in

คุณป้า คามิยะ

หลักของกฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ

thb-auntie-kamiya-feature-image
Edited by The Haunted Bar Vector Image from イラストAC Chain Image by lalesh aldarwish from Pexels

คุณป้า คามิยะ

มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนที่ผมเองยังเรียนอยู่ในระดับชั้นมันธยมต้น, ในตอนนั้นผมได้รู้จักกับคุณป้าท่านหนึ่ง เธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในโรงเรียนรวมไปถึงคนในเมืองนั้นเป็นอย่างดี ซึ่งพวกเรามักจะเรียกเธอว่า “ คุณป้า คามิยะ “ เธอเป็นแม่ของเพื่อนผมคนหนึ่งชื่อ คามิยะ

คุณป้า คามิยะ นั้นภายนอกเธออาจจะเดูเหมือนกับผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่ว่าที่จริงแล้วเธอนั้นมีความสามารถในเรื่องของการพูดคุยการเจรจารวมไปถึงเป็นคนที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก เธอสามารถที่จะกล่อมเด็กๆที่ดื้อรั้น ชอบสร้างปัญหาให้กลับตัวเป็นคนดีได้อย่างน่าอัศจรรย์

ในตอนนั้นพวกเราทุกคนมักจะเปรียบเธอเป็นเหมือนกับคุณแม่ของเด็กๆวัยรุ่นอย่างพวกเรา เพราะเธอจะรับฟังปัญหาของวัยรุ่นที่น่าเบื่อของพวกเราอย่างตั้งใจ และพูดคุยกับเราจากใจจริง

ซึ่งมันทำให้วัยรุ่นอย่างพวกเราเราสามารถพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้ แม้แต่สิ่งที่เราไม่สามารถที่จะบอกหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่คนอื่น เช่นครูและผู้ปกครองของพวกเราได้

นอกจากนั้นเธอเองก็ยังมีความสามารถและชื่อเสียงในการเล่าเรื่องราวน่ากลัวหรือเรื่องราวสยองขวัญอีกด้วย ด้วยวิธีการเล่าเรื่องและการนำเสนอของเธอนั้นมันช่วยเพิ่มอรรถรสในเรื่องราวที่น่ากลัวใก้น่ากลัวขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

แต่เรื่องราวที่ผมกำลังจะเล่าต่อจากนี้มันทำให้พวกผมนั้นมั่นใจเลยว่านอกจากความสามารถต่างๆที่เธอนั้นมีจากที่ผมได้เล่าไว้ก่อนหน้าแล้ว เธอนั้นก็ยังเป็นคนที่มีความสามารถในเรื่องของสัมผัสที่หก หรือเซ้นส์ในเรื่องราวเร้นลับอีกด้วย

ในตอนนั้นมันเป็นช่วงที่ผมขึ้นปีที่สองของช่วงมัธยมต้น ในตอนนั้นได้มีนักเรียนคนหนึ่งได้ถูกย้ายเข้ามาเรียนร่วมอยู่ในชั้นเรียนกับผม ถ้าจำไม่ผิดเขามีชื่อว่า อาคิยามะ

ด้วยความที่เมืองที่ผมอาศัยอยู่นั้นมันเป็นแค่เมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง การที่จู่ๆมีเด็กนักเรียนที่ถูกย้ายมาจากโรงเรียนอื่นเป็นเรื่องที่แปลกมากๆในตอนนั้น เพราะงั้นอาคิยามะจึงได้รับความสนใจจากพวกเราเป็นอย่างมาก

ซึ่งสิ่งที่ทำให้อาคิยามะนั้นโดดเด่นกว่าคนอื่นก็คงจะเป็นเรื่องของรูปร่างหน้าตาของเขา เขาเป็นเด็กที่มีใบหน้าอันหล่อเหลารวมไปถึงร่างกายที่สูงราวกับนายแบบ ทำให้ในตอนนั้นผมคิดว่าเขาเองก็คงจะเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆในเวลาไม่นานแน่นอน

ในตอนแรกๆนั้นผู้คนมากมายก็มักจะพูดคุยกับเขาเป็นประจำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป,ผู้คนทั้งหลายต่างก็พยายามที่จะเลี่ยงไม่พูดคุยหรืออยู่ห่างจากเขา นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวลือในเรื่องที่ไม่ดีเกี่ยวกับอาคิยามะอีกด้วยเช่น

