in ,

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 1

หนึ่งในปรสิตพวกนั้น [The one that parasites]

the-haunted-bar-sukuumono-ปรสิต-ch1
image by the haunted bar

ปรสิต…

สิ่งมีชีวิตที่ไปอาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นแล้วเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์ ในขณะที่อีกฝ่ายเสียประโยชน์…

ฉันชื่อ “จิน” เรื่องที่ฉันกำลังจะเล่าต่อจากนี้เปนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ในตอนนั้นฉันกำลังศึกษาอยู่ระดับมหาวิทยาลัยในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งฉันเองก็จะมีกลุ่มเพื่อนที่ฉันมักจะออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันอยู่เป็นเป็นประจำ ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ชาย 6คน และผู้หญิง 4คน

หนึ่งในเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเธอมักจะชื่นชอบเกี่ยวกับ เรื่องผี เรื่องสยองขวัญ เอามากๆ เอาเป็นว่าฉันขอเรียกเธอว่า “นารุมิ” แล้วกัน เธอเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องผี หรือเรื่องน่ากลัวทั้งหลายเลย แต่ว่าเธอกลับรู้สึกสนุกกับเรื่องราวพวกนี้มากๆ หลายครั้งที่เธอมักจะชอบพูดถึงเรื่องพวกนี้อยู่บ่อยครั้ง และเธอเองก็ชอบที่จะลองพวกปรากฎการเหนือธรรมชาติ (Paranormal) ด้วยตัวเองเอามากๆ

แต่น่าเสียดายที่เรื่องเล่าทั้งหลายที่เธอชอบพูดถึงนั้นมันไม่ใช่เรื่องราวที่เธอไปเผชิญมาด้วยตัวเอง เรื่องที่เธอพูดถึงมักจะมาจากพวกเรื่องเล่าในเว็บบอร์ดหรือตามอินเตอร์เน็ต

เพื่อนผู้หญิงอีกคนชื่อว่า “อาสะ” เธอมักจะโดน นารุมิ คอยตามตื้อเล่าเรื่องสยองขวัญให้เธอฟังอยู่นับครั้งไม่ถ้วนจนมันทำให้หลังๆ ทุกๆครั้งเวลาที่นารุมิเริ่มเล่าเรื่องผีเรื่องสยองขวัญให้เธอฟัง อาสะก็มักจะก้มหน้าแล้วก็เดินหนีไปจากนารุมิทุกครั้ง

ในสายตาของฉัน โดยปกติอาสะพยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่ต้องเจอนารุมิอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้ว่านารุมิจะไม่พูดถึงเรื่องน่ากลัวทั้งหลายก็ตามที อาสะไม่เคยไปเที่ยวกับนารุมสองต่อสองเลย และเวลาที่รวมกลุ่มกันเธอก็มักจะอยู่ให้ห่างจากนารุมิอยู่เสมอ

สิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึงเกี่ยวกับ อาสะ เธอนั้นค่อนข้างจะอ่อนไหว(sensitive)เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติมากๆ คือถ้าจะพูดง่ายๆก็คือเธอนั้นสามารถที่จะเห็นผีได้ ซึ่งในกลุ่มของเรานั้นนอกจากฉันแล้ว ก็จะมีเพื่อนผู้ชายอีกคนหนึ่งนามว่า “โช” ที่เชื่อในความสามารถของอาสะ

แต่ว่าเมื่อก่อนฉันเองก็ไม่ยอมรับและไม่เชื่อว่าอาสะจะมีความสามารถนี้ แต่ว่าโชและฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่าความสามารถของที่เธอมีนั้น ทำให้เธอไม่ชอบที่นารุมิพยายามที่จะแสวงหาความบันเทิงส่วนตัวของเธอด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติเหล่านั้น

วันหนึ่ง, นารุมิเกิดมีไอเดียที่อยากจะไปเยี่ยมสถานที่ๆเขาว่ากันว่าผีดุในเมือง ซึ่งใช้เวลาขับรถไปเพียงแค่30นาทีจากที่ๆพวกเราอยู่ ทุกๆคนดูเหมือนจะตกลงกับไอเดียของนารุมิเพื่อหาไรสนุกฆ่าเวลา ต่อมาในวันนั้นเองฉันก็ได้โทรหาอาสะเพื่อที่จะชวนเธอไปยังที่แห่งนั้น(ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ๆที่ๆน่าไปก็เถอะ)

จิน:  “เฮ้ย อาสะ, พวกเราจะไปยังบ้านร้างใกล้กับXXX ในคืนนี้ เธออยากไปด้วยหรือเปล่า?

