in

ผมกลัวกล่องจดหมายที่ คอนโด ของผม…

Afraid of Mailbox Part-2

the-haunted-bar-afraid-of-mail-box-part-2

มาต่อกันกับ

ผมกลัวกล่องจดหมายที่ คอนโด ของผม…

Part 2

วันต่อมา,

ระหว่างที่ผมกำลังจะออกไปทำงาน ผมหันไปดูที่เจ้ากล่องรับจดหมาย มันทำให้ผมรู้สึกกลัวและระแวงว่า บางทีเธออาจจะแอบเข้ามาในห้องของผมเมื่อคืนก็เป็นไปได้ แถมผมยังลืมเรื่องเส้นผมในกล่องรับจดหมายอีกต่างหาก จนเมื่อผมนึกขึ้นได้ผมได้เปดกล่องรับจดหมายแล้วพยายามเอามือยื่นเข้าไปเพื่อที่จะกำจัดพวกเส้นผมพวกนั้น แต่ว่า…แทนที่มือของผมจะสัมผัสกับเส้นผมพวกนั้น ผมกลับไปสัมผัสกับอะไรบางอย่างที่เปียก

แล้วเมื่อผมเอาออกมาดู…ตัวของผมเองก็เกือยจะอ้วกออกมาเลยทีเดียว ผมรีบปล่อยเจ้าของสิ่งนั้นที่ผมคว้าไว้ในทันทีด้วยความตกใจจนมันกระจายเลอะเทอะไปทั่วบริเวณนั้น สิ่งที่ผมเห็นก็คือ ไอ้สิ่งนั้นมันเหมือนกับก้อนเนื้ออะไรบางอย่างที่ถูกสับรวมกับซากของแมลงสาปที่ตายแล้ว แต่ว่าในเมื่อคืนนั้นเธอไม่ได้มาปรากฎตัวที่หน้าห้องของผม เพราะฉะนั้นผมขอเดาว่าเธออาจจะมาที่ห้องของผมก่อนหน้านั้นในตอนที่ผมไปอยู่ที่คอนโดของเพื่อนร่วมงาน

ให้ตายเถอะ…ไอ้สิ่งนี้มันคือก้อนเนื้ออะไรวะเนี่ย…? เนื้อทูน่า? น่าขยะแขยงชะมัด

ในขณะที่ผมกำลังทำสะอาดพื้นห้อง จู่ก็มีเสียงของใครบางคนใช้เจ้าเตะเข้ามาที่ประตู่อย่างแรงมากๆ

หลังจากนั้นผมไม่รอช้า ผมรีบไปแจ้งตำรวจและบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างทางที่กำลังไปทำงาน ผมพยายามบอกพวกเขาว่าผมเองรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ว่าทางตำรวจก็ดูมีท่าทีที่ไม่ค่อยสนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับผม ซึ่งผมก็รู้สึกผิดหวังเอามากๆแถมยังได้คำตอบที่ทำให้ผมรู้สึกแย่อีกต่างหาก

เราไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาอะไรร้ายแรงนะ แล้วอีกอย่างในกรณีนี้คุณเป็นผู้ชายแล้วคู่กรณีของคุณเองก็เป็นผู้หญิงอีก คุณแค่คอยตรวจสอบและล็อคประตูให้เรียบร้อยก็น่าจะพอแล้ว เอาไว้ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกค่อยมาติดต่อเราใหม่อีกครั้งดีกว่า

บอกตามตรงว่าผมเองเกลียดตำรวจญี่ปุ่นเอามากๆเลยละ หลังจากที่ได้รับคำตอบแบบนี้…

เที่ยงคืนของวันนั้น, ผมได้ยินเสียงบานพับของกล่องจดหมายได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยเสียงของอะไรบางอย่างที่เบาแต่แข็งตกลงไปในกล่องรับจดหมาย ร่างกายของผมเริ่มรู้สึกตึงเครียด ผมคิดคำถามในหัวว่า “วันนี้มันเอาอะไรมาหย่อนลงในกล่องจดหมายอีกวะเนี่ย…?

ผมรวบรวมความกล้าที่มีค่อยๆย่องไปที่ประตู ผมสังเกตุได้ว่ามีบางอย่างยังคงถูกเทลงมาในกล่องรับจดหมายเป็นจำนวนมาก และเมื่อผมดูใกล้ๆรูปร่างมันคล้ายๆกับ “ยาเม็ด” ใช่ครับยาเม็ดจำนวนมากได้ถูกเทเข้ามาจนเต็มกล่องจดหมายและมันมีทีท่าว่าจะล้นทะลักออกมาจากตู้แล้ว!!

ผมรีบวิ่งไปเปิดจอของ intercom เพื่อที่จะดูให้รู้กันไปเลยว่าเธอหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะเท่าที่ผมเข้าใจก็คือเธอนั้นได้รู้แล้วว่าผมรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

และก็โชคดีที่คราวนี้ผมก็ได้เห็นจะๆกับตาตัวเองซักทีว่าเธอนั้นท่าทางหน้าตาเป็นอย่างไร

.