“ มีคนเห็นเขาขว้างหินใส่หมาที่อยู่บนถนนจนได้รับบาดเจ็บ แต่เขาเองก็ไม่ยอมที่จะหยุดการกระทำของเขา ”

“ มีคนเห็นอาคิยามะทำร้ายแมวในละแวกบ้านของเขา ซึ่งนอกจากเขาจะเตะมันจนมันกลัวจนไม่กล้าขยับแล้ว เขายังกระทืบมันจนแมวตัวนั้นเสียชีวิตอีกด้วย ”

ข่าวลือพวกนี้ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วจนมันไปเขาหูของอาจารย์หลายๆท่าน ซึ่งต่อมาอาคิยามะก็ได้ถูกเรียกตัวไปคุยกับอาจารย์ใหญ่

และต่อมาเมื่อแม่ของอาคิยามะได้ทราบเรื่องเธอเองก็รีบมาที่โรงเรียนพร้อมกับเปิดประตูเข้ามาในห้องพักครูแล้วก็โวยวายกันยกใหญ่

“ ลูกของฉันเองก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีในโรงเรียนนี่นา แถมความสามารถในด้านการเรียนของเขาก็ดีเยี่ยมอีกต่างหาก แล้วมันผิดอะไรกับการที่ลูกชายของฉันนั้นไปทำอันตรายกับสัตว์ตัวเล็กๆพวกนั้นด้วย ? หรือว่าการที่เป็นเด็กที่เรียนดีมันไม่สำคัญแล้วหรือไง ?! “

พวกเราในตอนนั้นต่างก็รู้กันโดยทันทีแล้วว่าแม่ของอาคิยามะเป็นผู้ปกครองประเภทที่พวกเรามักจะเรียกกันว่า “ ผู้ปกครองอำมหิต ” หลังจากสิ่งที่เธอได้แสดงให้พวกเราเห็นถึงการกระทำของเธอ

ครูประจำชั้นของผมเองก็รับไม่ได้กับการที่แม่ของอาคิยามะแสดงความคิดเห็นออกมาแบบนั้น เขากลับต่อว่าแม่ของอาคิยามะเพื่อเตือนสติเธอ

“ลูกของคุณควรที่จะเรียนรู้ในการให้ความสำคัญรวมไปถึงการเคารพสิ่งมีชีวิตนอกจากมนุษย์ด้วย  การเรียนการศึกษามันไม่ใช่แค่เรื่องที่อยู่แค่ในตำราเรียน หรือเรื่องของพวกวิชาการ คุณควรที่จะสอนให้เขารู้จักมีเมตตาต่อคนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆด้วย!” …..

ต่อมาผมก็ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ อาคิยามะ จากแม่ของผมซึ่งเธอเองก็รู้จักกับแม่ของ อาคิยามะ เป็นอย่างดี (เพราะพวกเขาทั้งคู่มาจากเมืองนี้) ข่าวลือที่ผมได้ยินมาก็คือสาเหตุที่ อาคิยามะ ต้องย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนที่ผมเรียนอยู่ก็เพราะเขาสร้างปัญหาที่คล้ายกันในโรงเรียนก่อนหน้านี้ และแม่ของเขามีปัญหาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายๆกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนของผมเช่นเดียวกัน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมันทำให้พ่อและแม่ของอาคิยามะต้องแยกทางกัน ทำให้แม่และตัวของเขานั้นต้องย้ายกลับมาอยู่กับตาและยายของพวกเขาที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้

จากการกระทำของอาคิยาม่าที่พวกเราได้รับรู้กันนั้น มันทำให้พวกเรารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก มันไม่เหมือนกับความรู้สึกกลัวจากการโดนกลั่นแกล้งโดยพวกนักเลง หรืออัธพาล หรือว่าเด็กไม่ดีพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย

แต่มันเป็นความรู้สึกกลัวที่คุณต้องเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ชั่วร้ายสิ่งมันดำมืดซึ่งคุณเองก็ไม่อาจจะหาคำตอบได้ว่าสิ่งที่คุณกำลังมองอยู่ต่อหน้าของคุณมันคืออะไรกันแน่