ในตอนนั้นฉันคาดหวังว่าฉันจะได้รับคำปฏิเสธเหมือนในทุกๆครั้งที่ฉันชวน แต่ว่ายังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ คราวนี้เธอกลับรีบตอบฉันในทันที

อาสะ: “เธอกำลังหมายถึงบ้านหลังใหญ่ๆที่ถูกทิ้งร้างในเมือง xxx ใช่ไหม?

จิน: “เอ่อ ฉันคิดว่าน่าจะใช่นะ พวกเราได้ยนว่ามันมีบางอย่างที่น่าสนใจที่หลังบ้างหลังนั้นนะ

อาสะ: “……..ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นความคิดที่ดีนะ ทำไมพวกเธอไม่ลองเปลี่ยนแผนดูละ? แบบไปนั่งเล่นชิวๆ ที่บ้านใครซักคนแล้วก็เล่าเรื่องผี หรือเรื่องน่ากลัวที่พวกเรามักจพทำกันประจำนะ?

ฉันค่อนข้างงงๆเล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้วอาสะไม่เคยที่จะแนะนำให้ทำอะไรพวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ว่ามันก็สายเกินไปที่จะบอกให้ทุกคนเปลี่ยนแผน ซึ่งตามเวลาในตอนนั้นแล้วทุกๆคนคงเตรียมตัวพร้อมที่จะออกไปยังที่แห่งนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จิน: “ฉันคิดว่ามันคงไม่ทันแล้วละที่จะเปลี่ยนแผนในตอนนี้นะ ทุกๆคนกำลังรอกันอย่างตื้นเต้นเอามากๆ ถ้าเธอไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครคิดว่าเธอนั้นน่าเบื่อหรอกนะ…

อาสะ: “……………เธอเองก็จะไปด้วยเหรอ?

จิน: “เอ้าแน่นอนสิ ฉันคิดว่ามันอาจจะมีอะไรที่น่าสนใจก็ได้

อาสะ: “โอเค เข้าใจแล้ว… เอาหละ งั้นฉันไปด้วย รอฉันด้วยละ อย่าไปโดยไม่มีฉันนะ OKไหม?

ด้วยความประหลาดใจ อาสะตกลงที่จะไปกับพวกเราด้วย เธอมาเจอพวกเราที่จุดนัดพบพร้อมกับก้าวขึ้นมานั่งในรถกับพวกเราและนั่งข้างๆกับนารุมิ  ในตอนนั้นมีสมาชิกในรถทั้งหมด 6คน นารุมิรู้สึกตื่นเต้นมากๆที่อาสะนั้นมาร่วมทริปในครั้งนี้ด้วย แต่ก็น่าแปลกที่นารุมิเองก็ไม่เคยสังเกตุเลยว่า อาสะเองบ่อยครั้งนั้นเธอพยายามที่จะอยู่ห่างๆจากนารุมิทุกครั้งที่เวลามีการรวมกลุ่มกัน

ในรถนั้น,นารุมิรู้สึกตื่นเต้นกับการที่อาสะมาร่วมเดินทางไปด้วยในทริปนี้ และเธอก็เป็นคนที่เริ่มพูดไม่หยุดตั้งแต่ออกเดินทาง แต่ว่าจู่ๆนารุมิเองก็เกิดอาการง่วงนอนขึ้นมาเฉยๆ

นารุมิ:  “ฉันคิดว่าฉันอาจจะเหนื่อยจากงานพาร์ทไทม์แน่ๆเลย ฉันเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาซะงั้น

อาสะ:  “เธอจะหลับก็ได้นะ ไว้เดี๋ยวถึงที่แล้วเดี๋ยวฉันปลุกเอง

นารุมิ:  “ขอบใจมากนะ… งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวงีบซักแปปนึงละกัน

พอพูดจบนารุมิก็หลับไปในทันที ส่วนอาสะเองก็ไม่พูดกับใครเลยตลอดการเดินทาง เธอเอาแต่จ้องมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง…

เมื่อพวกเราไปถึงสถานที่แห่งนั้น นารูมิก็ยังคงหลับไม่ยอมตื่น พวกเราพยายามปลุกเธอหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าเธอจะรู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อง หลังจากที่ลองหลายต่อหลายครั้งพวกเราก็เริ่มที่จะถอดใจจนใครบางคนในกลุ่มบอกว่า “งั้นเราทิ้งให้เธอรออยู่ในรถไหม?

ทันใดนั้นอาสะก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง: “เดี๋ยวฉันจะดูแลเธอเอง เดี๋ยวฉันจะแบกเธอไปกับฉันนี่ละ เพราะเดี๋ยวเธอตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครเดี๋ยวเธอจะโมโหเอา

จากนั้นเธอก็ลากนารุมิออกมาจากรถ และเริ่มแบกเธอไว้ที่หลังพร้อมทั้งบอกให้คนอื่นๆเดินตามหลังเธอไปตลอดทาง

สภาพของบ้านร้างแห่งนั้นค่อนข้างเก่าและชวนขนหัวลุกเอามากๆ พวกเราในตอนนั้นต่างก็ตื่นเต้น และก็รู้สึกกลัวไปพร้อมๆกันพวกเราเริ่มพูดคุยกันดังขึ้นเพื่อข่มความกลัวของพวกเราไว้ แต่ถึงขนาดนั้นนารุมิเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย

อาสะเองที่เดินนำหน้าพวกเราพร้อมกับโช ซึ่งตอนนั้นเขาได้มาช่วยอาสาแบกนารุมิไว้ที่หลังของเขาแทน จากนั้นเธอก็ค่อยๆนำพวกเราเดินดูรอบๆบ้านจนกระทั้งมาถึงด้านหลังของตัวบ้านที่ซึ่งพวกเราได้ยินข่าวลือว่ามีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่นั่น

พวกเราสังเกตุเห็นบ่อน้ำเก่าๆอยู่ อาสะ,โช และนารุมิ(ที่กำลังหลับอยู่) พวกเขายืนอยู่ข้างหลังพวกเราในขณะที่พวกเราค่อยๆเข้าไปที่บ่อน้ำอย่างช้าๆ เพื่อที่จะค่อยๆดูว่ามีอะไรอยู่ในบ่อน้ำนั้น

ที่ก้นบ่อนั้นพวกเราสังเกตุเห็นบ้านหลังเล็กๆคล้ายๆกับบ้านของตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ หนึ่งในพวกเราพูดขึ้นมาว่า “นั่นมันอะไรนะ?” พร้อมทั้งค่อยๆโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆเพื่อที่จะดูว่ามีอะไรในนั้นอีก

จู่ๆอาสะก็ตะโกนขึ้นมาว่า

ถอยออกมาจากตรงนั้นนะ!!

เพื่อนผู้ชายของเราตกใจและกระโดดถอยหลังออกมาจากบริเวณนั้น

ทันใดนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆดังขึ้นมาจากไหนไม่รู้ เสียงของมันเหมือนกับเสียงของเหล็กกระทบกัน

อาสะพยายามตะโกนให้พวกเราถอยออกมาจากบริเวณบ่อน้ำนั้นไม่ยอมหยุด

พวกเราเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล และรู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ปกติ แต่มันไม่ใช่เพราะการที่อาสะตะโกนให้พวกเราถอยห่างออกมาจากบ่อน้ำนั่น แต่มันคือ…เสียงของโลหะกระทบกันซึ่งมันค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามันค่อยๆเข้ามาใกล้ๆพวกเราขึ้นเรื่อยๆ

ฉันสังเกตุได้ว่าต้นตอของเสียงนั้นจริงๆนั้นมันมาจากในบ่อน้ำนั่น สัญชาติของฉันมันบอกฉันได้ว่ามันเป็นสิ่งที่น่ากลัว และชั่วร้ายอันตรายเอามากๆ

