in ,

หน้ากาก “โนห์” ของคุณยาย

Grandma ‘s Noh Mask

the-haunted-bar-grandma-s-noh-mask-ยาย-part-1
Mask Image by Alex Motoc on Unsplash Illustrated by The Haunted Bar

ยาย ของสามีดิฉัน เธอหลงไหลในละครโนห์เอามากๆ และเธอมักจะทำการแสดงละครเป็นงานอดิเรกอยู่เป็นประจำ…

ฉันอาศัยอยู่ในแมนชั่นเก่าๆของครอบครัวของสามีของฉัน ซึ่งตัวบ้านนั้นมีอายุมากกว่า 50ปีแล้ว และโดยปกติแล้ว บ้านที่มีอายุมานานขนาดนี้มันก็มักจะมีโรงเก็บของซึ่งเป็นสิ่งที่มาควบคู่กับบ้านในสมัยนั้นรวมไปถึงบ่อน้ำสำหรับสำรองน้ำไว้ใช้ที่ด้านหลังของตัวบ้านด้วยเช่นกัน

ที่บ้านของสามีดิฉันนั้นจะมีห้องอยู่ห้องหนึ่งซึ่งจะถูกล็อคจากภายนอก และถูกห้ามไม่ให้เปิดประตูบานนั้นมานานราวทศวรรษได้ เท่าที่ฉันรู้ในบ้านหลังนี้จะมีห้องแบบนี้อยู่ทั้งหมด 3 ห้องภายในบ้านและอาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ มันได้ถูกสร้างไว้ในส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณแม่สามีของฉัน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยากมากๆที่จะเข้าไปสำรวจเพื่อที่จะได้รู้ว่าข้างในห้องพวกนั้นเป็นอย่างไรกันแน่

( ขออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ในบ้านนะคะ คือพวกเรานั้นอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันแต่พวกเราได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นของคุณพ่อและแม่สามี กับส่วนของฉันและสามี )

โดยเจ้าห้องทั้งสามห้องที่ฉันได้พูดถึงนั้นห้องแรกจะถูกล็อคโดยกลอนประตู ส่วนห้องที่ 2 นั้นจะอยู่ในห้องของแม่บ้านคนก่อน (ปัจจุบันนี้ทางครอบครัวของฉันไม่ได้จ้างแม่บ้านแล้ว) โดยที่บานประตูจะถูกซ่อนอยู่ข้างหลังชั้นวางขนาดใหญ่

ส่วนห้องสุดท้ายจะมีประตูอยู่ที่ด้านหลังของโรงละคร ” โนห์ ” ซึ่งถูกสร้างขึ้นในบ้าน ( โนห์ นั้นจัดเป็นละครการแสดงจำพวกโขนที่มีประวัติที่เก่าแก่และขึ้นชื่อมากๆในญี่ปุ่น ซึ่งเหล่านักแสดงนั้นจะต้องสวมหน้ากากเพื่อแสดงอารมณ์ต่างๆให้เข้ากับเนื้อเรื่องของละครนั้นๆ )

อ๊ะ…ใช่แล้วลืมบอกท่านผู้อ่านไปเลยว่าที่บ้านของสามีฉันนั้นจะมีโรงละครโนห์อยู่ในบ้านด้วย ซึ่งเจ้าโรงละครนั้นได้ถูกสร้างขึ้นโดยคุณ ยาย ของสามีของฉัน เพราะเธอหลงไหลในละครโนห์เอามากๆและเธอมักจะทำการแสดงละครเป็นงานอดิเรกอยู่เป็นประจำ

