in ,

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 5

แหวน (The Ring)

the-haunted-bar-sukuumono-ปรสิต-ch-5
image by the haunted bar

ปรสิต …

สิ่งมีชีวิตที่ไปอาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นแล้วเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์ ในขณะที่อีกฝ่ายเสียประโยชน์…

กลับมาต่อกับตอนที่ 5 กับซีรีย์ ปรสิต เรื่องราวเร้นลับที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนของฉันคนหนึ่งที่ชื่อ “นารุมิ” ผู้ซึ่งมีสิ่งมีชีวิต(หรืออาจจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต)ที่ทรงพลังเอามากๆ อาศัยอยู่ในร่างกายของเธอ (ซึ่งพวกเราได้ตัดสินใจที่จะเรียสเจ้าสิ่งนั้นว่า “สโมกี้”) ซึ่งถ้าใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 จนถึงตอนที่4 ละก็ขอแนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านกันก่อนเพื่อที่จะได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

และในวันนี้ก็จะขอย้อนกลับไปยังช่วงที่นารุมิกำลังคบกับแฟนเก่าของเธอเอจิ ในสมัยที่พวกเรายังอยู่ในช่วงมหาลัยกันอีกครั้ง

มันเคยมีอยู่ครั้งนึงที่เอจิได้มอบแหวนซึ่งเป็นตัวแทนของคำมั่นสัญญาให้กับนารุมิ แหวนวงนั้นทำมาจากโลหะผสมระหว่างทองคำกับแร่เงิน เหล่าสาวๆในกลุ่มเมื่อได้เห็นแหวนวงนั้น ทุกคนต่างก็พูดชมถึงความสวยงามของแหวนวงนั้นยกเว้นเพียงแค่อาสะ…

ในตอนนั้นฉันสังเกตุได้ถึงสีหน้าของเธอที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เวลาที่นารุมิโชว์แหวนวงนั้นให้เธอเห็น ซึ่งมันก็ทำให้ฉันเกิดความสงสัยจนต้องไปถามเธอและก็ได้คำตอบที่ทำเอาฉันอึ้งไปเหมือนกัน

อาสะ: “ฉันว่าเรื่องมันชักจะแย่ซะแล้วสิ…ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะทำยังไงดี มีใครพอจะรู้จักร่างทรงหรือใครที่รู้วิธีไล่ผีบ้างไหม?

อย่าที่รู้กันว่าอาสะนั้นเป็นเพียงคนเดียวที่ฉันรู้ว่าเธอมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติทั้งหลาย, ซึ่งเธอนั้นรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก

อาสะ: “เอาไงดีละเนี่ย? จินเธอคิดว่านารุมิจะยอมให้ฉันยืมแหวนวงนั้นมาใส่สักพักนึงไหม? ถ้าเกิดฉันพาเธอนารุมิไปยังสถานที่สำหรับทำพิธีไลผี ฉันกลัวว่าเจ้าสโมกี้มันจะต้องทำอะไรบางอย่างๆแน่ๆ ฉันควรจะทำไงดี…

อาสะ: “หรือฉันควรจะบอกเธอตรงๆเลยดีไหมว่าเจ้าแหวนวงนั้นมันมีอะไรบางอย่างสิงอยู่บางอย่างที่อันตรายกับตัวของเธอ, ฉันกลัวว่าแทนที่นารุมิจะกลัวมัน มันจะกลายเป็นว่าเธอจะสนใจในแหวนวงนั้นมากกว่าเก่า และเธอก็จะเริ่มเอามันติดตัวเธอไว้อยู่ตลอดเวลานี่สิ…

จิน: “ …เออจริงของเธอ ฉันเองก็พอจะนึกภาพออกเลย ว่าแต่ทำไมเธอถึงรู้สึกกังวลละ? นารุมิมีเจ้าสโมกกี้นี่นา เธอไม่เป็นอะไรหรอก

อาสะมองมาที่ฉันพร้อมด้วยสีหน้าที่ฉันเองก็อธิบายถึงความรู้สึกของเธอไม่ได้เช่นกัน,

อาสะ:  “อืม.. จะพูดยังไงดีละ คือมันไม่ใช่เรื่องของเจ้าสโมกี้ที่ฉันเป็นห่วงนะ..

