in

แหวน โลมาวงนั้น

Dolphin Ring

the-haunted-bar-dolphin-ring-แหวน

สวัสดีคะ ฉันชื่อ มิกะ เรื่องที่ดิฉันกำลังจะต้องเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสมัยที่ฉันยังเป็นเด็กในช่วงที่ แหวน ทรงปลาโลมานั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในสมัยนั้น

พูดถึงเจ้า แหวน ปลาโลมาก่อนนะคะ เจ้าแหวนวงนี้มันแค่มีรูปทรงเหมือนปลาโลมาจริงๆที่โค้งรับกับนิ้วมือของเราเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในสมัยนั้นตัวฉันเองน่าจะกำลังเรียนอยู่ชั้นประมาณ ป.1 หรือป.2 นี่แหละ และในช่วงนั้นฉันเองก็ไม่ได้มีพื่อนที่โรงเรียนเลยแม้แต่คนเดียว

พี่สาวของฉัน (เธออายุมากกว่าฉัน 10ปี) ในตอนนั้นเธอกำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เธอมักจะอยู่ในกลุ่มที่ถูกเรียกว่าเด็กหลังห้องในตอนนั้น…

ในปีนั้นช่วงหยุดเรียนภาคฤดูร้อน เธอมักจะชวนเพื่อนๆของเธอมานอนค้างที่บ้าน และมักจะออกไปเที่ยวข้างนอกจนดึกดื่นเกือบทุกวันจนมันทำให้พ่อแม่ของฉันเองก็ค่อนข้างจะหัวเสียกับเรื่องนี้เหมือนกัน

 

พูดถึงกลุ่มเพื่อนของเธอนั้น เธอจะมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งชื่อ อาคิโอะ ผู้ซึ่งค่อนข้างที่จะไม่ถูกชะตากับฉันสักเท่าไหร่ ทุกๆครั้งที่ฉันเข้าไปใกล้ห้องของพี่สาวฉัน เขาก็มักจะตะโกนโวยวายออกมาดังๆ จากในห้องเพื่อทำให้ฉันรู้สึกกลัว เช่น “เฮ้ยไอ้เด็กบ้า ไปให้พ้นๆหน้าพวกกูอย่ามาเพ่นพ่านแถวนี้

 

เขามักจะชอบขู่ให้ฉันกลัวเพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะไม่เข้าไปยุ่งกับพี่สาวของฉันตลอดเวลา ซึ่งมันก็น่าแปลกเพราะนั่นคือ “บ้านของฉัน” เองซึ่งตัวเขาเองมาขออาศัยอยู่ชั่วคราวแท้ๆ และเขาไม่ใช่แค่ขู่ให้ฉันกลัวเวลาที่ฉันพยายามเดินผ่านหน้าห้องของพี่สาวฉันเพียงอย่างเดียว หลายครั้งที่เวลาฉันไปเจอพี่สาวและกลุ่มของเธอเขาเองก็มักจะพยายามขู่ให้ฉันกลัวเช่นกัน เช่น “เฮ้ยมองหาไรวะ อยากมีปัญหาหรือไง” คือพูดตรงๆนะคะฉันเองไม่ชอบเขาเอามากๆเลยแหละเพราะเขามักจะพูดจาไม่ดีใส่ฉันอย่างไม่มีเหตุผลตลอดเวลาเลย

 

แต่ว่าใช่ว่าในกลุ่มของพี่สาวฉันจะมีแต่คนแบบอาคิโอะนะคะ ทุกๆครั้งเวลาที่อาคิโอะพูดจาไม่ดีใส่ฉัน เพื่อนของพี่สาวฉันคนอื่นๆจะคอยปลอบฉันหรือพยายามทำให้ฉันรู้สึกดีอยู่ตลอดเวลา พวกเขาจะพยายามชวนฉันเข้าไปยังห้องของพี่สาวฉันและให้ขนมฉันทุกครั้ง โดบเฉพาะเพื่อนผู้หญิงที่ชื่อ “ฮานะ” เธอจะปฏิบัติกับฉันดีมากๆเลย