ในตอนนั้นฉันบอกตามตรงว่าฉันอยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่แห่งนั้น แต่ว่าร่างกายของฉันมันไม่ขยับเลย ฉันพยายามมองไปยังเพื่อนๆของฉันที่อยู่ข้างๆ พวกเขาตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับฉัน ในขณะเดียวกันนั้นเสียงเหล็กที่กระทบกันก็ค่อยๆเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันมองไม่เห็นอะไรเลยในตอนนั้นแต่ว่า ฉันมั่นใจได้ว่าฉันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่หนักอึ้ง บางอย่างที่มีขนาดใหญ่มากๆค่อยๆเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

อาสะ: “จิน! กลับมานี่เดี๋ยวนี้!

อาสะพยายามที่จะเข้ามาช่วยฉันในขณะเดียวกันนั้นเธอเองก็กุมมือของนารุมิ(ซึ่งยังคงหลับอยู่บนหลังของโช)ไว้ตลอด  เธอเอื้อมมือของเธอจนสุดแขนของเธอเพื่อคว้าตัวฉันไว้ แล้วกระชากตัวฉันออกมาจากบริเวณนั้นแรงมากๆ หลังจากนั้นเธอกุมมือของฉันไว้และบอกให้ฉันกำอะไรบางอย่างที่เธอใส่ไว้ในมือฉันไว้อย่างแน่น

อาสะ: “จับนี่ไว้ และห้ามปล่อยเด็ดขาดไม่ว่าจะยังไงก็ตามเข้าใจไหม!!

จากนั้นเธอก็รีบตรงไปช่วยเพื่อนผู้ชายอีกสองคนที่กำลังยืนแข็งขยับไปไหนไม่ได้ เธอคว้าเสื้อของพวกเขาแล้วกระชากดึงพวกเขาออกมาจากบริเวณนั้น และเธอก็ให้พวกเขากำของบางอย่างไว้ในมือของพวกเขาเช่นเดียวกัน ในขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนกันอยู่นั้นฉันได้ก้มดูสิ่งฉันกำไว้อยู่ในมือ

มันคือมือข้อเท้านารุมิ! นี่ฉันกุมข้อเท้าขวาของนารุมิไว้? เพื่อนผู้ชายทั้งสองคนที่เหลือพวกเขาได้กำมือซ้ายและข้อเท้าซ้ายของนารุมิเอาไว้เช่นกัน และอาสะเองก็กำมือขวาของนารุมิไว้แน่น

แถมในสถานการณ์เช่นนี้นารุมิเองก็ยังคงหลับอยู่บนหลังของโชอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆทั้งสิ้น…

ฉันเองไม่อยากจะเชื่อสถานการณ์ในตอนนั้น รวมไปถึงไม่รู้จะอธิบายยังไงดีแต่ว่าในตอนนั้น จู่ๆสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ได้เกิดขึ้น… มีอะไรบางอย่างปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าพวกเราซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายถึงรูปลักษณ์ของสิ่งๆนั้นยังไงดี มันมีลักษณะโปร่งแสงคล้ายๆกับควันมีสีขาวสลับเทาอยู่ตลอดเวลา

คือ…ฉันเข้าใจว่าพวกคุณอาจจะหาว่าฉันโม้หรือว่าแต่งเรื่องขึ้นมา แต่นั่นมันคือสิ่งที่ฉันเห็นและพยายามจะอธิบายให้ทุกคนเห็นภาพให้มากที่สุดจริงๆนะ

เสียงของเหล็กที่กระทบกันก็ค่อยๆดังขึ้นเรื่อยจนมันแทบจะทำให้แก้วหูแตกได้จู่ๆก็ค่อยเบาลง ฉันรู้สึกว่าไอ้เจ้า “ควัน” นั่น มันพยายามบล๊อคเจ้าสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงนั่นไว้ และในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

อาสะก็ตะโกนขึ้นมา : “ตอนนี้พวกนายขยับตัวกันได้แล้วใช่ไหม???โช? …ทุกคนวิ่งงงงงง!!!!!

