น

สภาพร่างกายของอุเมะเออนับวันก็เริ่มดูแย่ลงเรื่อยๆ เธอเริ่มที่จะเดินไปเดินมารอบๆเมืองด้วยเท้าเปล่า ผมเพ้าพะรุงพะรัง แถมเนื้อตัวเริ่มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งเนื่องจากไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเวลานาน การปรากฎตัวของเธอสร้างความหวาดระแวงให้แก่คนรอบข้างเป็นอย่างมาก

ชาวบ้านที่เริ่มรู้สึกหวาดระแวงก็เริ่มที่จะพกเคียวติดตัวไว้เสมอ เพื่อที่เวลาอุเมะเข้าใกล้พวกเขา พวกเขาจะทำการกวัดแกว่งเคียวเพื่อทำให้อุเมะกลัวไม่กล้าเข้าไกล้พวกเขา พร้อมทั้งขู่เธอว่า

ถ้าหากแกเข้ามาใกล้กว่านี้ละก็ฉันจะฟันแกให้ขาดเป็นสองท่อนเลย…

วันหนึ่ง…….

อุเมะได้เกิดคลุ้มคลั่งแล้วก็ทำการทำร้ายเด็กกลุ่มหนึ่งที่เล่นอยู่ใกล้ๆเธอ เด็กคนหนึ่งในนั้นต้องสูญเสียนิ้วก้อยของเขาไป

พ่อแม่ขอเด็กคนนั้นเกิดโมโหมาก พวกเขาบุกไปที่บ้านของอุเมะและทำการทุบตีเธอหลายต่อหลายครั้งด้วยความโกรธแค้น…

ไม่มีใครพยายามห้ามพวกเขาเลยแม้แต่คนเดียว… พ่อของเด็กคนนั้นได้แต่บอกว่า “ยัยแม่มดนั้นมันกินนิ้วของลูกชายฉันราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ขนม”…

ด้วยสถาการณ์ที่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ สุดท้ายผู้คนในหมู่บ้านต่างก็ตัดสินใจที่จะทำการขังอุเมไว้ในโรงเก็บของเก่าๆ ซึ่งตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของหมู่บ้าน ห่างไกลจากบ้านของผู้คน

พวกเขาทำการล็อกประตูโรงเก็บของทุกบานที่มีอยู่ หลังจากนั้นก็ทำการล่ามโซ่ตรวน รวมถึงนำลวดเหล็กขนาดใหญ่มาพันล้อมรอบไว้เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครจะเปิดประตูเข้าไปได้

ภายในโรงเก็บของนั้นมันเป็นเหมือนพื้นที่ว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ห้องน้ำ ซึ่งอุเมะเองจะได้รับอาหารเพียงแค่มื้อเดียวต่อวัน ซึ่งจะถูกโยนเข้าไปจากทางหน้าต่างเท่านั้น

เหล่าผู้ใหญ่ต่างก็พูดกันว่า “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือว่าเธอเสียชีวิตพวกเราก็จะเผาเธอไปพร้อมๆกับโรงเก็บของนี้ซะ”

เหล่าเด็กๆต่างก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใกล้โรงเก็บของนั้นเป็นอันขาด

แต่ทว่าวันหนึ่ง, J นั้นได้มีโอกาสได้เดินทางไปกับพ่อแม่ของเขาเพื่อนำอาหารไปส่งให้อุเมะ

เมื่อเขาเข้าไปใกล้กับโรงเก็บของนั้น เขามาสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นเหม็นเน่ากระจายอยู่ทั่วบริเวณโรงเก็บของ และกลิ่นของมันรุนแรงขึ้นเรื่องๆเมื่อเขายิ่งเข้าไปใกล้ๆ

เขาได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเคี้ยวอะไรบางอย่างดังออกมาจาก โรงเก็บของ นั้น

ทันทีที่ J และพ่อแม่ของเขาได้ยินเสียงนั้น พ่อและแม่ของเขาก็เริ่มบ่นขึ้นมา “บ้าจริง เธอกินอุจจาระตัวเองอีกแล้ว”

พวกเขารีบโยนถุงซึ่งภายในบรรจุข้าวปั้นไว้เข้าไปใน โรงเก็บของ ผ่านทางหน้าต่าง

“ไปกันเถอะรีบกลับบ้านกันดีกว่า”

พวกเขาพูดพร้อมกันรีบเดินกลับบ้านในทันทีหลังจากที่ได้นำอาหารมาส่งให้อุเมะ

J ได้ยินเสียงตะโกนดังออกมาจาก โรงเก็บของ แห่งนั้น

พวกแกมันไม่ใช่คน…
ทำไมพวกแกต้องทำกับฉันแบบนี้…

วันต่อมา…….

เพื่อนคนหนึ่งของ J ได้พูดเรื่องที่เหลือเชื่อให้เข้าได้ฟัง

เฮ้ย แกรู้ไหมว่า ยัยแม่มดนั่นกินร่างกายของตัวเองด้วยละ?