จากที่ฉันได้ลองทำการสำรวจอย่างคร่าวๆแล้ว ฉันแน่ใจว่าเจ้าห้องทั้งสามห้องนั้นจะมีขนาดความกว้างราวๆ 14-15 ตารางเมตร เอาจริงๆเจ้าห้องทั้งสามนี่มันทำให้ฉันรู้สึกตะขิดตะขวงใจมานานมากแล้วตั้งแต่ตอนที่ฉันพึ่งย้ายเข้ามาอยู่กับสามีในบ้านหลังนี้ใหม่ๆ และฉันก็มักจะถามสามีและแม่สามีของฉันเกี่ยวกับเจ้าห้องพวกนั้นอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครปริปากบอกอะไรเกี่ยวกับเจ้าห้องพวกนั้นเลยแม่แต่นิดเดียว

บอกตามตรงว่ามันทำให้ฉันรู้สึกสงสัยอยากรู้อยากเห็นเอามากๆ แต่อีกด้านหนึ่งมันก็ทำให้ฉันรู้สึกกลัวๆอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน

————

เอาละมาเข้าเรื่องกันต่อ, บอกตามตรงนะคะ ฉันเองก็ค่อนข้างที่จะกลัวบ้านหลังนี้เอามากๆเหมือนกัน และเรื่องที่จะเล่าต่อจากนี้ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ฉันจะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรดี…

วันนี้..ฉันได้เห็นบางอย่างที่ไม่ควรจะเห็นในบ้านของฉัน ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกกลัวเอามากๆ มันเริ่มจากการที่ฉันได้เปิดประตูห้องๆหนึ่งในบ้านซึ่งเป็นประตูแบบบานเลื่อน (ห้องๆนี้ไม่ใช่หนึ่งในสามห้องที่ถูกปิดตาย แต่เป็นห้องธรรมดาที่ถูกใช้งานเป็นประจำ) โดยเจ้าห้องนั้นเนี่ยปกติแล้วจะค่อนข้างมืดพอสมควรในเวลาที่ไม่ได้เปิดไฟ แต่ก็ยังพอมองเห็นได้บ้าง ซึ่งหลังจากที่ฉันเปิดประตูห้องนั้นฉันก็สังเกตุเห็นเป็นเงาลางๆคล้ายๆกับใครบางคนกำลังนอนแน่นิ่งราวกับศพอยู่ที่พื้นห้อง

ในตอนนั้นฉันได้แต่ยืนตัวแข็งด้วยอาการช๊อค เพราะในตอนนั้นฉันรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในบ้านเลยนอกจากฉันเพียงคนเดียว ในหัวของฉันในตอนนั้นไม่สามารถรวบรวมสติได้เลยแม้แต่น้อยเพราะความกลัวหลังจากที่ได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของฉัน…

แต่แล้วจู่ๆ…คนที่นอนอยู่ในห้องนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมายืนจ้องหน้าฉันอย่างรวดเร็ว ไม่สิคำว่า ”ลุก” อาจจะไม่ใช่คำอธิบายที่ถูกต้องฉันต้องบอกว่าเขาขึ้นมายืนตรงอย่างรวดเร็วราวกับไม้กระดานที่วางอยู่บนพื้นแล้วถูก ”ดัน” ขึ้นมาจากพื้นให้ขึ้นมาตั้งตรงมากกว่าถึงจะถูก ฉันร้องกรี๊ดออกมาดังมากๆด้วยความตกใจพร้อมกับวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ฉันก็ได้ยินเสียงไอ้คนหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ลุกขึ้นมานั่นที่จู่ๆก็เริ่มกรีดร้องและวิ่งไล่ตามฉันมาติดๆ

ฉันรู้สึกกลัวมากจนไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง ทำได้แค่พยายามวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตจนกระทั่งเสียงกรีดร้องที่วิ่งไล่ตามหลังฉันมานั้นหยุดลง… หลังจากที่ฉันมั่นใจว่าเสียงร้องนั้นได้หยุดลงแล้วแน่ๆฉันก็ได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วลองหยุดหันหลังกลับไปมองว่ามันยังคงไล่ตามฉันมาอยู่หรือไม่ แต่ว่า…มันหายไปแล้ว!! ใช่แล้วคะมันหายไปแบบไ้ร้ร่องรอยราวกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันได้ลองเดินย้อนกลับไปตามทางที่ฉันวิ่งมาเผื่อว่าจะเจอรอยเท้าหรืออะไรสักอย่างที่เป็นหลักฐานยืนยันว่ามันมีคนไล่ตามหลังฉันมาจริงๆ แต่ว่าก็ไม่มีร่องรอยของคนหรืออะไรก็ตามแต่วิ่งไล่ฉันมาเลยแม้แต่น้อย