ในตอนนั้นเขาของฉันรู้สึกอ่อนแรงมาก รวมไปถึงร่างกายเองก็เหมือนจะไม่มีแรงที่จะขยับตัว แต่ฉันก็พยายามฝืนตัวเองเพื่อที่จะขยับเอาตัวเองออกไปจากตรงนั้น น่าแปลกตรงที่ฉันไม่สามารถที่จะมองเห็นอะไรที่มันน่ากลัวเลยด้วยซ้ำ

แต่ด้วยสัญชาตญาณมันบอกกับตัวฉันเองว่าชีวิตของฉันกำลังตกอยู่ในอันตราย ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงเหมือนกับ ฉันกำลังยืนอยู่ต่อหน้าหิมะถล่มหรือซึนามิที่กำลังเข้ามาหาฉันในระยะประชิด ซึ่งนั่นก็คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับฉันในวันนั้น

ฉันใช้แรงที่เหลือทั้งหมดที่ฉันมีวิ่งไปที่รถอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อพวกเราทุกคนไปถึงที่รถพวกเรารีบกระโดดขึ้นรถแล้วขับรถออกไปจากที่แห่งนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ฉันได้แอบมองกลับไปดูตัวบ้านจากทางด้านหลังของรถ ซึ่งฉันเองก็ยังคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากได้ยินเสียงของโลหะกระทบกัน…

และหลังจากที่พวกเราไปถึงอพาร์ทเม้นของเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม นารุมิก็ตื่นขึ้นมาซักทีเธอถามพวกเราด้วยความรู้สึกโกรธเล็กน้อยที่พวกเราไม่ยอมปลุกเธอ แต่พวกเราก็ทำได้แค่บอกว่า

พวกเราไม่อยากปลุกเธอเพราะว่าพวกเราไม่เห็นว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจที่บ้านแห่งนั้นนะสิ

และหลังจากนั้นพวกเราก็ส่งเธอกลับบ้าน ส่วนพวกเราที่เหลือก็ตัดสินใจว่าจะนั่งคุยกันต่อที่อพาร์ทเม้นของเพื่อนพวกเรา แต่อันที่จริงในตอนนั้นพวกเราทุกคนกลัวมากจนไม่กล้าจะนอนคนเดียว ในตอนนั้นนอกจากฉันแล้วฉันสังเกตุได้ว่าทุกคนยังคงมีอาการตัวสั่นจากความกลัวกันอยู่…

ในตอนนั้นถ้าเกิดอาสะไม่เข้ามาช่วย ฉันและคนอื่นๆอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาจากบ้านหลังนั้นแน่ๆฉันขอบคุณอาสะเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นฉันก็ถามเธอต่อถึงเรื่องของบ่อน้ำในบ้านหลังนั้น ซึ่งเธอก็ได้อธิบายให้ฟังว่า

อาสะ: “ไอ้บริเวณบ่อน้ำนั่นนะมันอันตรายเอามากๆ เธอสามารถที่จะเดินเล่นหรือทำอะไรก็ได้ตรงบริเวณหน้าบ้านนั่น แต่ว่าถ้าเกิดเธอเดินไปที่หลังบ้านแล้วมองลงไปในบ่อน้ำนั่นละก็ เธอได้จบชีวิตลงแน่ๆ

จิน: “งั้นไอ้เจ้าควันประหลาดที่ช่วยพวกเราไว้ละ?

จู่ๆอาสะก็เริ่มทำสีหน้าไม่ค่อยดีก่อนที่เธอจะเริ่มอธิบายต่อ

อาสะ: “นั่นคือนารุมิ….เอ่อ…จะพูดยังไงดีละ? เอาเป็นว่ามันคืออะไรบางอย่างที่สิงอยู่ในตัวของเธอนะ

อาสะบอกว่ามันคืออะไรบางอย่างที่อยู่ในตัวของนารุมิอยู่ตลอดเวลา มันเป็นสิ่งที่ทรงพลังและน่ากลัวเอามากๆเลยละ นั่นคือสิ่งที่เธอรู้และอธิบายให้พวกเราได้ฟัง