 

ซึ่งมันก็ทำให้ฉันนั้นชอบเธอมากๆ เธอมักจะเอาของขวัญชิ้นเล็กๆบางอย่างมากให้ฉันอยู่เสมอเวลาที่เธอมาที่บ้านของฉัน ไม่ว่าจะเป็นขนม, ลูกกวาด, ดอกไม้ไฟ และของขวัญอื่นๆอีกมากมาย และเธอมักจะคอยปกป้องฉันจากอาคิโอะอีกด้วยซึ่งแตกต่างกับกับอาคิโอะอย่างสิ้นเชิง เวลาฉันเจอกลุ่มเพื่อนของพี่สาวฉันข้างนอกฮานะมักจะเป็นคนแรกที่สังเกตุเห็นฉันก่อนทุกครั้ง และเธอมักจะทักทายฉันด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ

 

และด้วยในตอนนั้นที่ฉันไม่ได้มีเพื่อนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันเลย เธอก็มักจะเล่นกับฉันอยู่เสมอราวกับเธอเองเป็นเพื่อนคนหนึ่งของฉัน เธอมักจะบอกกับฉันอยู่เป็นประจำว่า

ฉันละอยากให้เธอเป็นน้องสาวของฉันจริงๆเลย

 

ในช่วงสุดท้ายของการปิดเทอมภาคฤดูร้อน,

จู่ๆอาคิโอะก็มาที่บ้านของฉันแล้วก็ตรงมาที่ห้องของฉันพร้อมกับนำกล่องใบเล็กๆใบหนึ่งที่ห่อไว้ด้วยกระดาษสีชมพูมาให้ฉันแล้วก็จากไป เขาไม่แม้แต่จะแวะไปทักทายพี่สาวของฉันที่ห้องของเธอเลยแม้แต่

น้อย และก่อนที่เขาจะจากไปเขาได้พูดกับฉันด้วยคำสั้นๆว่า “อะเอาไปฉันให้” แล้วก็ไม่อธิบายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ในกล่องใบนั้นมันมี แหวน ใช่คะมันคือแหวนปลาโลมาอยู่ข้างในก่องใบนั้น

มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงและในตอนนั้นฉันเองก็ไม่รู้ถึงสาเหตุว่าทำไมเขาถึงเอามาให้ฉัน วันนั้นมันไม่ใช้วันเกิดหรือวันสำคัญอะไรเลย

 

และอีกเรื่องที่สำคัญเลยคือ ฉันเข้าใจว่าเขาเกลียดฉันมาตลอด และนี่มันเป็นเรื่องที่น่างุนงงเป็นอย่างมาก ของขวัญที่เขาเอามาให้ฉันนี่มันหมายความว่าอะไร ในตอนนั้นฉันรู้สึกมีความสุขมากๆ ฉันคิดแค่ว่า ในที่สุดพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรที่ฉันได้รับมาตลอด สุดท้ายเขาก็ยอมรับฉันเป็นเพื่อนซะที

 

คืนนั้นฉันเข้านอนพร้อมกับแหวนวงนั้นที่ฉันกำไว้ในมือ เอาจริงฉันเองในตอนนั้นไม่ใส่มารถสวมแหวนวงนั้นได้ เพราะมันมีขนาดใหญ่มากกว่านิ้วโป้งของฉันซะด้วยซ้ำ เพราะงั้นฉันเลยกำมันไว้ในมือแทน

กลางดึกคืนนั้นฉันต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนในมือของฉัน…

แหวน ที่ฉันกำไว้ในมือนั้นจู่ก็ร้อนขึ้นมา ฉันคิดว่าแหวนวงนันมันต้องชำรุดแน่ๆเลย ด้วยความกลัวและเสียใจฉันร้องไห้ออกมาดังมากๆ แต่ว่ากลับไม่มีใครวิ่งมาดูที่ห้องของฉันเลยแม้แต่น้อย

ห้องนอนของพ่อแม่ของฉันนั้นอยู่ตดกับห้องของฉัน แต่ฉันรู้สึกได้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในห้อง

 

ฉันเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

 

ฉันเดินลงไปยังห้องนั่งเล่นข้างล่างซึ่งในตอนนั้นฉันสังเกตุเห็นไฟเปิดอยู่ พร้อมพ่อกับแม่ของฉันก็ยืนนิ่งๆด้วยสีหน้าที่ซีดด้วยอาการช๊อค “พี่สาวของเธอได้รับอุบัติเหตุ…” พวกเขาบอกกับฉันเช่นนั้น

 

พวกเขาเล่าว่าพี่สาวของฉันได้นั่งซ้อนท้ายมอไซต์ไปกับเพื่อนๆของเธอขึ้นไปบนภูเขา และระหว่างทางขากลับได้เกิดอุบัติเหตุ มอเตอร์ไซค์พลิกคว่ำกันทั้งกลุ่ม ทางโรงพยาบาลไม่สามารถอธิบายอาการบาดเจ็บของพี่สาวของฉันได้อย่างละเอียดนักผ่านทางโทรศัพท์ แต่ที่รู้แน่ชัดก็คือพี่สาวของฉันอาการบาดเจ็บค่อนข้างหนักเอาการ

แต่ว่าพ่อแม่ของฉันก็ไม่มีทีท่าว่าพวกเขาจะออกไปหาพี่สาวที่โรงพยายาลเลย ด้วยในตอนนั้นฉัน ซึ่งตกใจกับอุบัติเหตุที่เกิดกับพี่สาวของฉัน ก็ได้ร้องไห้ออกมาพร้อมทั้งรีบบอกให้พ่อกับแม่ของฉันรีบไปที่โรงพยาบาล

พวกเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะ เธออาจกำลังจะตายก็ได้!!

แต่ไม่ว่าฉันจะพูดหรือร้องไห้อย่างไร ก็ดูท่าว่าพวกเขาก็ไม่ยอมขยับไปไหนเลย

ด้วยความโมโหฉันก็เลยบอกพวกเขาไป “ถ้าพ่อกับแม่ไม่ยอมไปตอนนี้ ก็ได้ งั้นเดี๋ยวหนูจะออกไปหาพี่สาวด้วยตัวเอง !!

ฉันรีบคว้าแจ๊คเก็ตแล้วรีบเดินลงไปข้างล่างเพื่อที่จะรีบออกไปยังโรงพยาบาล ทันใดนั้นจู่ๆพ่อของฉันก็ได้เข้ามาห้ามฉันไว้ แม่ของฉันก็ได้เข้ามากอดแขนของฉันไว้แน่นเหมือนเธอพยายามจะล๊อคแขนฉันไว้ เธอได้บอกกับฉันว่า

เดี๋ยวพวกเรากลับไปที่ห้องกันก่อนนะลูก เดี๋ยวเรากลับไปเตรียมตัวที่ห้องกันก่อนเนอะ?

และนาทีนั้นเองฉันเองก็ได้สังเกตุเห็นสีหน้าความหวาดกลัวที่แสดงออกมาบนใบหน้าของแม่ของฉัน

ฉันด้วยความงุนงง ก็ได้แต่ถามกับตัวเองว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ในตอนนีในหัวของฉันก็เริ่มปะติดต่อเรื่องราวและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาการตื่นตระหนกเริ่มค่อยๆลดลงและฉันเองก็ค่อยๆเห็นสถานการณ์รอบๆตัวชัดเจนมากขึ้น ฉันสังเกตุเห็นว่า จริงๆแล้วพ่อและแม่ของฉันเองก็ได้เปลี่ยนเสื้อ เตรียมตัวที่จะออกไปหาพี่สาวที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แล้วถ้าพวกเขาเปลี่ยนเสื้อเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว…ทำไมพวกเขายังไม่ยอมไปโรงพยาบาลซีกทีละ?