.

.

แต่ผมเองก็ถึงกับผงะด้วยความตกใจกลัว

จอของ intercom นั้นมันโชว์หน้าของเธอแบบเต็มๆ…ในสภาพที่เปิดปากกว้างมากๆพร้อมทั้งแลบลิ้นออกมาเหมือนคนสติหลุด…

แถมสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นั้นเธอพยายามนำยาพวกนั้นมาใส่ไว้ที่ลิ้นของเธอเป็นจำนวนมาก แล้วก็อมไว้ในปากแล้วก็ทำท่าทางราวกับว่าเธอกำลังอมลูกอมอยู่อย่างไงอย่างนั้น หลังจากนั้นก็แลบลิ้นออกมาโชว์อีกครั้ง หลังจากนั้นเธอก็หยิบยาขึ้นมาเพิ่มแล้วก็แล้วก็โยนใส่เข้าไปยังกล่องรับจดหมาย แล้วก็ทำซ้ำอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเอนตัวในลักษณะแปลกๆคล้ายๆกับพยายามจะทำท่าสะพานโค้งมาใกล้ๆกับกล้อง แล้วเธอก็พยายามที่จะนำเม็ดยายัดเข้าไปที่กล้อง ซึ่งผมเองสังเกตุเห็นว่าบริเวณหัวของเธอ ผมบางส่วนของเธอมีการแหว่งไปจากการถูกตัดและบางส่วนที่ไม่มีผมขึ้นเหมือนกับถูกถอนออกไป

ในตอนนั้นหัวใจของผมเต้นเร็วมากๆ มือของผมชุ่มไปด้วยเหงื่อด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเอามากๆ

นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!? ช่วยหยุดแล้วก็ไปให้พ้นจากหน้าห้องของกูทีเถอะ !!

ผมเริ่มคิดพวกนี้อยู่ในหัวรวมไปถึงจู่ๆผมก็เริ่มท่องบทสวดอยู่ในหัวไปด้วยซะงั้น

หลังจากที่เสร็จกับการยัดยาใส่ลงในกล่องจดหมายของผม เธอเริ่มเอาหน้าของเธอแนบเข้ากับกล้องของ intercom เข้าเรื่อยๆ แล้วเธอก็เริ่มใช้ตาของเธอพยามดันตรงเลนส์ของกล้องเข้ามาเรื่อยราวกับว่า เธอพยายามจะมองผ่านกล้องเข้ามาในห้องของผมให้ได้

ในตอนนนั้นผมรู้สึกมึนงงเอามากๆพร้อมกับเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง

ผู้หญิงคนนี้มันเป็นบ้าอะไรของมันวะ?

แล้วกูไปทำอะไรมันไว้วะมันถึงต้องตามมาหลอกมาหลอนกันขนาดนี้?

เอาจริงๆนะตลอดชีวิตของผมเองไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อนเลยสักครั้ง และผมเองก็ไม่เคยที่ไปสร้างความแค้นไว้กับผู้หญิงคนไหนเลย ผมไม่เข้าใจกับการกระทำของผู้หญิงคนนี้เลยจริงๆ…

 

วันต่อมา,

เธอกลับมาอีกครั้งด้วยการกดกริ่งตอนตีสาม

ขอโทษนะค้า…ฉันเก็บพัสดุของคุณไว้ให้ตอนที่คุณไม่อยู่บ้าน

เธอพยายามปลอมตัวเป็นคนอื่นด้วยการสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้าของเธอ และเธอพยายามปลอมตัวเป็นเพื่อนบ้านของผมที่รับพัสดุบางอย่างไว้ให้ตอนที่ผมไม่อยู่ แต่ผมก็ยังรู้อยู่ดีว่าเป็นเธอเพราะสภาพของผมที่แหว่งของเธอ (และอีกอย่างเพื่อบ้านบ้าไรจะมาทักตอนตีสามกว่าเพื่อบอกว่ารับพัสดุไว้ให้ แถมผมเองก็ไม่ได้สั่งของอะไรเลยด้วยซ้ำช่วงนี้)

 

ผมตัดสินใจไม่พูดอะไรและทำเหมือนผมไม่อยู่

 

ซักพักเธอก็พูดต่อว่า “พัสดุของคุณเดี๋ยวฉันวางเอาไปตรงหน้าห้องก็แล้วกัน

ในตอนนั้นผมแอบดูผ่านทางจอของ intercom ผมเห็นเธอยื่นกล่องลังที่มีลูกแมวตัวเล็กๆอยู่ข้างในมายังกล้อง

ลูกแมว..…?

มันจะเอามาให้กูทำไมวะ…?