อาสะ: “สาเหตุที่ฉันพยายามอยู่ห่างๆจากนารุมิก็เพราะเจ้าสิ่งนั้นนั่นแหละ มันมักจะแสดงท่าทางที่น่ากลัวใส่ฉันตลอดเวลาที่ฉันอยู่ใกล้ๆกับนารุมิ และฉันเองก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรที่สามารถขับไล่หรือกำจัดมันออกไปจากตัวเธอได้แน่ๆ มันทั้งทรงพลัง,น่ากลัว และไม่ใช่อะไรที่ฉันเองเคยพบเจอมาก่อน แถมนารุมิเองก็ดันไม่เชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนี้อีกต่างหาก

ฉันเคยพยายามที่จะศึกษาว่ามันคืออะไรกันแน่ ในตอนแรกนั้นฉันเองเข้าใจว่า มันคือวิญญาณของอะไรสักอย่าง แต่ฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าลักษณะของมันนั้นไม่ได้เหมือนพวกภูติผีวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แถมวิญญาณตนอื่นๆก็ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้กับนารุมิเลยอีกต่างหากก็เพราะว่าพลังของอำนาจของมันนั่นละ และวันหนึ่งฉันเองก็ได้ไปสังเกตุเห็นถึงวิธีการที่มันปรากฎตัวออกมา ตลอดเวลาที่มันปรากฎตัวและเวลาที่มันหายไป มันมักจะออกมาจากร่างและกลับเข้าไปยังร่างของเธอทุกครั้ง

นี่คือสิ่งที่ยืนยันความรู้สึกฉันที่ว่าเจ้าสิ่งนั้นมันไม่ได้สิงอยู่ในร่างของเธอ เพราะมันไม่ได้ทำอะไรกับจิตใจหรือว่าวิญญาณของเธอเลย ถ้าจะพูดในอีกแง่นึงก็คือมันพยามใช้ร่างกายของนารุมิเพื่อวัตถุประสงค์อะไรซักอย่าง ซึ่งฉันเองก็คิดได้แค่สองอย่างคือ

1) มันอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นที่พยายามจะใช้นารุมิเป็นประตูเชื่อมมิติของมันกับโลกใบนี้ หรืออย่างที่

2) มันอาจจะต้องการร่างกายของมนุษย์ เพื่อการดำรงชิวิตเหมือนปรสิตโดนใช้ร่างกายของนารุมิเหมือนกับเป็นรังของมัน

และจากเหตุการที่เกิดขึ้นที่บ้านร้างแห่งนั้น, ฉันไม่คิดว่ามันตั้งใจที่จะปกป้องพวกเราหรือว่านารุมิที่อยู่ที่นั่นในตอนนั้น ฉันไม่คิดว่ามันจะแคร์นารุมิในฐานะที่เธอเป็นมนุษย์เลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่มันแสดงออกมันเหมือนกับมันพยายามที่จะ ป้องกันไม่ให้ประตูหรือบ้านของมันเป็นอันตรายเสียหายจากภัยอันตรายที่กำลังเกิดขึ้นซะมากกว่า และในตอนนั้นภัยอันตรายก็คือปีศาจที่โผล่ออกมาจากบ่อน้ำนั่นเอง แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม, ฉันรู้ว่ามันปกป้องเธอจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้นกับเธอได้หลายต่อหลายครั้งจากเหตุการณ์เมื่อในอดีต และในตอนที่ฉันรู้ว่าฉันเองไม่สามารถที่จะห้ามพวกเธอไม่ให้ไปที่บ้านหลังนั้นได้

ฉันรู้ว่าวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเรารอดปลอดภัยออกมาจากบ้านหลังนั้นได้ก็คือต้องใช้มันเป็นสิ่งป้องกัน มันจะปกป้องเพียงแค่นารุมิแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะงั้นถ้าในตอนนั้นใครคนหนึ่งในพวกเราดันปล่อยมือจากเธอแม้แต่เพียงวินาทีเดียว ไอ้สิ่งที่มันมาจากบ่อน้ำนั่นก็จะฆ่าคนๆนั้นตายแน่ๆหรือไม่ก็อาจจะโดนมันเข้าสิง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพวกเราก็อาจจะพบกับจุดจบก็เป็นได้

หลังจากที่อาสะเล่าเรื่องทั้งหมดจนจบ ตัวของฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก แต่ฉันก็พยายามทำให้บทสนทนานั้นฟังดูไปในทิศทางที่ดีขึ้น