และบทสนทนาก็ได้จบลงในตอนนั้น

วันต่อมา,

ฉันได้ยินว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับอาสะในมหาลัย เธอถูกกระจกบาดเป็นแผลลึกมากซึ่งเธอก็ถูกส่งไปยังห้องฉุกเฉินในมหาลัยเพื่อทำการปฐมพยาบาลในทันที แต่ว่าในระหว่างทางที่กำลังไปยังฉุกเฉินนั้น ฉันก็ได้เจอกับเพื่อนของเธออีกคนที่พึ่งออกมาจากห้องฉุกเฉินนั่น

เขาได้เล่าให้ฉันฟังว่า อาสะนั้นได้ลืมกระเป๋าของเธอไว้ในห้องเรียนซึ่งตัวเข้าเองนั้นพยายามที่จะไปเอามาให้เธอ แต่เธอกลับบอกให้เขาทิ้งมันไว้ในห้องเรียนนั่นแล้วเดี๋ยวเธอจะเป็นคนกลับไปเอามันเองหลังจากที่เธออาการดีขึ้นแล้ว แต่เขาไม่แน่ใจว่าเขาควรจะทำยังไงดีกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเลยตัดสินใจที่จะกลับไปยังห้องเรียนห้องนั้นเพื่อจะเช็คดูว่ากระเป๋าของเธอยังคงอยู่ที่นั่น

ฉันคิดว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะทิ้งกระเป๋าที่มีของมีค่าอยู่ข้างในนั้นไว้ในห้องที่ไม่มีใครเฝ้า ฉันเลยอาสาเป็นคนไปเอากระเป๋าใบนั้นไปให้เธอด้วยตัวเอง

ฉันได้เดินเข้าไปยังห้องเรียนนั่น ในห้องนั้นไม่มีใครอยู่มีเพียงแค่กระเป๋าของอาสะที่วางทิ้งไว้อยู่บนเก้าอี้ ซึ่งเอาจริงๆฉันมั่นใจว่านั้นคือกระเป๋าของอาสะแต่เพื่อความแน่ใจฉันเลยแอบเปิดเช็คดูของในกระเป๋าว่าใช่กระเป๋าของเธอจริงหรือเปล่า

เมื่อฉันเปิดกระเป๋าออกมาฉันสังเกตุเห็นถุงพลาสติกซึ่งมีของบางอย่างอยู่ข้างใน…และของที่อยู่ในถึงนั่นก็ดูเหมือนกับแหวนของนารุมิที่เธอใส่เมื่อวานมาก ฉันไม่รู้ว่าอาสะไปทำอีท่าไหนถึงได้ยืมแหวนของนารุมิมาได้ หรือว่าเธอเองอาจจะแอบเอามาโดยที่ไม่ได้บอกนารุมิเพื่อที่เธอจะนำมันไปทำพิธีขับไล่สิ่งที่ไม่ดี…

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญเท่าไหร่, ฉันพยายามค้นหากระเป๋าหรือว่าบัตรประจำตัวเพื่อที่จะยืนยันว่ากระเป๋าใบนั้นเป็นของอาสะจริงๆซึ่งสุดท้ายฉันก็เจอบัตรประจำตัวของเธอก็เลยตัดสินใจรีบออกจากห้องเพื่อที่จะไปหาเธอยังห้องพยาบาล

แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะออกจากห้องเรียนนั้น…

เมี๊ยว…

เสียงของแมวที่กำลังร้องเรียกความสนใจก็ดังขึ้นมาจากข้างหลังของฉัน

ฉันหันกลับไปมองและก็พบกับแมวสีเทาตัวนึงกำลังนั่นจ้องมาที่ฉันจากขอบหน้าต่าง มันร้องส่งเสียงอีกครั้งก่อนที่มันจะกระโดดจากหน้าต่างลงไปข้างล่าง

ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันเดินเข้าไปยังห้องเรียนนั่นมันไม่มีแมวอยู่นี่นา และฉันก็นึกขึ้นได้ว่าไอ้ชั้นที่ฉันอยู่นี่มันชั้น 4 นี่นา!! ด้วยความตกใจฉันทิ้งกระเป๋าของอาสะแล้วรีบวิ่งไปดูตรงหน้าต่างทันที แต่ก็ไม่พบแมวตัวนั้นหรือร่องรอยของมันเลย แถมตรงนั้นไม่มีต้นไม้อยู่ให้แมวกระโดดไปเกาะเพื่อไม่ให้ตกลงไปที่พื้นเลยซักต้น

แมวมันสามารถกระโดดจากชั้น4ลงไปถึงพื้นแล้วไม่เป็นอะไรได้ไงหว่า?” ฉันเริ่มถามตัวเองด้วยความงุนงงพร้อมกับหยิบกระเป๋าของอาสะขึ้นมา แต่ฉันก็ตกใจกับรอยกรีดขนาดใหญ่บนกระเป๋าของเธอซึ่งก่อนหน้านี้กระเป๋าของเธอยังอยู่ในสภาพปกติ

จิน: “นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย?

