in ,

ตุ๊กตา ต้องสาป Hakomawashi | Chapter 1

บทนำ

มันเป็เรื่องเมื่อหลายปีก่อนที่ผมได้เผชิญกับ ประสบการณ์ที่น่ากลัว …

มันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับผีสางอะไรแบบนั้น แต่มันเป็นเรื่องที่น่ากลัว น่าสะอิดสะเอียน น่าขยะแขยงเอามากๆ

ก่อนที่จะเข้าเรื่องผมจะขอแนะนำเพื่อนของผมคนหนึ่งก่อน…

ย้อนกลับไปในช่วงมัธยมต้น, มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในห้องเธอเป็นคนที่มีเซ้นส์เรื่องภูตผี แถมเธอยังเป็นร่างทรงอีกด้วย!! เอาเป็นว่าผมจะขอเรียกเธอว่า ซู (นามสมมติ)

ที่บ้านของเธอนั้นทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของศาลเจ้าอะไรบางอย่างนี่ละ แต่ว่าตัวบ้านของเธอเองนั้นไม่ได้มีลักษณะคล้ายกับศาลเจ้าแต่อย่างใด ซึ่งมันก็ทำให้เด็กๆอย่างพวกผม(ในตอนนั้น) ยากที่จะเชื่อว่าเธอเป็นร่างทรง มันเลยทำให้พวกผมมักจะรังแกเธอและมักจะชอบเรียกเธอว่าจอมลวงโลก

แต่ว่าเด็กคนอื่นๆอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วตัวผมเองก็แอบกลัวซูอยู่เหมือนกัน เพราะว่ามันเคยมีครั้งหนึ่งที่ผมพยายามจะถ้าพิสูจน์ถึงพลังของเธอ,

“เธอบอกได้ไหมว่าวิญญาณผู้พิทักษ์ของฉันเป็นใคร?”

“ไหนเธอลองทายซิ ว่าตอนนี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่?”

คำพูดที่ผมเคยท้าทางเธอเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเธอนั้นไม่ได้เป็นผู้มีพลังพิเศษอะไร ซึ่งมันกลับทำให้ผมถึงกับอึ้งไปเลย เพราะว่าซูนั้นกลับให้คำตอบกับผมว่าผมคิดอะไรอยู่ได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงอธิบายถึงเทพผู้พิทักษ์ของผมที่ทำให้ผมนั้นถึงกับเหวอกันไปเลย…

แต่หลังจากจบม.ต้น ทุกคนต่างก็ต้องแยกย้ายกันไป ซึ่งผมเองก็ไม่ได้มีโอกาสเจอเธออีกเลยหลังจากนั้น ผมได้เข้าเรียนต่อม.ปลาย ซึ่งผมเองได้ยินมาว่าเธอนั้นไม่ได้เรียนต่อม.ปลาย และในช่วงม.ปลายนั้นผมใช้ชีวิตตามประสาเด็กวัยรุ่นอย่างมีความสุขจนมันทำให้ผมลืมเรื่องของเธอไปเลย

ย้อนไปในช่วงม.ปลายนั้น ผมเองก็มักจะออกไปเที่ยวกับผู้หญิงเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมเองก็รู้สึกเสียใจทีในตอนนั้นผมทำตัวเสเพลมากๆ ทั้งแอบมีกิ๊ก บอกเลิก คบซ้อน และอีกหลายๆอย่าง ซึ่งในตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้แคร์เลยว่าสาวๆเหล่านั้นจะมีความแค้นกับผมหรือไม่

จนกระทั้งวันหนึ่ง… ผมได้รับกล่องจดหมายเล็กๆกล่องหนึ่งซึ่งภายในบรรจุผ้าพันคอที่ถูกถักด้วยมือ ซึ่งมันเป็นเรื่องบ้ามากที่ในตอนนั้นผมคิดว่ามันคือของขวัญจากสาวคนใดคนหนึ่งที่อาจจะแอบชอบผมอยู่ ผมได้นำมันเข้ามาในบ้านและก็นำมันขึ้นไปที่ห้องของผมพร้อมกับรอยยิ้มอันมั่นใจของผม

