in

จดหมาย ปริศนา ตอนที่ 1

A Letter

the-haunted-bar-one-letter-จดหมาย-1
illustrated by The Haunted Bar

ผมได้รับ จดหมาย ปริศนาฉบับหนึ่งจากบุคคลลึกลับท่านหนึ่ง ซึ่งเมื่อผมได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเขามันกลับกลายเป็นเรื่องสยองที่ผมไม่มีวันลืมเลย…

ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมนั้นเป็นพนักงานบริษัทในสำนักพิมพ์เล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง

ในช่วงปลายปีที่แล้วผมได้รับจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งส่งมาที่บริษัทและจ่าหน้าซองถึงผม ซึ่งผมเองก็ไม่คุ้นกับชื่อของคนที่ส่งจดหมายมาถึงผม แต่ช่างมันเถอะมันไม่ได้สำคัญอะไรเท่าไหร่ ผมได้เปิดซองจดหมายเพื่ออ่านข้อความข้างในจดหมาย เนื้อหาในจดหมายนั้นค่อนข้างสร้างความแปลกใจให้ผมอยู่พอสมควร

ในจดหมายนั้นได้ขอร้องให้ผมช่วยตรวจสอบบทความบางอย่างรวมไปถึงขอให้ผมเป็นเมนเทอร์ หรือผู้ฝึกสอนด้านการเขียนบทความทั่วๆไปอีกด้วย นี่เป็นคำขอที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนและมันแปลกเอามากๆสำหรับผม เพราะตัวผมเองนั้นไม่ใช่นักเขียนหรือบรรณาธิการที่มีชื่อเสียงอะไรทั้งนั้นแล้วจู่ๆก็มีคนส่งจดหมายมาขอให้ผมไปเป็นเมนเทอร์เนี่ยนะ?!

แต่ผมก็ได้พบว่าคนที่ส่งคำขอนี้มาหาผมนั้นได้ที่อยู่และชื่อของผมมาจากข้อมูลสาธารณะบางอย่าง อาจจะเป็นสมุดหน้าเหลืองก็เป็นไปได้ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ผมเลยตัดสินใจเขียนจดหมายตอบกลับไปยังบุคคลคนนั้นด้วยความสุภาพว่าผมยินดีที่จะช่วยตรวจสอบบทความของเขาเท่านั้นแต่เรื่องการที่จะให้ไปเป็นเมนเทอร์หรือผู้ฝึกสอนนั้นผมคงต้องขอปฏิเสธ

วันต่อมา,

ผมได้รับโทรศัพท์จากทางไปรษณีย์แจ้งว่า บุคคลที่ผมเขียนจดหมายตอบกลับไปนั้นไม่มีปรากฎอยู่ในที่อยู่ที่ผมได้ส่งไป

บ้าน่า…มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน” ผมคิดในใจ

ด้วยความสงสัยผมเลยถามทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลที่อยู่และข้อมูลของผู้รับซึ่งผมก็ได้พบว่า ที่อยู่ที่ผมส่งจดหมายกลับไปนั้นมันคือเรือนจำที่ตั้งอยู่ทางเหนือของโตเกียว

ต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกคน…ผมลืมอธิบายถึงรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวกับเจ้าจดหมายต้นฉบับที่ผมกำลังเล่าอยู่ในขณะนี้ เจ้าจดหมายฉบับนี้มันมีซองจดหมายอีกซองสำหรับตอบกลับ แนบมาพร้อมกับสแตมป์และที่อยู่สำหรับติดต่อกลับไว้บนหน้าซองจดหมายเป็นที่เรียบร้อยซึ่งผมเองก็คิดว่ามันคงตรงกันกับที่อยู่ของซองจดหมายที่ผมได้รับเหมือนกันมันเลยทำให้ผมคิดว่าถ้าเกิดผมส่งกลับไปตามที่อยู่ที่ระบุไว้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร…

สุดท้ายจดหมายฉบับนั้นก็ถูกตีกลับมายังผมในเวลาไม่กี่วัน…

ผมได้ลองตรวจสอบที่อยู่ของคนที่ส่งจดหมายมาหาผมแล้วก็ลองเทียบดูกับซองจดหมายอีกซองที่ส่งมาข้างในก็พบว่าที่อยู่ของซองจดหมายทั้งสองมันไม่เหมือนกัน ที่อยู่อันแรกที่ผมเช็คดูมันคือที่อยู่ที่เป็นบ้านพักอาศัย ส่วนอีกที่หนึ่งก็คือเรือนจำตามที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีคนนั้นโทรมาแจ้งกับผม แต่ผมก็มั่นใจว่าคนเขียนที่อยู่บนหน้าซองจดหมายนั้นคือคนเดียวกันเพียงแแต่ปากกาที่ใช้นั้นเป็นคนละอันเท่านั้นเอง