เป็นไปได้ว่าเพื่อนของเขานั้นได้ยินเรื่องพวกนี้มาจากพ่อแม่ของเขาอีกที ซึ่งจากที่เขารู้ก็คือ อุเมะนั้นพยายามที่จะกินแขนซ้ายและขาขวาของตัวเอง

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

J และเพื่อนของเขามุ่งตรงไปยังโรงเก็บของเพื่อที่จะเห็นด้วยตาของพวกเขาเอง

และเมื่อพวกเขาไปถึงเขาได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานดังออกมาจากภายในโรงเก็บของนั้น

มันทำให้พวกเขารู้สึกกลัวจนถึงกับต้องเผ่นหนีกลับบ้านในทันที

ในวันนั้น J ได้ยินพ่อแม่เขาพูดคุยกับเพื่อนบ้าน

 

“ยัยแม่มดนั่นมันติดใจในรสชาติของเนื้อมนุษย์แน่ๆ สภาพของเธอของเธอในตอนนี้ไม่เหมือนคนอีกต่อไปแล้ว เธอดูเหมือนอสูรกายยังไงยังงั้นเลย”

แต่เมื่อ J พยายามถามพ่อแม่ของเขาเกี่ยวกับเรื่องของอุเมะ พวกเขากลับบอกว่า “มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กๆควรจะรู้”

คืนหนึ่ง,

เหล่าพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านได้รวมตัวกันที่บ้านของ J และดูท่าทางว่าพวกเขากำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างซีเรียสมากๆ

และในคืนนั้นเพื่อนของ J ก็ได้ตามพ่อแม่ของเขามาที่บ้านด้วยซึ่งเพื่อนของเขาก็ได้บอกว่า “พวกผู้ใหญ่กำลังคุยเกี่ยวกับยัยแม่มดนั่น”

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นพวกเขาจึงแอบย่องออกมาจากห้องเพื่อที่พยายามจะแอบฟังพวกผู้ใหญ่พูดคุยกัน

ซึ่งพวกเขาก็ได้ยินแต่เพียงผู้ใหญ่บางคนที่พูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “พอได้แล้ว เรื่องมันควรจะจบซะที”

เช้าวันต่อมา พ่อของ J ก็ได้กำชับกับเขาไว้ว่าห้ามออกมาจากบ้านเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ด้วยความสงสัย J จึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือพ่อ ?”

พ่อของเขากลับตอบมาสั้นๆว่า “วันนี้พวกเขาจะทำพิธีการเฉลิมฉลองให้กับพระเจ้า ซึ่งพิธีกรรมนี้ห้ามไม่ให้เด็กเห็นเป็นอันขาด”

ด้วยความที่ J ไม่มีทางเลือก วันนั้นเขาต้องอยู่ในบ้านทั้งวัน ด้วยความที่เขาเองก็เริ่มรู้สึกเบื่อๆเขาจึงกลับขึ้นไปยังห้องของเขา แล้วก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมวิวทิวทัศน์ข้างนอกบ้าน

แต่ทันใดนั้นเขากลับสังเกตุเห็นบางอย่างผิดปกติบริเวณพื้นที่แถวๆโรงเก็บของตรงท้ายหมู่บ้าน มีกลุ่มควันลอยปกคลุมบริเวณพื้นที่ตรงนั้น

ด้วยความตกใจเขารีบตะโกนบอกพ่อของเขา

พ่อเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!!
เกิดไฟไหม้โรงเก็บของที่แม่มดอาศัยอยู่!!
เราต้องไปช่วยเธอนะ!!

ทันใดนั้นพ่อของเขาก็ตวาดใส่เขาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว “พวกเขาก็แค่พยายามเผาหญ้าในฟาร์มเท่านั้นละ ! อย่าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้านเขา กลับขึ้นห้องไปอ่านหนังสือเรียนซะ !!”

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นพวกผู้ใหญ่ต่างก็ยังคนห้ามเด็กๆไม่ให้เข้าไปใกล้บริเวณโรงเก็บของแห่งนั้น

แต่ไม่กี่วันถัดมา, J ก็ได้แอบหนีออกมาจากบ้านเพื่อที่จะไปยังโรงเก็บของที่ท้ายหมู่บ้านกับเพื่อนของเขา แต่ทว่าโรงเก็บของที่เคยมีอยู่นั้นกลับไม่มีอีกต่อไปแล้ว…….

ไม่กี่วันต่อมา, J ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนของเขา A และ B

B บอกว่า, “C(เพื่อนอีกคน) บอกฉันว่า วิญญาณของแม่มดคนนั้นมาเคาะประตูบ้านของเขาในคืนหลังจากที่เกิดไฟไหม้ขึ้นด้วยละ”

เย็นวันนั้น เมื่อJกลับไปถึงบ้าน เข้าก็ได้เล่าเรื่องที่เพื่อนของเขาบอกให้กับพ่อของเขา

พ่อของเขาก็อธิบายว่า “นั่นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นนะลูก พวกเรามีความเชื่อที่ว่าเมื่อคนเราเสียชีวิตลงพวกเขาจะกลับมายังที่ๆพวกเขาเคยใช้ชีวิตอยู่นะ เดี๋ยวเธอก็ไปสวรรค์แล้วภายใน49วันนะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก”

แต่ด้วยความสงสัย J เลยถามต่อว่า “งั้นแล้วทำไมเธอถึงไปยังบ้านของ C แทนที่จะเป็นบ้านของเธอละครับ?“

พ่อของเขาก็ตอบว่า “ลูกรู้ใช่ไหมอุเมะนั้นเธอค่อนข้างสติไม่ค่อยดี เธออาจจะสับสนว่าอันไหนคือบ้านของเธอนะ”

พ่อของเขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมด้วยเหตุผลของเขาทำให้ J ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติเขาจึงเลิกสงสัย

 

แต่ทว่าความจริงที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น

.

.

.
จบตอนที่ 1

เรื่องราวของ โรงเก็บของ ที่ท้ายหมู่บ้าน ในตอนหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น ท่านผู้อ่านรอติดตามกันได้ในสัปดาห์หน้า

Update: คุณผู้อ่านสามารถคลิ้กอ่านตอนที่2ที่ลิงค์ข้างล่างได้เลย

โรงเก็บของ ที่ท้ายหมู่บ้าน | Part 2

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-real-part-9-feature-image

Real | ความจริง Part 9

thb-the-shed-at-the-end-of-the-village-pt-2-cover

โรงเก็บของที่ท้ายหมู่บ้าน | Part 2