in ,

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 4

สัญลักษณ์ (The symbol)

the-haunted-bar-sukuumono-ปรสิต-ch-4
image by the haunted bar

ปรสิต …

สิ่งมีชีวิตที่ไปอาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นแล้วเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์ ในขณะที่อีกฝ่ายเสียประโยชน์…

และแล้วก็มาถึงตอนที่ 4 กับซีรีย์ ปรสิต เรื่องราวเร้นลับที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนของฉันคนหนึ่งที่ชื่อ “นารุมิ” ผู้ซึ่งมีสิ่งมีชีวิต(หรืออาจจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต)ที่ทรงพลังเอามากๆ อาศัยอยู่ในร่างกายของเธอ (ซึ่งพวกเราได้ตัดสินใจที่จะเรียสเจ้าสิ่งนั้นว่า “สโมกี้”) ซึ่งถ้าใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 จนถึงตอนที่3 ละก็ขอแนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านกันก่อนเพื่อที่จะได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องในครั้งนี้ก็จะเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับตอนที่แล้วที่ อาสะ และฟูมิกะได้ไปเยี่ยมบ้านของนารุมิ

นารุมิได้พยายามพูดถึง เหตุการณ์ที่เพื่อนบ้านของเธอประสบกับโศกนาฏกรรมจากการที่เธอสูญเสียลูกของเธอจากอุบัติเหตุโดนรถไฟชน ( ซึ่งก็แน่นอนแหละว่าเธอเองก็คงไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าอุบัตเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมันเกิดจากเจ้าสโมกี้ที่อยู่กับเธอนั่นแหละ ) เธอได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มขึ้น,

นารุมิ: “มันเป็นเรื่องที่ทำใจยากมากๆเลยนะในฐานะพ่อแม่ เมื่อลูกของพวกเขาต้องมาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก… มันไม่ต่างอะไรจากการที่เราโดนฆ่าเลย ถ้าลูกของฉันเกิดต้องมาตายก่อนฉัน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าฉันจะทำยังไงดี

แถมเหตุการณ์ที่เธอพึ่งเล่าไปนั้นมันก็ได้ทำให้เธอเกิดนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็กของเธอ และเธอก็เริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตของเธอให้พวกเราฟัง

นารุมิ: “เมื่อตอนที่ฉันเรียนอยู่ชั้นประถม, เพื่อของฉันคนหนึ่งได้เสียชีวิตลง แม่ของเธอนั้นมีอาการคลุ้มคลั่งเสียใจเป็นอย่างมาก ฉันได้ไปยังงานศพของเพื่อนฉันคนนั้น ซึ่งเมื่อแม่ของเธอเห็นฉันที่งานศพนั่นเธอก็มองฉันด้วยสายตาที่น่ากลัวราวกับว่าเธอต้องการจะฆ่าฉันให้ตายให้ได้

เธอเริ่มตะโกนใส่ฉัน 

มันต้องเป็นแกสิที่ต้องตายแทนที่จะเป็นลูกของฉัน ทำไมลูกของฉันต้องมาตายด้วย?

ในตอนนั้นฉันรู้สึกกลัวมากๆ แต่ในตอนนี้ฉันอาจจะเข้าใจความรู้สึกของเธอขึ้นมาแล้วแหละ…

เนื้อเรื่องที่นารุมิเล่าก็จบลงเพียงแค่นั้น

พ่อของนารุมินั้นเขามักจะต้องไปทำงานหลายแห่งภายในประเทศ และทุกๆสองปีพวกเขาจะต้องย้ายไปยังที่ทำงานแห่งใหม่ ในตอนนั้นนารุมิยังอยู่ประมาณ ป.3 หรือป.4 ครอบครัวของเธอนั้นต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัดซักแห่ง ซึ่งเมืองนั้นก็เป็นเมืองที่พึ่งจะมีโครงการที่จะพัฒนาพื้นที่ขึ้น ซึ่งจัดทำขึ้นโดยทางรัฐบาลทำให้โรงเรียนหลายๆแห่งในเมืองนั้นจะ มีการรวมกันระหว่างเด็กที่อาศัยอยู่ในท้องที่นั้น กับเด็กนักเรียนที่มาจากท้องที่อื่น