ฉันพยายามรวบรวมสติและความกล้าที่ยังเหลืออยู่รีบเดินสำรวจรอบๆบ้านทันที ซึ่งก็ไม่พบร่องรอยการงัดแงะตามประตูหรือหน้าต่างเลยสักนิดเดียว ฉันเช็คตามกลอนประตูและหน้าต่างทุกๆอย่างถูกล็อคไว้เป็นอย่างดี… งั้นไอ้สิ่งที่มันวิ่งไล่ตามฉันมาเมื่อก่อนหน้านี้ละ… บอกตามตรงว่าฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านั่นมันคือโจร หรือว่า ผีกันแน่…

หลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้นฉันกลัวมากๆที่จะเดินสำรวจรอบๆบ้านด้วยตัวคนเดียว โชคดีที่ในตอนนั้นหลานชายอายุ 13 ได้มาอยู่ที่บ้านฉันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ แถมแม่สามีของฉันเองก็มีแผนที่จะไปเที่ยวในช่วงวันหยุดนี้ด้วย ฉันเลยคิดว่าเดี๋ยวฉันจะไปขอให้เขาช่วยกันเช็ครอบๆบ้านๆ รวมไปถึงเจ้าห้องที่ถูกปิดตายทั้งสามห้องนั้นด้วย

————

เอาละทุกคน หลังจากที่ฉันได้ไปลองสำรวจห้องที่ถูกปิดตายมาทั้งหมดแล้ว ฉันก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้สามีของฉันฟังและในที่เขาก็ยอมปริปากเล่าทุกอย่างที่เขารู้ให้ฉันฟัง แต่ว่าหลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากสามีของฉัน ปรากฎว่าตัวเขาเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนักเกี่ยวกับโรงเก็บของและห้องที่ถูกปิดตายพวกนั้น ยกเว้นห้องละครโนห์ที่ได้ถูกปิดตายลง ซึ่งสาเหตุที่มันต้องถูกปิดตายลงนั้นเกิดมาจาก “หน้ากากโนห์” ที่คนในครอบครัวของฉันทุกคนต่างเชื่อว่ามันมีคำสาปซ่อนอยู่…

เจ้าหน้ากากโนห์ที่ว่านี้มันเคยถูกเก็บเอาไว้ในห้องแสดงละครโนห์ก่อนที่ห้องนั้นจะถูกปิดตาย หลังจากนั้นตัวของเขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นกันแน่ เพราะในตอนนั้นเขายังเด็กมากๆ แต่เขาเชื่ออย่างฝังใจว่ามันคือสาเหตุที่ทำให้คุณ ยาย ของสามีฉันนั้นต้องเสียชีวิตลง และเขาได้กำชับกับฉันไว้ว่าอย่าได้เข้าไปใกล้ห้องนั้นอีกเป็นอันขาด…

เอาจริงๆข้อมูลที่ฉันได้รู้ทั้งหมดนั้นมันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ฉันอยู่ห่างๆจากเรื่องพวกนี้ได้ เพราะงั้นฉันเลยตัดสินใจที่จะค้นหาความจริงทั้งหมดให้ได้ ฉันเลยตัดสินใจที่จะไปตามหาแม่บ้านที่เคยรับใช้ดูแลคนในบ้านหลังนี้ที่อยู่มานานกว่าสามสิบปี…