จิน: “แต่ว่า…มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่นารุมิมีสิ่งนั้นอยู่?เพราะไม่ว่ายังไงก็ตามมันก็จะคอยปกป้องนารุมิอยู่ตลอด

แต่อาสะกลับตอบฉันด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างจะงงๆปนผิดหวัง,

อาสะ: “ลองคิดดูนะ, เธอจะรู้สึกมีความสุขไหมถ้าเกิดว่า มีใครสักคนบอกกับเธอว่าเธอมีปรสิตอาศัยอยู่ในท้องของเธอและมันจะคอยปกป้องเธอจนกว่าจะถึงวัน ที่มันจะตัดสินใจกลายร่างออกมาจากร่างกายของเธอแล้วเธอจะต้องจบชีวิต?

จิน:  “……….”

จิน: “งั้นไอ้เจ้าปรสิตอะไรนั่นในตัวนารุมิกำลังหลอกใช้เธอเพื่อประโยชน์ของมันโดยที่นารุมิเองไม่รู้ตัว มันอาจจะมีผลกระทบกับชีวิตของเธอและผู้คนรอบข้างเธอก็ได้นะสิ เผลอมันอาจจะฆ่าเธอเข้าสักวัน…

อาสะถอนหายใจพร้อมกับบอกว่า

พวกเราเองไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้…

อาสะ: “ไอ้เจ้าสิ่งที่ออกมาจากบ่อน้ำอันที่จริงมันทรงพลังเอามากๆเหมือนกันนะ ถ้าจะพูดให้ถูกมันเหมือนกับเทพตกสวรรค์ที่กลายร่างเป็นอสูรกายมากกว่า ไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะสามารถปราบมันลงได้ พวกเขาอาจจะตายจากได้ภายในไม่กี่วินาที

แต่ว่าไอ้อะไรก็ตามที่อยู่ในตัวนารุมินั้นมันสามารถที่จะสู้กับ เจ้าเทพตกสวรรค์ตนนั้นได้อย่างสูสีนั้น ก็แสดงให้เห็นว่ามันเองก็ทรงพลังเกินกว่าที่มนุษย์อย่างเราๆจะรับมือไหว มันคือสิ่งที่พวกเราไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเป็นอันขาด….

———-

และนั่นก็คือเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้นพวกเราทุกคนก็ได้เรียนจบและก็แยกย้ายกันไป ฉันตัดสินใจที่จะโพสต์เรื่องพวกนี้เพราะนารุมิก็พึ่งติดต่อฉันมาในวันนี้ และมันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องเก่าๆพวกนั้น

นารุมิบอกกับฉันทางโทรศัพท์ว่าเธอพึ่งจะแต่งงานและมีลูก และดูเหมือนว่าชีวิตของเธอนั้นก็ดูสุขสบายดี หลังจากนั้นฉันก็ได้ติดต่อกับอาสะเพื่อเล่าเรื่องของนารุมิให้เธอฟังเช่นกัน

ดูเหมือนว่าอาสะเชื่อว่าเจ้าสิ่งนั้นยังคงไม่ได้จากตัวของนารุมิไป และเธอได้บอกกับฉันว่า “เอาจริงๆ…ฉันยังคงเชื่อว่า เจ้าสิ่งนั้นมันจะไม่ปล่อยให้นารุมิได้ใช้ชีวิตตามอายุขัยของเธออย่างที่เธอต้องการอยู่ดี”

จริงๆแล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนารุมิ และเจ้าสิ่งนั้นที่อยู่ในตัวของเธอที่ฉันยังไม่ได้เล่า แต่เดี๋ยวฉันจะเล่าเรื่องพวกมันเป็นตอนๆเพราะฉะนั้นหากพวกคุณสนใจที่จะรู้เรื่องราวเหล่านี้ละก็ คอยติดตามกันได้เลย

ถ้าคุณผู้อ่านรู้ว่าไอ้สิ่งที่อยู่ในตัวนารุมินั้นมันคืออะไรกันแน่ รบกวนช่วยบอกให้ฉันรู้ผ่านทางคอมเม้นท์ก็ดี เพราะว่าฉันเองก็อยากรู้จริงๆว่ามันคืออะไรกันแน่