ในขณะที่ฉันกำลังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่นั้นจู่เสี่ยงกริ่งก็ดังขึ้น

เสียงของฮานะเพื่อนของพี่สาวของฉันตะโกนดังมาจากอีกฟากของประตู

มิกะ นี่ฉันเอง ฉันมารับเธอไปเยี่ยมพี่สาวของเธอ

ด้วยความดีใจฉันรีบบอกพ่อกับแม่ของฉัน

นั่นฮานะนี่!!พ่อแม่พวกเราเดินทางไปพร้อมๆกับเธอเลยสิ

พ่อและแม่ของฉันไม่พูดอะไร แต่สีหน้าของพวกเขาดูซีดเอามากๆ ร่างกายของพวกเขาสั่นด้วยความกลัว แม่ของฉันพยายามกอดฉันไว้แน่นในอ้อมกอดของเธอ พ่อของฉันเองก็เริ่มที่จะพึ่มพำอะไรบางอย่าง ฉันเริ่มคิดว่าพ่อและแม่ของฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ฉันเลยเริ่มที่จะตะโกนเรียกฮานะ

ฮานะ ฉันอยู่นี่!! ฉันกลัวมากๆเลย พี่สาวของฉันกำลังจะตายและพ่อแม่ของฉันก็เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้!! ฮานะช่วยฉันด้วย!!

แต่ฮานะก็ยังคงพูดประโยคเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าบ้าน

มิกะ ไปหาพี่สาวของเธอกัน…

น่าแปลก… ในสถานการณ์ที่ชุลมุนขนาดนี้แต่ว่าน้ำเสียงของเธอกลับนิ่งสงบจนผิดปกติ หรือจะพูดให้ถูกน้ำเสียงของเธอมันดูไม่มีชีวิตชีวาเลยแม้แต่นิดเดียว

มิกะ ไปหาพี่สาวของเธอกัน…

ฮานะ! ช่วยฉันด้วย ฉันกลัว!

ฉันไม่รู้ว่านานเท่าไหร่กว่าที่แหวนปลาโลมาในมือของฉันเริ่มที่จะมีความร้อนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทุกครั้งที่ฉันพยายามจะเอามันออกจากมือของฉัน ทุกครั้งมือของฉันจะรู้สึกชามากๆมือของฉันมันกำแหวนไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเลย

และจู่ๆฉันก็เริ่มหายใจไม่ออก ฉันสังเกตุว่าฉันไม่สามารถส่งเสียงใดๆออกมาได้เลย ฉันพยายามกรีดร้องแต่ว่าก็ไม่มีผลใด แม่ของฉันเริ่มสังเกตุเห็นว่าฉันพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่เธอไม่สามารถได้ยินเสียงของฉัน

 

สีหน้าของเธอดูช๊อคเอามากๆ และเธอก็เริ่มกอดฉันไว้แน่น ส่วนฮานะก็ยังคงเรียกให้ฉันออกไปข้างนอกกับเธอ ในลำคอของฉันก็เริ่มส่งเสียงที่แหบแห้งซึ่งไม่ใช่เสียงของฉันออกมา และคำพูดที่ออกมาในตอนนั้น ฉันเองก็ไม่คิดว่าฉันจะกล้าพูดคำพวกนั้นออกไปและมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันคิดอยู่ในหัวด้วย

แกไม่ใช่พี่สาวของฉัน! พี่สาวของฉันคือ XXXXXX(ชื่อของพี่สาวของฉัน) ต่างหาก!!!

ฉันรู้ว่าแกทำอะไร! สาเหตุที่ฉันไม่เคยมีเพื่อนเลยก็เพราะว่า แกรังแกเพื่อนของฉัน และบอกให้พวกเขาคอยอยู่ห่างๆจากฉัน!!

ขนมทั้งหมดที่แกเอามาให้ฉัน แกขโมยมันมาจากร้านขนม! แกนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ!!

 

ฉันละเกลียดแกเข้าไส้! แกไม่ใช่พี่สาวของฉัน! ไสหัวไปซะ แล้วอย่ากลับมาที่บ้านนี้อีกเป็นอันขาด!!

 

ครอบครัวของฉันยังอยู่ที่นี่! แกอย่าได้กล้าลองดีย่างกรายเข้ามาที่บ้านนี้อีกนะ!!