วันหนึ่ง,

เพื่อนร่วมชั้นของเธอก็ได้ชวนนารุมิไปเล่นที่บ้านของเธอ เอาเป็นว่าฉันจะเรียกเขาว่า “โยโกะ” ก็แล้วกัน ครอบครัวของโยโกะนั้นเป็นครอบครัวที่อาศัยอยู่ในท้องที่นั้นมาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน พวกเขานั้นมักจะทำงานและรับตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆในเมืองนั้น

โยโกะบอกกับนารุมิว่าที่เมืองของเธอนั้นจะมีงานประจำปีขึ้น ในงานนั้นพวกเขาจะจัดปาร์ตี้สังสรรค์ครั้งใหญ่ ซึ่งจะเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมาย ซึ่งในงานนั้นนารุมิก็ได้ไปกับแม่ของเธอ และเมื่อพวกเขาไปถึง พวกเขาก็ได้พบว่ามีเด็กจำนวนมากทั้งเด็กในท้องที่หรือว่าเด็กที่มาจากที่อื่นนั้นก็ได้ถูกเชิญไปยังงานปาร์ตี้นี้ด้วยช่วยกัน

ซึ่งพวกเขาก็มาพร้อมกับครอบครัวของพวกเขาแต่เด็กบางคนก็มาเพียงลำพัง พี่ชายของโยโกะและเพื่อนๆของเขา รวมไปถึงญาติคนอื่นๆของโยโกะก็อยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนต่างก็สนุกไปกับงานปาร์ตี้นั่นจนกระทั้งตอนค่ำของวันนั้น, พ่อของโยโกะก็ได้เริ่มที่จะกล่าวอะไรบางอย่าง

Yoko’s father:

และก่อนที่งานฉลองนี้จะจบลง, ฉันอยากได้อาสาสมัครซักคนที่จะมารับบทเป็น “เจ้าหญิง” ที่น่ารักของงานนี้ ซึ่งฉันเองก็อยากให้เด็กใหม่ที่มาจากเมืองอื่นๆมาเป็นอาสามัครในครั้งนี้, ซึ่งฉันอยากให้ทั้งคนที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่และคนที่อยู่ในเมืองนี้อยู่แล้วนั้นได้สร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ส่วนเรื่องชุดนั้นทางเราก็ได้ทำการเตรียมไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นเขาก็นำชุดที่เขาพูดถึงขึ้นมา

ซึ่งหลังจากที่นารุมิเห็นชุดนั้นแล้วเธอก็รีบยกมือพร้อมทั้งโบกไปมาในทันที: “หนูอยากเป็น! เลือกหนูนะคะ!

และเพราะเธอเป็นคนที่ยกมือเป็นคนแรก, เธอจึงได้รับหน้าที่นั้นในทันที ครอบครัวของโยโกะนั้นได้ทำการแต่งตัวให้กับเธอด้วยชุดๆนั้น พร้อมทั้งสวมผ้าคลุมหน้าสีขาวไว้ หลังจากนั้น, นารุมิก็ได้ถูกนำตัวขึ้นไปนั่งยังสิ่งที่ดูเหมือนกับศาลเคลื่อนที่ในทันที

แม่ของเธอนั้นได้ทำการถ่ายรูปของเธอเอาไว้ในขณะนั้นพร้อมทั้งบอกกับนารุมิว่า “นารุมิลูกน่ารักมากๆเลยนะ!!” และภายใต้แสงจันทร์ที่กำลังเริ่มส่องแสงมันเลยทำให้นารุมินั้นยิ่งรู้สึกราวกับว่าเธอนั้นได้กลายเป็นเจ้าหญิงไปแล้วจริงๆ

พ่อของโยโกะก็ได้อธิบายเพิ่มว่าพวกเขาจะแบกนารุมิไปยังศาลเจ้าที่อยู่ใกล้กับภูเขา ซึ่งหลังจากที่ทุกคนไปถึงที่นั่นแล้วทุกคนสามารถแยกย้ายกันกลับบ้านได้ยกเว้นเพียงแค่นารุมิเท่านั้น เพราะเธอจะต้องเข้าไปยังศาลเจ้าแห่งนั้น รวมไปถึงนำอาหารและเหล้าไปวางไว้ยังแท่นบูชาในศาลเจ้าแห่งนั้นและรอจนกระทั่งพวกเขาจะไปรับตัวนารุมิกลับมา…