ผมได้ลองค้นหาชื่อของคนที่ส่งจดหมายฉบับนี้มาหาผมบน Google ก็ได้ทราบข้อมูลว่าชายผู้นี้ได้ติดคุกเนื่องมาจากคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งปัจจุบันนั้นตัวเขาจำคุกอยู่ที่คุกทางตอนเหนือของโตเกียวซึ่งที่อยู่ของคุกนั้นก็ตรงกับที่ทางซองจดหมายระบุไว้ แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่ผมหามาได้ก็พบว่าในปัจจุบันชายผู้นี้ได้ออกมาจากคุกนั้นได้ซักพักนึงแล้ว

ในตอนนั้นผมคิดว่านี่มันต้องเป็นการเล่นตลกหรือชายคนนี้พยายามที่จะแกล้งผมแน่ๆ ซึ่งผมมองว่านี่เป็นการกระทำที่แย่เอามากๆ ผมรู้สึกโกรธกับสิ่งที่เกิดขึ้นผมเลยตัดสินใจที่จะเขียนจดหมายอีกฉบับขึ้น และส่งกลับไปยังที่อยู่อีกแห่งซึ่งเป็นที่อยู่บนซองจดหมายซองแรกที่ผมได้รับ

4 หรือ 5 วันต่อมาผมได้รับจดหมายตอบกลับมายังผมอีกครั้ง ที่อยู่ของผู้ส่งแสดงที่อยู่บ้านเดียวกันและชื่อผู้ส่งเป็นผู้ชายคนเดียวกัน ผมเปิดซองจดหมายและเริ่มอ่านจดหมาย ประโยคแรกทำให้ผมรู้สึกขนลุกที่ท้ายทอยขึ้นมาในทันที

สวัสดีคะดิฉันเป็นแม่ของ XXX (ชื่อของชายคนนั้น) ลูกชายของดิฉันนั้นไม่ได้กลับบ้านมา 3ปีแล้วนะคะ พวกเราได้ทำการแจ้งคนหายไปหลายครั้งแล้ว ถ้าหากว่าคุณได้ข่าวคราวเกี่ยวกับลูกชายของดิฉันรบกวนช่วยบอกให้ดิฉันทราบได้ไหมคะ?

จากข้อมูลที่ผมได้ทำการค้นหาบนอินเตอร์เน็ตก่อนหน้านี้, ผมลองคาดคะเนจากผลการตัดสินของทางศาลครั้งสุดท้าย รวมไปถึงโทษที่ชายคนนั้นต้องรับแล้ว ในตอนนี้เขาก็ต้องออกมาจากคุกแล้วซึ่งมันน่าจะเป็นช่วงฤดูร้อนเมื่อปีที่แล้ว และถึงแม้จะมีการนิรโทษกรรม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะออกมาจากคุกเมื่อ 3 ปีก่อนแน่ๆ

แล้ว…มันเป็นจะเป็นไปได้ยังไงกันที่แม่ของชายผู้นี้จะไม่รู้ว่าเขาได้หายตัวไปตั้ง 3ปี? แถมข้อมูลเรื่องอาชญากรรมที่เขาก่อไว้ทางตำรวจก็มีบันทึกไว้ แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่ทางบ้านเขาจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยพวกเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งกับทางบ้านในตอนที่แม่ของเขาไปแจ้งความเรื่องการหายตัวไปของลูกชายเขาบ้างสิ หรือว่าอาจจะมีคนที่ชื่อเหมือนกับเขา? หรือมันจะมีอะไรบางอย่างที่มันอาจจะเกินกว่าที่ผมเข้าใจ?

ในตอนนั้นผมมีความรู้สึกที่ลังเลขึ้นในใจ ด้านนึงผมเองก็อยากจะรู้ว่าไอ้สิ่งที่ผมกำลังเจออยู่นี้ความจริงมันคืออะไรกันแน่ ส่วนอีกด้านนึงผมเองก็อยากจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นแล้วก็ลืมๆเรื่องนี้ไปซะ… แต่สุดท้ายด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผม

สุดท้ายผมก็ได้โทรติดต่อไปยังเบอร์ที่ถูกระบุไว้บนซองจดหมาย

เสียงของผู้หญิงสูงวัยดังออกจากโทรศัพท์

ผมผงะไปชั่วครู่ก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัวเองและสอบถามข้อมูลกับเธอ เช่น

  • ลูกชายของเธอต้องติดคุกเพราะคดีทำร้ายร่างกายจริงๆหรือ?
  • แล้วถ้าเป็นเรื่องจริงงั้นลูกชายของเขาออกจากคุกมาเมื่อไหร่?
  • เธอพอจะรู้บ้างไหมว่าเขาไปที่ไหนก่อนที่เขาจะหายตัวไปเมื่อ 3ปีก่อน?
  • แล้วลูกชายของเธอสนใจในงานเขียนหรือไม่?