วันหนึ่ง, ผมได้มีโอกาสไปเล่นที่บ้านของคามิยะเพื่อนสนิทของผม ซึ่งเมื่อผมไปถึงบ้านของเขา พวกเขากำลังที่จะออกไปซื้อของกันพอดี พวกเขาจำเป็นต้องซื้อของหลายอย่างก็เลยขอให้ผมไปช่วยถือของให้อีกแรงซึ่งผมก็ตัดสินใจที่จะไปช่วยพวกเขาถือของด้วย

พวกเราเดินไปถึงยังร้านค้าในละแวกบ้าน แล้วผมก็ได้ไปเห็นอาคิยามะที่กำลังยืนเลือกของอะไรบางอย่างตรงชั้นวางของโดยบังเอิญ ซึ่งนั่นก็สร้างความแปลกใจให้กับพวกผมเป็นอย่างมากเพราะว่าบ้านของเขานั้นอยู่ไกลจากร้านค้าแห่งนี้มาก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แปลกมาๆที่จู่ๆเขาจะมาซื้อของที่นี่

ผมรีบสะกิดคามิยะหลังจากที่ผมเห็นอาคิยามะโดยทันที “ เฮ้ย..ดูนั่นดิ อาคิยามะมันกำลังทำอะไรวะ? ”

คามิยะก็บอกกับผมว่า “ จะไปรู้เหรอวะว่ามันกำลังทำอะไร ”

หลังจากนั้น คุณป้า คามิยะ ที่กำลังเลือกของอยู่ก็สังเกตุเห็นพวกเรากำลังแอบมองอาคิยามะอยู่ ซึ่งเธอเองก็เหมือนจะสังเหตุเห็นอะไรบางอย่างเธอเลยถามพวกผมว่า “ นั่นคือเด็กที่พวกเธอมักจะพูดถึงบ่อยๆใช่ไหม? ชื่ออะไรนะ อาคิยามะ สินะ? ”

ผมเราถามเธอด้วยความสงสัย “ คุณป้า รู้ได้ยังไงครับ? ”

เธอยิ้มให้กับผมแล้วก็พูดว่า “ แย่หน่อยนะ เอาเป็นว่าพวกเธอก็อย่าเข้าไปใกล้หรือไปยุ่งกับเขาเป็นอันขาดละเข้าใจไหม นั้นเป็นวิธีเดียวเท่านั้น ”

จากนั้นเธอก็กลับไปเลือกของต่อ ทิ้งให้ผมรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของเธอ

เพราะโดยปกติแล้วเท่าที่ผมรู้นั้น คุณป้า คามิยะ เธอไม่เคยที่จะแสดงท่าทีหมดหวังในตัวผู้คนเลยแม้แต่น้อย

ต่อให้คนๆนั้น หรือว่า “ เด็ก ” คนนั้นจะแย่หรือเลวร้ายสักแค่ไหนแต่เธอก็ยังเชื่อมั่นพร้อมทั้งพยายามผลักดันส่งเสริมให้คนๆนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

ขนาดคามิยะเพื่อนของผมเองยังตกใจในสิ่งที่เธอพูด “ กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่ของกูจะพูดแบบนั้น!! ”

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น อาคิยามะก็ไม่มาเรียนต่ออีกเลย แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครกังวลหรือเป็นห่วงเขาเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าพวกเขาอยากจะให้อาคิยามะอยู่ให้ไกลจากพวกเขา

แม่ของอาคิยามะเองก็เข้ามาโวยวายในโรงเรียนหลายต่อหลายครั้งแถมยังกล่าวหาว่าผู้คนในโรงเรียนต่างก็รุมแกล้งรังแกเขาจนเป็นสาเหตุทำให้เขามีอาการป่วยทางจิตทำให้ไม่สามารถมาโรงเรียนได้

ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีใครทำอะไรอย่างที่แม่ของเขาพูดเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเรื่องจริงที่เขานั้นไม่สุงสิงกับใครและเพื่อนร่วมห้องเองก็ไม่อยากสุงสิงกับเขาเช่นกัน นอกจากนั้นผมยังได้ยินมาว่าทางโรงเรียนก็ได้มีปัญหาบางอย่างกับแม่ของเขาอีกเช่นกัน

แถมหนำซ้ำเธอยังมาโวยวายที่บ้านของผม ซึ่งทางพ่อแม่ของผมก็พยายามเกลี้ยกล่อมอย่างสุภาพให้เธอกลับบ้านไปก่อนแต่เธอก็เริ่มตะโกนออกมาด้วยความโมโห อย่างเช่น…