แต่ทว่า…ในตอนแรกที่ฉันไปพบกับเธอนั้น เธอเลี่ยงที่จะเล่าเรื่องราวที่เธอรู้เกี่ยวกับบ้านหลังนี้ให้ฉันฟัง เหมือนกับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่คนนอกจะต้องมารับรู้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ฉันเองก็พยายามพูดคุยและโน้มน้าวเธอจนเธอยอมเริ่มเล่าเรื่องราวคร่าวๆบางส่วนที่เกิดขึ้นตามนี้

ย้อนกลับไปในอดีต, คุณตาของสามีของฉันนั้น ท่านได้แอบไปมีเมียน้อยซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้องของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งมันก็ได้ทำให้ภรรยาของเขานั้น (คุณ ยาย ของสามีของฉัน) ต้องเศร้าเสียใจและเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

และสิ่งที่จะทำให้เธอนั้นสามารถลืมความเศร้าความเจ็บปวดเหล่านั้นไปได้ก็คือ ละครโนห์ ที่ซึ่งเธอได้ใช้เวลาส่วนมากไปกับการร่ายรำแสดงละครโนห์เป็นเวลานานอยู่หลายวันราวกับว่าเธอเองนั้นได้ถูกจิตวิญญาณของตัวละครโนห์ที่เธอแสดงนั้นเข้าสิง จนกระทั้งวันหนึ่งเธอก็ได้ล้มป่วยลงแล้วก็ได้เสียชีวิตไปในที่สุด

และโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นมันก็ได้ทำให้สามีของเธอนั้นรู้สึกเสียใจในสิ่งที่เขาได้ทำลงไปเป็นอย่างมาก เขาได้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่นานหลายวันแถมยังเอาแต่ใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับหน้ากากโนห์ที่ภรรยาของเขานั้นได้สวมใส่ในการแสดงของเธออยู่อย่างไม่ลืมหูลืมตา  ซึ่งในช่วงเวลานั้นเองจู่ๆเขาก็ได้เกิดล้มป่วยลงกระทันหันอย่างไม่ทราบสาเหตุ…

หนึ่งในเพื่อนของเขาได้มาเยี่ยมเขาที่บ้านซึ่งเพื่อนของเขานั้นก็ได้สังเกตุเห็นบางอย่างบนใบหน้าของเขานั้นซึ่งเขารู้ได้ทันทีว่านี่จะต้องเกี่ยวข้องกับภรรยาของเขาแน่ๆ ดังนั้นเพื่อนของเขาจึงพาเขาเดินทางไปหาร่างทรงเพื่อขอคำปรึกษาแล้วก็ได้คำตอบมาว่า คุณตาของสามีของฉันนั้นท่านได้ถูกวิญญาณสองอย่างสิงสู่อยู่ในตัวของเขา ตนแรก คือ วิญญาณของภรรยาของเขา ส่วนอีกตนนึงนั้นคือวิญญาณของหญิงสาวที่สิงอยู่ในหน้ากากโนห์มาตั้งแต่เริ่มแล้ว

ร่างทรงก็ได้ทำพิธีไล่วิญญาณร้ายออกไปแต่ทว่ามันก็ไม่สามารถที่จะกำจัดคำสาปให้หมดไปได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นร่างทรงจึงแนะนำให้กำจัดเจ้าหน้ากากอันนั้นทิ้งไปซะถ้าหากเขาต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ เพราะถ้าหากเขายังคงพยายามที่จะเก็บเจ้าหน้ากากนั่นไว้นานเท่าไหร่มันก็ยิ่งมีโอกาสที่เจ้าหน้ากากนั่นจะพยายามคร่าชีวิตของเขามากเท่านั้น สุดท้ายเขาก็เลยตัดสินใจบริจาคหน้ากากนั้นให้กับทางพิพิธภัณฑ์นำไปดูแลแทน

และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงไม่มีหน้ากากอยู่ในห้องโรงละครนั่น แต่ก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นหลังจากนั้นเช่นกัน ประตูด้านหลังของโรงละครโนห์นั่นไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไรทำให้มันไม่สามารถเปิดออกได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามทั้งๆที่กลอนประตูเองก็ไม่ได้ถูกล็อคไว้…