ผมรู้ว่าคำถามเหล่านี้มันเป็นคำถามที่ไร้สาระเอามากๆ โดยเฉพาะจากคนแปลกหน้าอย่างผม แต่เนื่องจากผมต้องมามีมีส่วนเกี่ยวข้องกับลูกชายของเธอโดยที่ผมเองก็ไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ ผมเลยต้องรวบรวมความกล้าบวกกับความหน้าด้านของผมขึ้นเพื่อถามคำถามพวกนั้น ซึ่งหญิงสูงวัยผู้ซึ่งเป็นแม่ของชายคนนั้นก็ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

XXX เป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบเป็นเด็กที่เรียบร้อย! เขาไม่มีทางจะไปทำร้ายใครแน่ๆ! ตั้งแต่ที่เขาหายตัวไป, ฉันก็ได้แต่เฝ้ารอเขาติดต่อกลับมา ซึ่งสุดท้ายแล้วฉันก็คิดว่าคนรู้จักหรือเพื่อนของเขาอาจจะติดต่อกลับมา! แต่กลับกลายเป็นเธอที่มากล่าวหาว่าลูกชายของฉันไปทำร้ายผู้คนเนี่ยนะ?! นี่เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!?

ด้วยความรู้สึกผิดผมรีบขอโทษเธอที่ถามคำถามที่เสียมารยาท ผมรีบอธิบายให้เธอฟังว่าผมมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของลูกชายเธอได้อย่างไร และทำไมผมถึงต้องถามคำถามแบบนี้กับเธอ แต่ว่าเสียงของเธอกลับเริ่มสั่นเครือมากยิ่งขึ้น ผมพยายามค่อยๆพูดเกลี้ยกล่อมเธอรวมไปถึงปรับความเข้าใจกับเธอและบอกให้เธอได้รู้ว่าตัวผมเองก็อยากช่วยเธอตามหาลูกชายของเธอด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่ซักพักเธอก็เริ่มใจเย็นลงและเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่เธอรู้ให้ผมฟัง

ที่ฉันพูดว่าลูกชายของฉันนั้นหายไปเมื่อสามปีก่อน…ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกก็คือฉันสังเกตุเห็นว่าเข้าได้หายไปเมื่อ 3ปีก่อน ลูกชายของฉันเขามักจะขังตัวเองอยู่ในห้องของเขาอยู่ตลอดเวลา สิ่งฉันทำได้ก็แค่คอยนำข้าวและน้ำไปวางไว้ที่หน้าห้องของเขาทุกๆสามเวลาทุกๆวัน ซึ่งเมื่อเขาทานเสร็จเขาก็จะนำออกมาวางไว้ที่หน้าห้อง ซึ่งนั่นก็เป็นวิธีเดียวที่ฉันจะสามารถติดต่อกับลูกชายของฉันได้ และก็ได้รู้ว่าลูกชายของฉันมีชีวิตอยุ่หรือไม่ แต่มันก็มีบางครั้งที่ฉันพบว่าเขานั้นไม่ยอมทางข้าว ดังนั้นฉันเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากในตอนแรกๆ

แต่พักหลังๆมันผิดสังเกตุจนสุดท้ายฉันเลยตัดสินใจเปิดประตูห้องของเขาเพื่ที่จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา…แต่ว่าเขาได้หายตัวไป ฉันได้ลองติดต่อไปยังเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขารวมทั้งทางโรงเรียนเพื่อสอบถามว่ามีใครพบเห็นลูกชายของดิฉันบ้างแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย

พูดตรงๆฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าเขาเองสนใจด้านงานเขียนหรือเปล่า แต่ฉันรู้ว่าเขาเป็นเด็กที่ฉลาดคนนึงเลยนะ เขามักจะสอบได้คะแนนดีอยู่เสมอ เพราะงั้นฉันคิดว่ามันก็ไม่แน่ที่เขาอาจจะเกิดชื่นชอบงานเขียนก็ได้ ฉันเองไม่เคยที่จะเข้าไปตรวจดูในห้องของเขาเลยเพราะฉะนั้นฉันเองก็บอกเธอไม่ได้หรอกนะว่าเขากำลังเขียนงานอะไรอยู่

หลังจากบทสนทนาจบลง ผมก็ได้ขออณุญาตให้เธอช่วยตรวจสอบลายมือของผู้ชายที่ส่งจดหมายมาหาผมเพื่อยืนยันว่านี่เป็นลายมือของลูกชายของเขาจริงๆรวมไปถึงขอไปพบเธอที่บ้านด้วยซึ่งเธอก็ตอบตกลงและยินดีให้ผมเข้าไปพบเธอที่บ้าน และด้วยความที่ผมและเธอนั้นอาศัยอยู่ในโตเกียวทำให้ง่ายที่ผมจะเดินทางไปพบเธอ ผมเลยตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังบ้านของเธอในช่วงสุดสัปดาห์

.

.

.

จบตอนที่ 1

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
the-haunted-bar-grandma-s-noh-mask-ยาย-part-2

หน้ากาก “โนห์” ของคุณยาย (ตอนจบ)

the-haunted-bar-one-letter-จดหมาย-2

จดหมาย ปริศนา ตอนจบ