จากนั้นนารุมิก็ถูกแบกขึ้นไปยังศาลเจ้าแห่งนั้นโดยเหล่าผู้คนในท้องที่

และนี่คือคำพูดของนารุมิที่เธอได้พยายามเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

นารุมิ :“ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากๆเลย แต่น่าเสียดายที่ในตอนนั้นฉันเผลอหลับระหว่างทางที่ฉันกำลังขึ้นไปยังศาลเจ้าแห่งนั้น และเมื่อฉันตื่นขึ้นมาฉันก็พบว่าฉันอยู่ที่ศาลเจ้าแห่งนั้นเพียงลำพังในตอนนั้นฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าฉันต้องทำตามที่พ่อของโยโกะบอก ฉันเลยรีบเอาอาหารและเหล้าไปวางไว้ยังแท่นบูชาซึ่งในตอนนั้นฉันก็ทำไปด้วยความสะลึมสะลือ และสุดท้ายฉันก็เผลอหลับไปอีกครั้ง

แม่ของฉันเล่าให้ฟังทีหลังว่าเหล่าผู้คนที่ไปรับฉันกลับมาจากศาลเจ้าแห่งนั้นพบว่าเธอนอนหลับอยู่ภายในศาลเจ้าแห่งนั้น พวกเขาพาฉันมาส่งยังบ้านของโยโกะ แม่ของฉันเองก็แอบหัวเสียเล็กน้อยที่ฉันดันหลับในช่วงเวลาที่สำคัญแบบนั้น

หลังจากนั้น, เมื่อฉันกลับไปถึงบ้านของฉัน, จู่ๆฉันก็ป่วยเป็นไข้อยู่หลายวัน น่าจะสักสามวันได้มั้งที่ฉันเองมีไข้ขึ้นสูงมากๆ แม่ของฉันคิดว่าสาเหตุมันน่าจะมาจากการที่ฉันเผลอหลับในศาลเจ้าวันนั้น

เหล่าผู้ใหญ่ในท้องที่ต่างก็แวะมาเยี่ยมฉันอยู่หลายต่อหลายครั้งในตอนที่ฉันป่วย โดยเฉพาะแม่ของโยโกะ เธอมักจะถามฉันด้วยคำถามหลายอย่าง เช่น ฉันรู้สึกอย่างไรบ้าง, ฉันฝันร้ายบ้างหรือเปล่า, แล้วก็คำถามอื่นๆที่คล้ายๆกัน จากนั้นเธอก็ได้นำชุดเจ้าหญิงที่ฉันได้ใส่ในงานปาร์ตี้วันนั้นมาให้พร้อมทั้งบอกกับฉันว่าฉันสามารถที่จะเก็บเอาไว้ในห้องของฉันได้ เพราะงั้นฉันก็เลยแขวนมันเอาไว้ในห้องเพราะว่าฉันชอบมันเอามากๆ นอกจากนั้นเธอยังได้นำพวกยันต์และเครื่องรางจำนวนมากจากศาลเจ้าแห่งนั้นมาให้ฉัน ซึ่งเธอใจดีกับฉันมากๆถึงแม้ว่าฉันเองก็รู้ว่าฉันนั้นได้ทำเรื่องวุ่นๆในงานคืนนั้นไว้ แต่ว่า…

หลังจากที่ฉันอาการดีขึ้นและฉันไปที่โรงเรียน ฉันก็ได้พบว่าเพื่อนร่วมห้องของฉันนั้นได้เสียชีวิตลง เธอเสียชีวิตก่อนวันที่อาการป่วยของฉันจะดีขึ้น…

————

จากนั้นนารุมิก็ได้ไปที่งานศพของโยโกะกับแม่ของเธอ และก็เหมือนกับเรื่องที่เล่าไว้ก่อนหน้านี้… เมื่อแม่ของโยโกะเห็นนารุมิ เธอก็มองมายังนารุมิด้วยสายตาที่เคียดแค้นพร้อมทั้งตะโกนใส่เธอ และแม่ของเธอ

แม่ของโยโกะ: “ทำไมแกถึงยังมีชีวิตอยู่?