บอกตามตรง…ฉันเองรู้สึกขนลุกเอามากๆหลังจากได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในบ้านที่ฉันอาศัยอยู่ มันกลายเป็นเรื่องราวสยองขวัญมากกว่าจะเป็นเรื่องโศกนาฏกรรมไปซะแล้ว และฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกหรือจะทำตัวยังไงดี

มีผู้อ่านบางท่านก็ได้แนะนำให้ฉันนั้นลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะได้รู้ว่าควรจะรับมือ และใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังนี้ได้อย่างปลอดภัยซึ่งฉันเองก็เห็นด้วยกับคำแนะนำที่ผู้อ่านบางท่านแนะนำ

แต่ก่อนที่ฉันจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมตามที่แพลนไว้ในสัปดาห์นี้ ฉันนึกขึ้นมาได้ว่ามีอีกคนที่น่าจะรู้เรื่องราวของบ้านที่ฉันอาศัยอยู่นี้ดีกว่าใครแน่ๆนั่นก็คือ แม่บ้านอีกคนที่พึ่งจะลาออกไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเธอนั้นรับใช้บ้านหลังนี้มานานมากๆเช่นกัน…

————

ในคืนเดียวกันนั้นฉันได้แอบย่องเข้าไปยังห้องของคนใช้คนก่อนที่พึ่งลาออกไปเมื่อปีที่แล้ว เผื่อว่าจะเจออะไรที่น่าสนใจหรือเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งฉันเองก็ได้ลองสำรวจตรงชั้นวางที่กั้นประตูลับอีกห้องที่ฉันได้พูดถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งเจ้าชั้นวางของนี้ก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าแปลกๆชวนอาเจียนออกมา

กลิ่นของมันเหม็นเหมือนกับกลิ่นของท่อน้ำทิ้งที่เต็มไปด้วยของเสียหมักหมมอยู่เป็นเวลานาน (อันนี้ฉันขอยืนยันว่าไม่ใช่กลิ่นของศพแน่นอนส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมฉันถึงได้มั่นใจว่ามันไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่าของศพนั้นฉันขอไม่พูดถึงก็แล้วกันนะคะ) แต่สุดท้ายเมื่อฉันลองตรวจสอบดูรอบๆชั้นวางของรวมไปถึงซอกมุมต่างๆในห้องก็ไม่พบอะไรที่น่าจะเป็นสื่งที่ช่วยฉันไขความลับของบ้านหลังนี้ได้เลยสักอย่างเดียว สุดท้ายฉันก็ยอมแพ้แล้วก็กลับไปยังห้องนอนของตัวเองพร้อมกับความรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก…

วันรุ่งขึ้น…ฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันลืมถามแม่บ้านคนนั้นเกี่ยวกับห้องลับอื่นๆในบ้านเพราะมัวแต่ช็อคอยู่กับเรื่องของห้องแสดงละครโนห์ที่เธอเล่าให้ฟัง ซึ่งเอาจริงฉันเองก็ต้องการที่จะรู้เรื่องราวของเจ้าห้องลับทั้งสามห้องนั้นให้หมดเพื่อที่ฉันจะได้รู้ว่าทำไมห้องทั้งสามห้องนั้นมันถึงถูกปิดตายลงไป แล้วมันมีอะไรอยู่ในบ้านที่ฉันอาศัยอยู่กันแน่ และมันก็น่าเสียดายจริงๆที่ฉันไม่สามารถถามเธอได้อีกแล้วเพราะว่าถ้าเกิดฉันไปตอแยถามเธออีก เธออาจจะคิดว่าฉันต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ

เพราะฉะนั้นสุดท้ายฉันก็เลยจะต้องไปถามความจริงจากแม่บ้านอีกคนให้ได้ ซึ่งในตอนนี้ฉันเองก็กำลังรอการติดต่อกลับจากเธออยู่เหมือนกัน ซึ่งมันก็ทำให้ฉันนั้นต้องยกเลิกแผนการที่ได้เตรียมการไว้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่กำลังจะถึง อันนี้ที่จริง…มันก็เป็นการดีที่ฉันจะได้ระมัดระวังตัวมากขึ้นเพราะว่าฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าฉันเองกำลังรับมืออยู่กับอะไรกันแน่ และฉันเองก็มองว่ามันเป็นเรื่องอันตรายเกินไปที่จะให้หลานชายของฉันต้องเข้ามาเอี่ยวกับเรื่องน่ากลัวแบบนี้ด้วย

เหลือเชื่อไปเลยใช่ไหมคะ? จากเรื่องเล็กๆที่ไม่น่าจะมีอะไร แต่เพราะด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ฉันมี มันได้กลายเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้ และถ้าจะให้ฉันล้มเลิกความคิดที่จะสืบหาความจริงที่เกิดขึ้นในบ้านนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะในตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันอยากจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปกป้องให้ครอบครัวของฉันนั้นให้พ้นจากอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายที่ปรากฎตัวในบ้านที่ฉันและครอบครัวอาศัยอยู่ให้ปลอดภัย

————

ในวันเดียวกันนั้นแม่บ้านอีกคนที่ฉันได้ติดต่อไปก็ได้ติดต่อกลับมา ในตอนนั้นฉันไม่อ้อมค้อมและเริ่มถามคำถามกับเธอตรงๆโดยทันทีที่ฉันรับสายของเธอ ซึ่งเธอก็ปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องของห้องที่ถูกปิดตายทั้งสามห้องในทันทีด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเอามากๆราวกับมันเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับเธอ

แต่ในนาทีนั้นฉันเองก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน ฉันได้บอกกับเธอว่าฉันเองได้รู้เรื่องเกี่ยวกับหน้ากากโนห์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากที่เธอได้ยินดังนั้นเธอก็เงียบไปชั่วครู่ก่อนที่เธอจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่กระอักกระอ่วมและค่อนข้างเบา

ถ…ถ้างั้นเธอเองก็ต้องรู้เรื่องของ โอบิ ด้วยสินะ ?

(โอบิ คือ เข็มขัดสำหรับรัดที่บริเวณเอวเพื่อเพิ่มความสวยงาม มันถูกทอขึ้นมาเพื่อใช้กับกิโมโนโดยเฉพาะ)

โอบิ…!? ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับโอบิเลย ว่าแต่มันเกี่ยวข้องกับหน้ากากนั่นยังไงหรือคะ? ” ฉันถามเธอกลับด้วยความสงสัย

เธอเงียบไม่พูดอะไรกลับมาเลยสักคำ แต่ฉันเองในตอนนั้นก็คิดเพียงแต่ว่าฉันจะต้องรู้ความจริงทั้งหมดให้ได้  ฉันเริ่มที่จะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและยืนกรานกับเธอว่า

ฉันจะไม่ยอมถอยจนกว่าฉันจะได้รู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับครอบครัวของ และไม่ว่าความจริงมันจะเป็นยังไงฉันก็จะไม่ล้มเลิกที่จะคนหาความจริงที่เกิดขึ้นแน่นอน

ซึ่งการที่ฉันพูดออกไปแบบนั้นก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล ท่าทีของเธอค่อนข้างจะอ่อนลง จากนั้นเธอก็เริ่มพูดกับฉันอีกครั้ง

โอเค ฉันเข้าใจแล้ว… งั้นมาพบกับฉันในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

เข็มขัดโอบิ กับ ห้องที่ปิดตาย… ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าสองสิ่งนี้มันจะมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง แต่ฉันเองก็ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้ฉันจะได้รับคำตอบทั้งหมดจากเธอ…

————

.

.

.

จบตอนที่ 1

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
the-haunted-bar-sukuumono-ch6

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 6

the-haunted-bar-grandma-s-noh-mask-ยาย-part-2

หน้ากาก “โนห์” ของคุณยาย (ตอนจบ)