จากนั้นฉันก็ยินแมวร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้มันใกล้มากราวกับว่ามันอยู่ตรงบริเวณปลายเท้าของฉัน และนั่นมันก็ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ถึงเจ้าแหวนที่อาสะนั้นพูดถึง ซึ่งในตอนนี้มันได้อยู่ในกระเป๋าที่ฉันถือไว้อยู่ในมือ…

“…….”

เหงื่อค่อยๆไหลออกมายังหลังของฉันทำให้ฉันรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งตัว… เสียง ”เมี๊ยว…” ดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงเหมือนอะไรฉีกขาดดังขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก้มลงไปมองยังเท้าของฉัน เชือกรองเท้าของฉันถูกตัดขาดเป็นชิ้นๆ แถมยังไม่มีแม้แต่ร่องรอยของแมวอยู่ในห้องนั้นเลยแม้แต่น้อย

เมี๊ยว….เมี๊ยว…เมี๊ยว…

เสียงร้องเริ่มดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แถมเสียงของมันก็เริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่องๆเช่นกัน

ในตอนนั้นฉันรู้สึกได้ถึงเหงื่อจำนวนมากไหลออกมาจากตัวของฉัน รวมไปถึงเสียงร้องที่ดังอยู่รอบๆตัว

ทันใดนั้น…เสียงที่คล้ายเสียงพูดของคนก็ดังแทรกขึ้นมาผสมกับเสียงของแมว มันเป็นเสียงเหมือนกับเสียงสะท้อน

…..มึงต้องตาย, ตายซะ!!

ฉันไม่สามารถขยับตัวได้ ตัวของฉันในตอนนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อที่เย็นยะเยือก ฉันพยายามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและรีบเปิดหาเบอร์ติดต่อเพื่อที่จะโทรขอความช่วยเหลือ เสียงของแมวที่ร้องเมี๊ยวๆก็ยังคงดังอยู่รอบๆบริเวณเท้าของฉัน แถมในขณะเดียวกันฉันเองก็เริมสังเกตุเห็นรอยขีดขวน ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามบริเวณพื้น, กระเป๋าของอาสะ หรือแม้แต่กระทั่งกำแพงในห้องเรียนนั้น…  จู่ๆฉันก็รู้สึกเจ็บตรงบริเวณข้อเท้าเมื่อฉันก้มลงไปดูอีกครั้งก็พบกับรอยบาดพร้อมเลือดที่ค่อยๆไหลออกมา

ฉันไม่รอช้ารีบกดโทรออกโดยที่ในตอนนั้นฉันเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังโทรไปหาใคร

ฮัลโหลว่าไงจิน?

โชคดีมากๆที่คนที่รับสายของฉันในตอนนั้นคือ “นารุมิ”

จิน: “นารุมิ!!! นี่จินนะเธอยังอยู่ที่มหาลัยอยู่หรือเปล่า? เธอได้ยินเรื่องของอาสะไหม?

นารุมิ: “อื้อฉันได้ยินเรื่องของอาสะมาเหมือนกันเธอโอเคใช่ไหม? นี่ฉันเองยังอยู่ที่มหาลัยอยู่นะ

จิน: “โอ้งั้นดีเลย! ฉันมีกระเป๋าของอาสะอยู่กับฉันนะแต่ฉันมีธุระต้องไปที่อื่นนะ ฉันฝากกระเป๋าของอาสะไว้กับเธอได้หรือเปล่าจนกว่าอาสะจะออกมาจากห้องฉุกเฉินนะ?

นารุมิ: “แน่นอน ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าตึก A

จิน: “โอเคงั้นเดี๋ยวฉันจะรีบไปที่นั่น

ฉันรีบวางสายแล้วรีบวิ่งไปยังตึกเรียนนั่นทันที เสียงของเจ้าแมวบ้านั่นยังคงไล่ตามฉันมาเรื่อยผสมกับเสียงของผู้หญิงที่ตะโกนว่า “ตาย ตาย ตาย” ราวกับว่ามันจะไม่ยอมให้ฉันหนีรอดไปแน่ๆ เมื่อฉันมาถึงที่ด้านหน้าของตึก A ฉันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างผ่านขาของฉันไป ทันใดนั้นเองฉันก็สะดุดเท้าของฉันและล้มลงตรงบริเวณจุดจอดจักรยาน นารุมิที่เห็นฉันล้มได้รีบวิ่งเข้ามาช่วยฉันด้วยอาการตกใจ

คุณพระช่วย…จิน!!! เธอโอเคหรือเปล่า!?