แม่ของโยโกะ: “ทำไมต้องเป็นลูกของฉันที่ต้องมาถูกพรากไปจากฉันด้วย?

แม่ของโยโกะ:  “แกน่าจะเป็นคนที่ต้องถูกพาไปยัง xxx สิ แล้วสัญลักษณ์ของเธอละ?

เธอตะโกนด่าทอไปยังพวกเขาไม่หยุดราวกับว่าเธอได้เสียสติไปแล้ว แม่ของนารุมิได้นำเจ้าชุดสีขาวนั้นไปคืนยังครอบครัวของโยโกะ และเมื่อแม่ของโยโกะได้เห็นชุดนั่นเธอยิ่งแสดงอาการคลุ้มคลั่งหนักกว่าเก่า…,

แม่ของโยโกะ:  “นี่มันเป็นไปไม่ได้!! ต้องเป็นแกที่ไม่น่าจะมีชีวิตรอดสิ!!

สุดท้าย, นารุมิและแม่ของเธอก็ต้องรีบออกไปจากงานศพนั้นทั้งๆที่พิธียังไม่ทันได้เริ่มเลยด้วยซ้ำ

นารุมิ:  “ย้อนกลับไปนั้นฉันกลัวแม่ของโยโกะเอามากๆเลยละแต่ว่า…, แม่ของฉันก็ได้บอกกับฉันว่ามันไม่ใช่ความผิดของฉัน และมันก็เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นแม่จะเสียใจจนคลุ้มคลั่งเพราะลูกของเธอต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร เธอบอกว่าถ้าเธอต้องเสียฉันไปเธอเองก็อาจจะตกอยู่ในความรู้สึกและอาการเดียวกันกับแม่ของโยโกะก็ได้… และตอนนี้ฉันเองก็ได้กลายมาเป็นแม่คนแล้ว ฉันเองก็เริ่มที่จะเข้าใจในสิ่งที่แม่ของฉันนั้นได้พูดกับฉันไว้เมื่อนานแล้วแล้วแหละ

และเรื่องทั้งหมดที่นารุมิเล่าก็จบลง, และต่อจากนี้คือสิ่งที่ฉันได้รู้มาจากคำอธิบายของอาสะเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

อาสะ: “ฉันเข้าใจนะที่นารุมิจะชื่นชอบเรื่องราวน่ากลัวเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับรถราเอย ลิฟต์เอย หรือว่าบ้านผีสิงเอย…แต่ว่า… ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอนั้นไม่ได้สังเกตุหรือคิดได้ซักทีนะ ชุดกิโมโนสิขาว? ผ้าคลุมหน้าสิขาว? นั่นมันไม่ใช่ชุดของเจ้าหญิง แต่มันคือชุดของ “เจ้าสาว” ต่างหาก!!

ฉันอึ้งอยู่พักนึง คือฉันเองก็พยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ แต่สิ่งอาสะพูดมันก็ถูก

นารุมินั้นได้ถูกส่งให้ขึ้นไปนั่งยังสิ่งที่เรียกว่า “ศาลเจ้าจำลอง” และได้ถูกแบกไปส่งยังศาลเจ้า จากก็ถูกปล่อยทิ้งไว้เพียงลำพังกับอาหารและเหล้า ผู้หญิงในชุดกิโมโนสีขาวพร้อมทั้งผ้าคลุมหน้า… นี่มันเจ้าสาวที่จะต้องเป็นเครื่องสังเวยให้กับเทพเจ้าชัดๆ…

อาสะ: “ถ้าเกิดจะเรียกงานปาร์ตี้สังสรรค์แบบนั้นที่มาพร้อมกับศาลเจ้าจำลองสำหรับเจ้าสาว, นี่มันคือพิธีกรรมที่เก่าแก่เอามากๆเลยนะ แล้วมันเรื่องอะไรที่พวกเขาจะต้องการ “เด็กที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่” ให้รับหน้าที่ที่สำคัญแบบนั้นด้วยละ ทั้งๆที่พวกเขาเองก็มีเด็กที่เป็นคนในท้องที่อยู่เป็นจำนวนมาก? โดยเฉพาะโยโกะเองที่เป็นเด็กที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับนารุมิเป๊ะๆ?