จริงแล้วในตอนนั้นฉันจำได้ว่าฉันใช้คำที่หยาบคายกว่านี้ คำที่ฉันพูดมันจะคล้ายๆกับนักเลงคุยกัน ซึ่งมันเป็นคำที่ฉันไม่เคยใช้มาก่อน ถ้าจะให้พูดตรงๆฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกว่านั่นเป็นเสียงของฉันเองซะด้วยซ้ำ

ฉันเองก็แทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป ฉันไม่รู้มาก่อนเลยด้วยซ้ำว่าฮานะนั้นได้รังแกเพื่อนของฉัน และก็ขโมยขนมมาจากร้านค้า

และหลังจากนั้นฉันก็หมดสติไป

เมื่อฉันรู้สึกตัวอีกที มันก็เป็นเช้าของวันถัดไปซะแล้ว

พ่อและแม่ของฉันนั้นยังคงอยู่ข้างๆฉัน แต่ฉันสังเกตุได้ว่าดวงตาของแม่ของฉันนั้นมันมีสีแดงเรื่อๆ เหมือนคนกำลังร้องไห้ ส่วนพ่อของฉัน สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้ามากๆ

 

โรงพยาบาลพึ่งติดต่อมา” พวกเขาบอก “พี่สาวของเธอแค่ได้รับบาดเจ็บกระดูกหักที่ขา ซึ่งโดยรวมแล้วเธอปลอดภัย เดี๋ยวบ่ายนี้พวกเราจะไปเยี่ยมเธอกัน

 

และพวกเขาก็บอกกับฉันอีกว่า

เธอน่าจะขอบใจอาคิโอะนะ จงเก็บแหวนวงนี้ไว้ให้ดีๆละ

 

ต่อมาพวกเราก็ได้พบความจริงว่า ฮานะนั้นได้เสียชีวิตลงในอุบัติเหตุนั้น เธอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที…

เมื่อคืนนั้นที่พ่อแม่ของฉันได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล ตอนที่พวกเขากำลังจะออกจากบ้านไปพวกเขาสังเกตุเห็นฮานะยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน (ประตูหน้าบ้านของฉันนั้นจะเป็นกระจกมันเลยทำให้สามารถเห็นคนที่ยืนอยู่หลังประตูนั้นได้) ซึ่งคืนนั้นพ่อแม่ของฉันค่อนข้างสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เพราะพวกเขารู้ว่าฮานะเองก็ได้ออกไปพร้อมๆกับพี่สาวของฉัน

และจากสถานการณ์ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มันเลยทำให้พวกเขาเข้าใจว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่ตัวของฮานะเองจะไม่เป็นอะไร และมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเราในเวลานั้น พ่อแม่ของฉันไม่กล้าที่จะเดนไปเปิดประตูเลย แถมเธอยังเที่ยวบอกกับพวกเขาว่า “ฉันมาเพื่อรับมิกะ ได้โปรดช่วยเปิดประตูด้วย” ซึ่งพวกเขาเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมตอนที่ฉันเห็นพวกเขาในห้องนั่งเล่น พวกเขายืนตัวแข็งไม่ขยับไปไหน

อาคิโอะเองก็ได้รับอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน อาการของเขาอยู่ในขั้นโคม่าและต้องพักรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่พักใหญ่ และก็โชคดีที่ตัวของเขานั้นรอดมาได้พร้อมทั้งอาการของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อตัวเขาได้สติ ฉันและครอบครัวก็ได้รีบตรงไปเยี่ยมเขาในทันที อาคิโอะได้เล่าความจริงเกี่ยวกับฮานะให้พวกเราฟังว่า ตัวเธอนั้นมีความรู้สึกยึดติดในตัวของฉันเอามากๆจนถึงเรียกว่าขั้นรุนแรงเลยละ

เขามักจะได้ยินฮานะพูดถึงฉันประมาณว่า

มิกะนั้นเธอเหมือนกับน้องสาวของฉันเลยละ

ฉันอยากได้มิกะมาเป็นน้องสาวของฉันจัง

เธอเป็นน้องสาวของฉัน ฉันไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งกับเธอหรือไปยุ่งกับคนอื่นเลย