และหลังจากที่ปิดประตูห้องของผม จู่ๆก็มีสายลมอุ่มสัมผัสกับแก้มของผม ซึ่งผมเองในตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากคิดว่าคงเป็นลม ผมคลี่ผ้าพันคอออกมากาง จู่ๆอะไรบางก็หล่นลงมากจากผ้าพันคอผืนนั้น

ผมมองดูใกล้ๆและก็นึกออกว่ามันคือตุ๊กตาฟางที่มีขนาดเท่ากับแขนของมนุษย์ ซึ่งผมเองก็ใช้เวลาอยู่พักนึกกว่าจะรู้กว่ามันคืออะไร เพราะมันถูกคลุมไว้ด้วยตะปูที่ขึ้นสนิมเป็นจำนวมมากจนดูเหมือนลูกบอลรูปทรงประหลาด

ทันทีที่ผมรู้ว่ามันคืออะไร มันก็ทำให้ผมนั้นขนลุกขึ้นมาในทันที ผมรีบเตะมันเจ้า ตุ๊กตา ตัวนั้นไปไกลๆจากผมทันทีซึ่งมันก็กระเด็นไปอยู่ใต้โต๊ะอ่านหนังสือของผม

บอกตามตรงว่าผมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครบ้าส่งของแบบนี้มาให้ผม ผมเองก็เป็นคนที่กลัวในพวกเรื่องลี้ลับหรือเรื่องผีสาง ไอ้ตุ๊กตาฟางนั่นมันทำให้ผมเองใจเต้นด้วยความกลัวและทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

ผมรีบโทรหาเพื่อนของผมเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนต่างก็คิดว่าผมโทรไปอำพวกเขา สุดท้ายพวกเขาก็หัวเราะใส่แล้วก็วางสายไป

ในขณะนั้นที่ผมกำลังคิดอะไรไม่ออก จู่ผมก็นึกถึงเพื่อนสมัยม.ต้นขึ้นมาได้ ซู ผมเชื่อว่าเธอนั้นอาจจะช่วยผมได้ ผมไม่รอช้ารีบไปค้นหนังสือรุ่นตอนม.ต้นเพื่อหาเบอร์โทรศัพท์ของเธอและก็รีบติดต่อเธอทันที

และก็เป็นโชคดีของผมที่เธอนั้นรับสาย…

ด้วยความที่ตอนนั้นผมเองก็ตื่นตระหนกเพราะเจ้า ตุ๊กตา นั่น มันเลยทำให้ผมเองลืมแนะนำตัวกับเธอไปเลย

ผมรีบบอกกับเธอว่า

“ฉันได้รับ ตุ๊กตา ตัวหนึ่งมันถูกส่งมาที่บ้านของฉัน…พร้อมกับถูกห่อไว้ด้วยผ้าพันคอสีแดง…” เอ่อ…อันที่จริงหลังจากที่พูดจบผมนึกได้ว่าคำอธิบายของผมมันดูไม่เม้คเซนส์เลยแม้แต่น้อย

แต่จู่ ซู ก็พูดขึ้นมาว่า

“เธอคือ xxx (เป็นนามสกุลของผม) ใช่ไหม? ให้ฉันไปตรวจดูที่บ้านของเธอวันนี้ได้หรือเปล่า?”

ผมรีบตอบตกลงในทันที

ในตอนนั้นผมเองก็อยู่คนเดียวเพราะพ่อกับแม่ของผมออกไปทำธุระข้างนอกบ้านกว่าจะกลับมาก็ดึก ซึ่งผมเองก็รู้สึกโล่งใจที่ผมเองไม่ต้องติดอยู่ในบ้านเพียงลำพัง

เธอได้บอกกับผมว่าเธอจะมาถึงที่บ้านของผมซักประมาณบ่ายสามโมง แต่เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าบ้านของผมนั้นอยู่ตรงไหน สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจที่จะเจอกันที่ปั้มน้ำมันใกล้กับบ้านของผม

หลังจากที่วางสาย ผมไม่อยากอยู่คนเดียวในห้องของผม ผมเลยตัดสินใจลงไปรอที่ห้องนั่งเล่นแล้วก็ดูทีวีเพื่อฆ่าเวลาแทน