อาสะ: “และในตอนนั้นเจ้าสโมกี้มันอาจจะยังตัวเล็กอยู่มันเลยยังมีพลังไม่มาก และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้นารุมินั้นต้องล้มป่วยลงเป็นเวลาหลายวัน

จากสิ่งที่นารุมิเล่า, จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ครอบครัวของเธอได้ย้ายออกจากเมืองไปในเวลาไม่นานเนื่องจากว่าพ่อของเธอต้องไปทำงานที่นิวยอร์ก และครอบครัวของโยโกะเองก็ไม่พูดคุยหรือพยายามติดต่อกับเธอและครอบครัวอีกเลย แม่ของนารุมิเองก็ได้พยายามที่จะคืนเจ้าชุดกโมโนสีขาวนั่นอยู่หลายครั้ง แต่เธอเองก็ไม่สามารถติดต่อพวกเขาได้เหมือนกับว่าพวกเขาพยายามหลีดเลี่ยงที่จะพบหน้ากับครอบครัวของนารุมิ

และหลังจากที่โยโกะได้เสียชีวิตไปนั้น, เหตุการณ์ที่เลวร้ายมากมายก็ได้เกิดขึ้นกับครอบครัวของโยโกะ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บสารพัด พี่ชายของเธอนั้นจู่ๆก็ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการป่วอย่างไม่ทราบสาเหตุ และดูท่าว่าเขาเองก็อาจจะต้องอยู่ที่โรงพยาบาลไปตลอดชีวิต แม่ของโยโกะเองก็ต้องคอยดูแลผู้คนในบ้านที่ป่วยจนไม่มีเวลาจะไปทำอะไรเลย

นั่นคือสาเหตุที่ทำไมนารุมิถึงยังคงเก็บเจ้าชุดนั่นไว้กับตัวของเธอเอง และทุกๆครั้งที่เธอมองไปยังเจ้าชุดนั่นมันก็มักจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดที่เธอต้องเสียเพื่อนของเธอไปรวมไปถึงความเศร้าเสียใจอันแสนจะเจ็บปวดที่แม่ของเธอแสดงออกมาให้เธอเห็นในวันนั้น

เธอเองไม่สามารถที่จะทิ้งเจ้าชุดนั่นไปได้ด้วยเหตุผลที่ว่า “บางสาเหตุที่ฉันหายจากอาการป่วยในครั้งนั้น อาจจะเป็นแม่ของโยโกะมอบชุดนั่นให้กับฉัน มันอาจจะเป็นเครื่องรางนำโชคก็ได้ โยโกะอาจจะมีชีวิตรอดถ้าหากเธอเก็บมันไว้แทนที่จะมอบให้กับฉัน

แต่จากสิ่งที่อาสะคิด… เจ้าชุดกิโมโนที่เธอเก็บเอาไว้ในบ้านของเธอนั้น มันไม่ใช่เครื่องรางนำโชค แต่มันคือ “มาร์คกิ้ง (Marking) หรือว่าสัญลักษณ์” ต่างหาก…

กิโมโนผืนนั้นทำจากเส้นใยที่หนา ทำให้ขนาดของมันนั้นดูใหญ่เกินกว่าขนาดมาตรฐานของเด็ก นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดลวดลายบางอย่างปักลงบนเนื้อผ้า คล้ายกับตัวหนังสือบางอย่าง แถมมันยังมีกลิ่นแปลกๆคล้ายกับกำยาน และ“อะไรบางอย่างที่มีกลิ่นชวนให้คลื่นไส้…ราวกับเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ของของคนที่ยังมีชีวิตอยู่