ฉันอยากอยู่กับมิกะตลอดไปจัง
เขาได้เห็นฮานะขโมยขนมและลูกกวาด เพื่อที่จะเอามาให้ฉัน

 

และเขาเองก็ได้ตระหนักว่าตัวฉันเองก็ชอบฮานะเอามากๆเหมือนกัน

ด้วยความกังวลเขาจังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อนให้ฉันอยู่ห่างๆจากฮานะ แต่เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

เพราะฉะนั้นเขาเลยพยายามทำให้ฉันกลัวไม่กล้าเข้าใกล้กลุ่มของพี่สาวของฉัน

 

เจ้า “แหวนปลาโลมา” ที่เขาให้ฉันมามันเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์แสดงความเป็นมิตร เขาบอกสาเหตุที่เขาเลือกแหวนแบบนี้ก็เพราะว่าในตอนนั้นมันกำลังเป็นที่นิยม และเขาคิดว่ามันอาจจะช่วยเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเขาและฉัน

 

แหวนวงนี้มันก็เป็นแค่แหวนธรรมดาวงหนึ่ง สึ่งฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันถึงสามารถปล่อยความร้อนออกมาได้, หรือแม้แต่สั่งให้ฉันพูดบางสิ่งที่ฉันเองก็ไม่ได้รู้มาก่อนออกมา

และเรื่องราวทั้งหมดนี้ก็ได้ผ่านมา 15 ปีแล้ว

ทุกๆวันหยุดช่วงซัมเมอร์, ฉันมักจะถูกห้ามไม่ให้ไปเยี่ยมพ่อแม่ของฉันจนกว่าช่วงโอบอน(Obon = เป็นช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าโลกของคนเป็นและคนตายได้เชื่อมถึงกัน วิญญาณบรรพบุรุษหรือล่วงลับ จะกลับมายังโลกมนุษย์ คล้ายๆกับวัน Halloween) จะสิ้นสุดลง ซึ่งสาเหตุที่พ่อแม่และพี่สาวของฉันบอกมานั้นก็คือ วิญญาณของฮานะยังคงไม่ยอมเลิกราที่จะพาฉันไปกับเธอด้วย

 

และมีหลายครั้งที่จู่ๆแหวนวงนี้เริ่มปล่อยความร้อนออกมาในช่วงหน้าร้อน รวมไปถึงเหตุการณ์แปลกๆมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน

โชคดี ที่ฉันไม่เคยเจอฮานะอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่องในเคืนนั้น แต่จากที่พี่สาวฉันเล่าให้ฟัง ฮานะยังคงมาปรากฎตัวอยู่ที่หน้าประตูบ้านทุกๆปีในช่วงโอบอน แถมรูปลักษณ์ของเธอก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ซึ่งปีหลังๆที่ผ่านมาฉันได้ยินว่ารูปลักษณ์ของเธอมีสภาพคล้ายกับสุนัขตัวใหญ่

ที่บ้านของฉันได้ลองทำพิธีไล่ผีหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถป้องกันฮานะให้กลับมาในช่วงโอบอนได้

ครอบครัวของฉันเริ่มคิดที่จะย้ายบ้านเพื่อเป็นการแก้ปัญหา แต่ก็ไม่รู้เพราะด้วยสาเหตุอะไรพวกเขาก็ยกเลิกการตัดสินใจนั้น แต่เขากลับส่งให้ฉันย้ายไปอยู่กับลุงของฉันแทนตั้งแต่ฉันได้เรียนจบประถม….

ท่านผู้อ่านอาจจะคิดว่านี่คือเรื่องที่แต่งขึ้นแน่ๆ แต่ฉันเกรงว่ามันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด

.

.

.

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
the-haunted-bar-afraid-of-mail-box-part-2

ผมกลัวกล่องจดหมายที่ คอนโด ของผม…

the-haunted-bar-how-i-lost-my-hearing-การได้ยิน

สาเหตุที่ผมสูญเสีย” การได้ยิน “