“ลูกของพวกแกต้องเป็นหนึ่งในพวกที่รังแกลูกของฉันแน่ๆ”

“ลูกของแกมันอิจฉาที่ลูกของฉันทำอะไรได้ดีกว่าลูกของแกใช่ไหมละ”
“ลูกของแกมันก็แค่ไอ้เด็กไม่ได้ได้เรื่องคนหนึ่ง มันควรที่จะต้องเป็นลูกแกสิที่สมควรโดนรังแกไม่ใช่ลูกของฉัน”

ในตอนนั้นบอกตามตรงนะครับว่าไอ้คำพูดพวกนั้นมันทำให้พ่อกับแม่ของผมฉุนขาดเอามากๆ และสุดท้ายเรื่องมันก็บานปลายกลายเป็นการทะเลาะกันและจบลงแบบไม่สวย

สำหรับผม หลังจากที่ผมได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมามันกลับทำให้ผมรู้สึกสงสารในตัวของแม่อาคิยามะเป็นอย่างมาก เพราะว่ามันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าแม่ของเขาเองนั้นก็มีปัญหาทางจิตเช่นกัน

ผมขอข้ามไปพูดถึงเหตุการณ์ตอนสิ้นปีเลยนะครับ, ผมได้ไปเล่นที่บ้านของคามิยะอีกครั้ง และก็ได้พูดคุยกับ คุณป้า คามิยะด้วย เมื่อพวกผมเริ่มพูดถึงอาคิยามะ

ตัวเขาเองไม่เคยกลับมาที่โรงเรียนอีกเลยหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่สิผมต้องพูดว่าเขาถูกกักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเรียนหนังสือได้อีก ส่วนแม่ของเขาก็เช่นกัน เธอถูกส่งไปรักษายังโรงพยาบาลอีกแห่งที่อยู่ไกลจากที่ๆอาคิยามะอยู่

ตาและยายของเขาเองก็ปฏิเสธที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับพวกเขา พวกเขาต่างก็กำชับกับทางโรงพยาบาลว่า “ พวกฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับไอ้พวกโรคจิตพวกนั้น พวกมันไม่ใช่คนในครอบครัวของพวกฉันซะด้วยซ้ำ ล็อคและขังพวกมันไว้ตลอดชีวิตได้เลยตามสบาย ”

และด้วยผมเองก็เคยสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่ คุณป้า คามิยะพูดถึงอาคิยามะตอนที่พวกเราได้ไปซื้อของด้วยกันในตอนนั้น ผมก็ได้มีโอกาสถามเธอว่า

“คุณป้า คามิยะ ครับตกลง อาคิยามะเขาเป็นอะไรกันแน่หรือมันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่? คือผมสงสัยมาตั้งแต่ที่คุณป้าพูดว่าให้อยู่ให้หากจากเขาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว? ”

คุณป้าคามิยะ หยุดคิดอยู่พักหนึ่งแล้วเธอก็พูดขึ้นมาว่า, “อาคิยามะนั้นเขาไม่ใช่มนุษย์เหมือนพวกเราอีกต่อไปแล้วละนะ”

“ ฉันมองเห็นมันตอนที่ฉันเจอเขาในวันนั้นเป็นครั้งแรกนะเขาสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปนานแล้ว แต่ฉันมั่นใจว่าตัวของเขาเองนั้นยังมีความเป็นมนุษย์ในช่วงที่เขายังเป็นเด็ก แต่ว่ามันค่อยๆกัดกินเขาจากข้างในของเขาจนสุดท้าย เขาก็สูญสิ้นตัวตนของเขาไปอย่างสิ้นเชิง… “

“ ในตอนนี้คงจะบอกได้เพียงแค่ว่าภายใต้เนื้อหนังของเขามันถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้น ความเกลียดชัง ที่มัดรวมอยู่ในรูปของมนุษย์นั่นเอง “

หลังจากได้ยินสิ่งที่คุณป้าพูดพวกเราเองก็รู้สึกอึ้งทำตัวไม่ถูก พวกเรามักจะได้ยินจากคุณป้า คามิยะ พูดเกี่ยวกับ เรื่องเล่าสยองขวัญหรือเรื่องเล่าน่ากลัวมาหลายต่อหลายครั้งแต่ว่านั่นมันก็เป็นแค่เรื่องที่เล่าเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