อ๊ะเกือบลืม, ฉันนึกขึ้นได้อีกเรื่องหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าคุณผู้อ่านจะยังจำได้หรือเปล่าที่ฉันได้พูดถึงเรื่องของนารุมิที่เธอชอบพูดเกี่ยวกับภูติผี? เธอมักจะชอบพูดแปลกๆทำนองว่า

ฉันเองก็อยากจะลองเจอผีหรือมีเซ้นส์ในเรื่องพวกนี้บ้างจัง

ฉันเคยลองเล่น โอจา(ouja หรือผีถ้วยแก้วในไทยนั่นเอง) และลองทำพิธีหลายอย่างเพื่อที่จะได้ลองเห็นผีซักครั้ง แต่ฉันเองก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นเลย

มันเคยมีครั้งนึงที่ฉันเคยพูดเรื่องนี้กับอาสะ และเธอก็ให้คำตอบกับฉันว่า

อาสะ: “ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงไม่เคยเห็นผีเลย เพราะปกติแล้ววิญญาณทั้งหลายนั้นไม่เคยเฉียดเข้าไปใกล้หรือ กล้า แม้แต่จะตามรังควานหรือพยายามจะสิงเธอ ไม่ว่าเธอจะพยายามทำอะไรก็แล้วแต่เจ้าสิ่งที่อยู่ในตัวของเธอนั้นก็จะพยายามไล่มันออกไปให้พ้น ซึ่งการที่แค่มันปรากฎตัวออกมาก็เพียงพอที่จะทำให้ภูติผีวิญญาณเหล่านั้นเผ่นหนีไปไกลๆจากตัวเธอได้แล้ว

อาสะ: “ไอ้สิ่งที่อยู่ในบ่อน้ำตอนนั้นนะมันไม่ใช่แค่วิญญาณธรรมดา เพราะงั้นมันก็เลยไม่ลังเลที่จะเข้ามาทำร้ายนารุมิ และนี่คือสิ่งที่ฉันคิดนะ,เพราะเจ้าเทพตกสวรรค์ตนนั้นมันแข็งแกร่งเอามากๆเจ้าสิ่งที่อยู่ในตัวของนารุมิจึงต้องออกมาสู้ และสิ่งที่ฉันสังเกตุก็คือทุกๆครั้งที่มันออกมานารุมักจะหลับหรือสลบไปอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมนารุมิถึงหลับอยู่ตลอดเวลาในเหตุการณ์ตอนนั้น

เมื่อนึกย้อนกลับไป, ในตอนนั้นเสียงพูดคุยในรถนั้นดังอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่จากที่เราเริ่มสตาร์ทรถไปจนถึงบ้านหลังนั้น แต่ว่านารุมินั้นไม่เคยตื่นขึ้นมาเลยซักครั้ง

ถ้าทฤษฎีที่อาสะคิดไว้ในตอนนั้นถูกต้อง มันจะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่นารุมิเคยพูดกับฉัน,

นารุมิ: “ฉันลองเล่นโอจาด้วยตัวเองเมื่อคืน แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นเลย จนกระทั้งตอนเช้าฉันเองตื่นขึ้นมาแต่ตัวของฉันเองยังคงอยู่บนโต๊ะตัวเดิมที่เล่นโอจา

ซึ่งนี่ก็หมายความว่า…จู่ๆนารุมิก็เผลอหลับไปอย่างกระทันหันก็เพราะว่า เจ้าปริสิตตนนั้นมันออกมาจากตัวเธอเพื่อที่จะสู้กับสิ่งชั่วร้ายที่พยายามจะทำร้ายเธอสินะ

ฉันเองก็ชักจะสงสัยแล้วสิว่านารุมิได้ทำการอัญเชิญอะไรออกมา

.

.

.

จบตอนที่ 1

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
the-haunted-bar-how-i-lost-my-hearing-การได้ยิน

สาเหตุที่ผมสูญเสีย” การได้ยิน “

the-haunted-bar-sukuumono-ปรสิต-ch2

ปรสิต (Sukuu Mono) ตอนที่ 2