ขณะที่ผมรอซูอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ผมเองเริ่มได้ยินเสียงแปลกๆบางอย่างบนเพดาน ซึ่งชั้นสองตรงบริเวณห้องนั่งเล่นนั้นมันคือห้องนอนของผมเอง และเสียงที่ผมได้ยินนั้นมันเหมือนกับคนกำลังเดินอยู่ในห้องของผมเอง

ด้วยความที่ผมเริ่มกลัวผมพยายามเร่งเสียงทีวีให้ดังขึ้นเพื่อกลับเสียงฝีเท้านั้น แต่ยิ่งผมเปิดเสียงทีวีดังเท่าไหร่เสียงฝีเท้ามันก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

เสียงฝีเท้าที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เริ่มกลายเป็นเสียงเหมือนมีคนพยายามใช้ของบางอย่างทุบทำลายห้องของผมอยู่ ซึ่งตัวผมเองในตอนนั้นก็ตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าควรจะอยู่เฉยๆรอให้ซูมาถึง หรือผมควรจะขึ้นไปดูสถานการณ์ในของห้องผมก่อน

ผมใช้เวลาตัดสินใจ(ควรจะบอกว่าผมเองลังเลมากกว่า)อยู่นานมากจนเวลาก็เกือบจะสามโมงเย็นแล้ว ผมเลยตัดสินใจไปรอซูที่ปั้มน้ำมันดีกว่า

ผมเองค่อยๆเดินไปที่ปั้มน้ำมันที่ได้ทำการนัดกับซูไว้ ซึ่งมันก็ค่อยทำให้ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย และในขณะนั้นผมเองก็เริ่มรู้สึกโมโหและพยายามคิดว่าใครมันคือเจ้าของเจ้าตุ๊กตาฟางนั่น และทำไมเขาถึงคิดที่จะส่งไอ้เจ้าสิ่งนั่นมาให้ผม?

ในที่สุดซูก็มาถึงซะที เธอมาถึงเร็วกว่าที่ผมคิดไว้ และนี่การที่พบเจอกันครั้งแรกหลังจากช่วงม.ต้น ผมสังเกตุเห็นว่าซูเองเธอแอบสูงขึ้น และเธอดูสวยขึ้นด้วยแววตาใบหน้าที่เฉียบคมแบบนั้น เธอสวมแจ๊คเก็ตที่ค่อนข้างใหญ่และหนา(ซึ่งมันน่าแปลกตรงที่ช่วงนั้นมันยังเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง) แต่ว่าผมสังเกตุเห็นว่าเธอใส่กิโมโนอยู่ภายใต้แจ๊คเก็ตนั่น

พวกเราเริ่มเดินกลับไปที่บ้านของผม ระหว่างทางผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอรวมไปถึงเรื่องของเสียงประหลาดที่ผมได้ยินด้วย ซูที่ได้ฟังเรื่องของผมก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมานอกจากฟังเรื่องที่ผมเล่า และพยักหน้าตอบรับเรื่องที่ผมเล่าให้เธอฟัง ซึ่งมันก็ทำให้ผมค่อนข้างขนลุกเล็กน้อยกับพฤติกรรมของเธอ

และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของประสบการณ์อันน่ากลัวของผม

.

.

.

จบตอนที่ 1

รอติดตามตอนต่อไปกับ ตุ๊กตาต้องสาป Hakomawashi CHAPTER 2 ได้ในอาทิตย์หน้า

UPDATE

ใครที่อยากอ่าน ตุ๊กตา ต้องสาป Hakomawashi ตอนอื่นๆ คุณผู้อ่านสามารถคลิ้กที่ลิงค์ข้างล่างได้เลย

Hakomawashi | CHAPTER 2 : สิ่งที่อยู่ภายในตุ๊กตา…

Hakomawashi | CHAPTER 3 : คำบอกเล่าของซู…

Hakomawashi | CHAPTER 4 : คำเตือนครั้งสุดท้าย และความเปลี่ยนแปลงของผม

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0

อะไรคือ การที่ถูกรักโดย เทพเจ้า ? | Part-II

thehauntedbar-hakomawashi-ch2-feature-img

ตุ๊กตา ต้องสาป Hakomawashi | Chapter2