แต่นี่มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าเธอพูดเหมือนกับเธอเป็นพวกร่างทรงหรือหมอผียังไงยังงั้นเลย

ด้วยความสงสัยผมก็เลยถามต่อ “ ที่ป้าพูดมันหมายความว่ายังไงครับ ? อาคิยามะ โดนกลืนกิน? อะไรที่กลืนกินเขา? ”

เธอเริ่มพูดต่อ:

“มันเป็นกรรมจากบรรพบุรุษของเขานะ”

“ครอบครัวของเขานั้น…ไม่สิต้องบอกว่า ตาของเขานั้นเป็นสาเหตุที่คนจำนวนมากต้องล้มตาย”

“แต่เขาไม่ได้ฆ่าคนโดยตรงนะ แต่คนเหล่านั้นต้องมาตายเพียงเพราะความโลภของเขานะ, ตาของเขานั้นเคยเป็นนายหน้าปล่อยเงินกู้มาก่อนนะ เข้ามักจะให้คนกู้ยืมเงินแต่ว่าตัวเขานั้นคิดด้อยเบี้ยที่สูงมากๆ แล้วก็มักจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินกลับคืนมา จนมันทำให้คนมากมายต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานจนตายนั่นเอง”

“และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำไมแม่ของอาคิยามะลูกสาวแท้ๆของชายผู้นั้น ต้องมีจิตใจที่บิดเบี้ยวอย่างที่พวกเธอเห็น”

“แต่แค่นั้นมันไม่สามารถชดใช้กรรมทั้งหมดที่เขาก่อขึ้นมาได้ เพราะงั้นเวรกรรมเหล่านั้นมันจึงส่งต่อไปยังอาคิยามะนั้นเอง”

“ความแค้นและคำสาปแช่งทั้งหลายจากเหล่าผู้เคราะห์ร้ายนั้นมันถูกสะสมมายาวนานจนกระทั่งมันเรียกบางสิ่งบางอย่าง บางสิ่งที่ชั่วร้ายได้เข้ามาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วมันก็ได้ทำการกลืนกินแล้วก็ยึดครองร่างของอาคิยามะเด็กชายผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่นั่นเอง ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารจริงๆ…”

จู่ๆคามิยะก็ได้บอกกับแม่ของเขา “งี้มันไม่ยุติธรรมเลยนี่นา เขาไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย”

คุณป้าคามิยะก็บอกกับลูกชายของเธอว่า “นั่นคือกฎแห่งกรรม กรรมที่ก่อขึ้นมานั้นมันไม่ได้จำเป็นว่ามันจะคืนสนองกลับสู่ผู้ที่ก่อกรรมเพียงอย่างเดียว มันสามารถที่จะกระทบสิ่งอื่นๆได้เช่นกันโดยเฉพาะสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวของผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญเอง มันอาจจะคอยตามหลอกหลอนคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องทางสายเลือดก็ได้ พวกเธอเองก็ควรจะจำเอาไว้นะว่าไอ้สิ่งเหล่านี้มันไม่สนหรอกว่าคนๆนั้นเป็นใคร มันไม่ได้แคร์อะไรเกี่ยวกับมนุษย์เพราะพวกมันไม่มีตรรกะความคิดหรือคุณธรรมจริยธรรมใดๆทั้งสิ้น“

“จงคอยดูคุณตาของเขาไว้ ในไม่ช้าเขาเองก็ไม่อาจจะหนีไอ้สิ่งเหล่าได้พ้นแน่ๆ”

หลังจากที่เธอพูดจบเธอก็ขอตัวกลับไปทำอาหารเย็นต่อ ทิ้งให้ผมกับคามิยะนั่งอึ่งกันอยู่สองคน สิ่งผมคาใจก็คือ แล้วเราจะทำดีไปเพื่ออะไรกันถ้าในเมื่อสุดท้ายแล้ว เรื่องที่ไม่ดีบางอย่างสุดท้ายมันก็มาตกที่เราอยู่ดี?