หลังจากที่นารุมิรอดชีวิตกลับมาจากศาลเจ้า และต้องสู้กับอาการป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุอยู่หลายวัน, แม่ของโยโกะได้นำเจ้าชุดนั่นมายังบ้านของเธอเพื่อให้แน่ใจว่าเทพเจ้าตนนั้นจะเจอตัวของนารุมิอีกครั้ง และเธอจะต้องถูกพรากชีวิตไปในฐานะของเครื่องสังเวยเพื่อให้พิธีกรรมเสร็จสมบูรณ์

แต่เทพเจ้าตนนั้น (หรือตัวอะไรไม่รุ้ที่อาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าแห่งนั้น) ไม่สามารถที่จะพรากชีวิตเธอไปได้เพราะเจ้าสโมกี้ เพราะงั้นมันเลยเลือกที่จะพรากชีวิตของโยโกะและสาปครอบครัวของโยโกะแทน…

และมันก็ดูเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงผลักดันให้คนที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่รับบทบาทหน้าที่นี้ ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าตัวของโยโกะเองรู้ถึงแผนการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ฉันเองก็สงสัยนะว่าแม่ของโยโกเองจะรู้สึกอย่างไรเมื่อแผนของเธอไม่เป็นไปตามที่คาดแถมมันยังกลับมาเล่นงานเธออีก…

นารุมิและแม่ของเธอยังคงเก็บรูปถ่ายของนารุมิในชุดกิโมโนนั่นไว้ อาสะได้ขอยืมภาพบางภาพมาและเอามาให้ฉันดู ในรูปภาพนั้นฉันสังเกตุเห็นบางสิ่งที่แปลกมากๆ มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างคล้ายกับกลุ่มควันลอยอยู่รอบๆตัวของเธอ…

นารุมิได้อธิบายให้อาสะฟังเกี่ยวกับรูปภาพนั่นว่า

โฟกัสของกล้องที่ถ่ายในตอนนั้นมันแย่เอามากๆเลย กลุ่มวัตุสีดำคล้ายๆกับเงานั่นจะต้องเป็นพวกกิ่งไม้หรือว่าตรงไม้ที่เป็นฉากหลังแน่ๆ มันดูเหมือนรูปถ่ายติดวิญญาณเลยเนอะว่าไหม?

แต่สำหรับฉันมันเหมือนกับว่ามีมือขนาดใหญ่พยายามที่จะจับตัวนารุมิไว้ซะมากกว่า

นอกจากนี้, ยังมีแสงไฟสีเทาๆล้อมรอบตัวของนารุมิคล้ายๆกับวงแหวนอยู่อีกด้วย แต่เธอกลับบอกว่านั่นมันคือแสงสะท้องจากกิโมโนของเธอซะงั้น

ตัวของนารุมิเองก็ได้เล่าเรื่องนี้ให้กับแม่ของเธอฟังเมื่อไม่กี่ปีก่อน แม่ของเธอก็เลยเอารุปพวกนี้ไปให้คนทรงดูเพื่อเพราะคิดว่าเป็นเรื่องสนุก

แต่คนทรงกลับพูดกับแม่ของเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากๆ “เด็กคนนี้ได้ถูกหมายหัวโดยวิญญาณในหุบเขาที่ทรงพลังเอามากๆ ฉันเองต้องขอพูดด้วยความรู้สึกเสียใจจริงๆ  เพราะลูกของเธออาจจะไม่มีชีวิตรอดไปจนถึงวันเกิดของเธอในปีหน้านะ

และแม่ก็เล่าให้นารุมิฟังว่า “ตัวของแม่เองก็ไม่ได้อยากทำให้เขารู้สึกหน้าแตกหรอกนะเพราะว่าตอนนี้ลูกของแม่ก็กำลังเรียนอยู่ระดับมหาลัยแล้ว!! เพราะงั้นแม่ก็เลยได้แค่บอกว่าอืม…จริงหรือคะแล้วก็ขอบคุณเขาแล้วก็เดินจากเขาไปทันที

นารุมินั้นคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ตลกมากๆ แต่สำหรับฉัน…

.

.

.

จบตอนที่ 4

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
the-haunted-bar-sukuumono-ปรสิต-ch-3

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 3

the-haunted-bar-sukuumono-ปรสิต-ch-5

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 5