นารุมิ: “จินมือของเธอ!!! แล้วก็ขาของเธอด้วย!! นี่มันแย่มากๆเธอกำลังเลือดออกอยู่เธอรู้ตัวรึเปล่า!! เดี๋ยวฉันจะรีบพาเธอไปห้องฉุกเฉินเดี๋ยวนี้แหละ!!!

นารุมิช่วยพยุงฉันขึ้นมาพร้อมทั้งช่วยฉันถือข้าวของที่หล่นกระจัดกระจายตอนที่ฉันล้มลง ซึ่งก็เป็นตอนเดียวกันกับที่ฉันสังเกตุว่าเสียงที่คอยตามหลอกหลอนฉันนั้นได้หายไป

ฉันได้ถูกส่งตัวไปยังห้องฉุกเฉินห้องเดียวกันกับอาสะที่เธอเองก็ยังคงพักฟื้นอยู่ ฉันได้ก้มดูรอยแผลที่ขาของฉัน มันไม่ใช่รอยแผลที่เกิดจากชิ้นส่วนของจักรยานบาดแต่มันดูเหมือนกับรอยแผลที่เกิดจากกรงเล็บของสัตว์มากกว่า

ฉันได้ไปดูอาการของอาสะ บาดแผลของเธอนั้นก็ไม่ได้สาหัสมากซึ่งมันก็ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย อาสะได้บอกสาเหตุที่เธอมีแหวนของนารุมิอยู่นกระเป๋าให้กับฉันฟังว่า เธอได้ไปขอยืมแหวนของนารุมิมาโดยอ้างว่าเธอเองก็อยากได้แหวนแบบเดียวกับที่นารุมิมี เธอจึงอยากจะนำมันไปให้ที่ร้านดูเพื่อเป็นตัวอย่าง ซึ่งนารุมิเองก็รูสึกดีใจที่อาสะนั้นได้ให้ความสนใจกับแหวนของเธอ เธอเลยมอบแหวนให้กับอาสะโดยไม่ได้สงสัยอะไร

และต่อมาฉันได้บอกกับอาสะว่ากระเป๋าของเธอนั้นตอนนี้อยู่กับนารุมิ อาสะเองกลับตอบฉันมาด้วยประโยคสั้น “อืม…โอเค…” โดยที่เธอเองก็ไม่ได้อธิบายหรือพูดอะไรต่อหลังจากนั้น

และหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้นได้สงบลง ฉันเองก็พบว่านารุมินั้นได้กลับมาสวมแหวนวงนั้นอีกครั้ง เธอได้เล่าให้ฉันฟังว่า

นารุมิ: “ฉันรู้สึกแย่จังที่อาสะหาแหวนแบบเดียวกับที่ฉันมีไม่ได้ ฉันเลยลองไปถามเอจิดูว่าเขาได้แหวนวงนี้มาจากไหน ซึ่งเขาก็บอกว่าญาติของเขาเป็นคนหามาให้…

และถ้าฉันจำไม่ผิดในตอนนั้น, ญาติของเอจิที่เป็นคนมอบแหวนวงนั้นให้กับเขาก็ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน และเอจิเองก็ต้องไปยังงานศพ ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นหลังจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพวกฉันในมหาลัยไม่กี่วัน

ในตอนนั้นฉันเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะว่าในตอนนั้นญาติของเขาเองนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ตอนที่ฉันถูกเสียงและอะไรบางอย่างไล่ทำร้ายฉันในตอนนั้น และหลังจากนั้นนารุมิก็สวมแหวนวงนั้นไว้ตลอดแต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรแปลกๆเกิดขึ้น ฉันเลยคิดว่าเรื่องน่ากลัวพวกนั้นน่าจะจบลงแล้ว

ซึ่งถ้าลองนึกกลับไปยังตอนที่แล้ว (the symbol) เจ้าสโมกี้นั้นมันไม่ได้ทำการสังหารเทพเจ้าแห่งภูเขาที่พยายามทำร้ายนารุมิในตอนนั้น มันแค่พยายามป้องกันการโจมตีทำให้การโจมตีของเทพเจ้าภูเขานั้นล้มเหลวมันเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปยังครอบครัวของโยโกะแทน ซึ่งเมื่อตอนที่ฉันกำลังเขียนถึงเรื่องตอนก่อนหน้านั้นมันทำให้ฉันนึกอะไรบางอย่างออกเกี่ยวกับเรื่องของแหวนวงนั้นเช่นกัน บางทีมันอาจไม่ใช่นารุมิที่อาสะนั้นกังวลแต่เป็นคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเธอ เช่น ญาติของเอจิ…