คามิยะและผมก็ได้เก็บสิ่งที่เธอพูดไว้กับตัวเองมาเป็นเวลานาน เพราะพวกเรากลัวว่าการที่พูดเรื่องพวกนี้ออกไปมันจะทำให้คนรอบข้างคิดว่าเธอนั้นต้องบ้าแน่ๆ

แต่ว่านี่มันก็ผ่านมาได้ 20ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมได้คุยกับเธอในวันนั้น และคุณป้า คามิยะเองก็ได้จากโลกนี้ไปแล้วเพราะฉะนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะแชร์เรื่องราวเหล่านี้ออกไป

และนี่ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของอาคิยามะหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

จู่คุณตาของอาคิยามะก็ล้มป่วยลง ร่างกายของเขานั้นเป็นอัมพาตไปทั่วทั้งตัวและต้องถูกบังคับให้นอนนิ่งๆอยู่บนเตียงทั้งวัน

ยายของเขานั้นเสียชีวิตเพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องคอยดูแลสามีของเธอ

หลังจากนั้นเขาก็ถูกส่งตัวไปยังสถานพยาบาล

แม่ของผมนั้นได้ยินมาจากเพื่อนของเธอที่ทำงานอยู่ในสถานพยาบาลแห่งนั้นว่า คุณตาของอาคิยามะนั้นไม่สามารถที่จะขยับตัวหรือแม้แต่นั่งบนเก้าอี้ได้เลย สภาพร่างกายของเขานั้นแข็งเหมือนกับหิน เขาตกอยู่ในสภาพที่ต้องทรมานด้วยความเจ็บปวด

ซึ่งน่าแปลกตรงที่ร่างกายของเขานั้นไม่น่าที่จะรับความรู้สึกอะไรได้อีกแล้วเพราะร่ายกายของเขาชาไปทั้งตัว แต่เขากลับแสดงท่าทีเจ็บปวดออกมา ต่อมาหลังจากนั้นร่างกายของเขาก็เกิดแผลกดทับจากการที่ร่างกายนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานเกินไป แถมต่อจากนั้นร่างกายก็เกิดการติดเชื้อย่างรุนแรงจนสามารถที่จะคร่าชีวิตของเขาได้เลยทีเดียว

แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น สภาพของเขาในตอนนั้นไม่ต่างอะไรจากตายทั้งเป็นเลยทีเดียว

เขาต้องทุกข์อยู่เป็นเวลานานเกือบ 20ปี จนสุดท้ายเขาก็ได้เสียชีวิตลง

ในส่วนของแม่ของอาคิยามะ ผมเองก็ไม่เคยได้ข่าวอะไรเลยเกี่ยวกับเธอ ไม่มีใครทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ตอนเธอถูกส่งเข้ารับการรักษา ไม่สิจริงๆแล้วผมควรจะบอกว่าไม่มีใครรู้เลยว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่ามากกว่า

ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณป้าคามิยะพูดนั้นเป็นความหรือเปล่า หรือว่ามันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้น

ตาของเขาอาจจะแค่ติดโรคอะไรบางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจก็เป็นไปได้

หรือแม้แต่อาคิยามะและแม่ของเขาเองก็เช่นกัน บางทีพวกเขาอาจจะมีปัญหาทางจิตมาตั้งแต่ต้นแล้วหรือเปล่าเหมือนกับที่คนอื่นๆเป็น และไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพวกภูติผีปีสาจเลย

หรืออาจจะบอกได้ว่าสุดท้ายแล้ว มันอาจจะเป็นแค่ ความ “ซวย” หรือ “โชคร้าย” ที่มันมักจะเกิดขึ้นในทุกๆวัน

แต่…

มันทำให้ผมเริ่มชื่นชมกับสิ่งที่บรรพบุรุษของผมได้ทำเอาไว้ในขณะที่พวกเขายังมีชีวิต

ต้องขอบคุณพวกเขาและสิ่งดีๆที่พวกเขาทำที่ทำให้ผมนั้นสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขในทุกๆวันนี้

และนี่ก็เป็นสิ่งที่ผมมักจะกล่าวขอบคุณพวกเขาเสมอเวลาที่ผมสวดมนต์ให้แก่พวกเขา

เกี่ยวกับคุณป้าคามิยะนั้นจริงๆแล้วมีอีกหลายเรื่องราวเกี่ยวเธอซึ่งผมเองก็อยากจะเล่าเรื่องราวอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเธอให้ท่านผู้อ่านได้รู้กัน หากผมมีเวลา

.

.

.

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thb-kotoribako-feature-image-ch-10

Kotoribako – Chapter 10

thb-real-part-1-feature-image

Real | ความจริง Part 1