ฉันได้ลองถามอาสะแล้วก็ได้คำตอบว่า

อาสะ: “ฉันว่าญาติของเอจินั้นอาจจะตกหลุมรักเอจิเข้านะสิ… ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอไปเรียนรู้วิธีสาปแช่งแบบนี้มาจากไหน แต่ว่าด้วยความเกลียดอิจฉาริษยาที่เธอนั้นมีต่อนารุมินั้นมันมากจนทำให้เธอตัดสินใจทำเรื่องบ้าๆแบบนั้นได้… เสียงที่เธอได้ยินในตอนนั้นนะมันเป็นเสียงของเขาเองส่วนไอ้เสียงแมวที่เธอได้ยินมันเป็นเสียงของแมวที่เขาได้ฆ่าเพื่อนำไปทำพิธีสาปแช่งนั่นแหละ

อาสะเล่าให้ฉันฟังว่าเธอนั้นไม่ได้เป็นห่วงนารุมิที่โดนคำสาปนั่น แต่เธอห่วงคนที่พยายามทำพิธิสาปใส่นารุมิเพราะว่าคำสาปนั่นสุดท้ายมันจะกลับไปเล่นงานเขามากกว่า

อาสะ: “พวกเราคิดว่าพวกเราอาจจะตายหรือได้รับบาดเจ็บหนักกันใช่ไหมละ? ตัวคำสาปเองนั้นมันไม่ได้มีความรุนแรงมากพอที่จะฆ่าคนได้ แต่ว่า…เมื่อนารุมิได้รับคำสาปนั้นไป เจ้าสโมกี้นั้นได้ทำการส่งเจ้าคำสาปนั้นกลับไปยังคนที่สร้างคำสาปนั้นด้วย “ความเร็วสูง…” 

จากนั้นอาสะก็หยุดพูดไปซะดื้อๆ…

เธอได้พยายามที่จะนำแหวนไปทำพิธีชำระล้างที่ไหนสั่งแห่งหนึ่งก่อนที่นารุมิจะได้มีโอกาสสวมใส่มัน เพื่อที่จะป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น…

ตั้งแต่ตอนนั้นที่ฉันได้คุยกับอาสะถึงเรื่องที่เกิดขึ้น…ฉันเองก็มีบางสิ่งที่ค้างคาในใจ…

ถ้าเกิดวันนั้นฉันไม่ได้โทรหานารุมิเพื่อที่จะขอให้เธอเก็บกระเป๋าของอาสะไว้ในตอนนั้น ญาติของเอจิจะยังคงมีชีวิตอยู่หรือเปล่า…?

ในวันนั้นที่ฉันบอกกับอาสะเรื่องที่ฉันฝากกระเป๋าไว้กับนารุมแล้วเธอกลับตอบแค่ “อืม…โอเค…” แถมยังไม่รีบไปเอากระเป๋าของเธอจากนารุมินั้น เป็นเพราะเธออาจจะรู้แล้วว่ามันสายไปแล้ว?

หรือเธออาจจะกลัวว่าคำสาปมันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเธอหนักกว่าเก่า?

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามแต่นารุมิเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เธอแค่รู้สึกมีความสุขกับการที่แฟนของเธอนั้นได้มอบแหวนให้กับเธอแถมเธอยังเป็นคนที่ใจกว้างยอมให้เพื่อนของเธอยืมแหวนวงนั้นโดยไม่ลังเลอีกต่างหาก

พูดตามตรง, ฉันเองก็ไม่อยากจะโทษตัวเองเลย ฉันแค่รู้สึกว่าฉันเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้เหมือนกับว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่จู่ๆมันก็เกิดขึ้นกับฉัน

ฉันเองก็รู้สึกขนลุกกับสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นได้ทำลงไป… ฆ่าแมวเพื่อที่จะสาปนารุมิ… แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะเธอเองนั้นไม่รู้ว่าเธอนั้นเล่นอยู่กับอะไร ถ้าเกิดคนที่เธอพยายามสาปนั้นไม่ใช่นารุมิ เธอเองก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่ เธออาจจะไม่ตายจากคำสาปที่กลับมาเล่นงานเธอ…

และก็เหมือนกับที่อาสะบอกฉัน พวกเราไม่สามารถทำอะไรกับเจ้าสโมกี้ได้เลย

และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในสิ่งที่อาสะพยายามบอกกับฉัน

.

.

.

จบตอนที่ 5

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
the-haunted-bar-sukuumono-ปรสิต-ch-4

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 4

the-haunted-bar-sukuumono-ch6

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 6