ผมยืนงงไม่รู้จะทำไงดี หลังจากนั้นเธอค่อยหยิบลูกแมวขึ้นมาและอีกมือนึงของเธอก็ได้จับหัวของลูกแมวนั้นเอาไว้ แล้วเธอก็ผลักมันไปกระแทกกับกล้องแรงมากๆราวกับว่า เธอพยายามจะส่งมันผ่านเข้ามาทางกล้องให้ได้ซึ่งลูกแมวตัวนั้นก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องอะไรทั้งสิ้น ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าลูกแมวตัวนั้นมันได้เสียชีวิตลงตั้งแต่แรกแล้วหรือเปล่า

เช้าวันต่อมา,

ผมเห็นซากของลูกแมวตัวน้อยตัวนั้นกองอยู่ในกล่องวางอยู่ที่หน้าห้องของผม เอาจริงผมเองก็พูดได้ไม่เต็มปากด้วยซ้ำว่ามันคือซากของลูกแมวหรือไม่เพราะสภาพของส่งๆนั้นมันเละเอามากๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าผมมันทำให้ความรู้สึกในใจของผมนั้นแย่เอามากๆ จู่ๆน้ำตาของผมก็ไหลออกมาเอง ผมไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไปเจอศพของลูกแมวตัวนี้เข้า หรือว่าเธอฆ่ามันเพื่อที่จะเอามาทำเรื่องบ้าๆหน้าห้องผมเมื่อคืน ก่อนหน้าก็ซากแมลงสาปและตอนนี้ก็ลูกแมวแล้วต่อไปเธอจะเอาอะไรมาให้อีก…?

วันนั้นทั้งวันผมไม่มีอารมณ์ทำงานเลยแม้แต่นิดเดียว ผมรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเริ่มที่จะเลยเถิดกันไปใหญ่แล้ว และถ้าผมเองยังต้องคอยรับมือกับเธอทุกวันแบบนี้ผมว่าผมเองก็จะต้องเป็นบ้าแล้วก็กลายเป็นแบบเธอแน่ๆ

ผมได้ตัดสินไปหาตำรวจเพื่อแจ้งความอีกครั้งหลังเลิกงานแต่สุดท้ายสิ่งที่ผมได้รับก็ “เหมือนเดิม” พวกเขาไม่ยอมที่รับฟังหรือช่วยแก้ปัญหาของผมเลยแม้แต่นิดเดียว…

นี่มันจะต้องมีใครเสียชีวิตก่อนหรือยังไงวะ พวกตำรวจมันถึงจะเริ่มให้ความสนใจและก็เริ่มทำงานจริงๆจังซักที?

ผมกลับบ้านด้วยความรู้สึกผิดหวังและโมโหกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อผมกลับถึงคอนโด ใครบางเอาสีแดงมาทาตรงประตูห้องของผม มันถูกทาเป็นวงกลมพร้อมกับมีการเขียนชื่อของผมอยู่ตรงกลางซึ่งถ้าดูดีๆมันเหมือนกับ ตราประทับที่ผู้คนในญี่ปุ่นใช้กันเวลาทำธุรกรรม เช่นรับพัสดุเป็นต้น

เยี่ยมไปเลย มันรู้แม้กระทั่งชื่อเราด้วย… อะไรๆก็ดูจะแย่ขึ้นเรื่อยๆสินะ

ผมรีบเช็ครอบๆตัวผมว่ามีใครแอบมองผมอยู่หรือเปล่า แล้วหลังจากนั้นผมรีบเปิดประตูเข้าห้องโดยเร็วที่สุดแล้วก็ล็อคประตู และเมื่อเข้ามาในห้องผมสังเกตุว่ามีกลิ่นบางอย่างผิดปกติ ผมลองเช็คดูกล่องรับจดหมายแล้วผมก็พบว่ามีขาแมวจำนวนมาก…ใช่ครับขาของแมวประมาณ10ข้างได้…

ผมไม่รอช้ารีบโทรแจ้งตำรวจทันที หลังจากที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบที่ห้องของผมในที่สุดพวกเขาก็เริ่มเข้าใจในสถานการณ์

นี่มันทำเกินกว่าเหตุแล้ว… เดี๋ยวพวกเราจะส่งคนมาคอยตรวจตราบริเวณรอบๆคอนโดคืนนี้ให้นะ

นายตำรวจคนหนึ่งพูดกับผม

คืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่หน้าห้องของผมแต่ว่าก็ยังมีซากแมวได้ถูกโยนเข้ามาตรงที่ระเบียงห้องของผมในขณะที่ผมหลับอยู่

เช้าวันรุ่งขึ้น, เนื่องด้วยวันนั้นเป็นวันหยุดผมเลยรีบตรงไปยังเอเจนซี่ด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อติดต่อหาที่อยู่ใหม่ เพราะผมไม่สามารถที่จะทนอยู่ที่คอนโดนั่นได้อีกต่อไปแล้วจริงๆ แต่โชคไม่ดี, ผมไม่สามารถหาคอนโดที่ “พร้อมเข้าอยู่” ได้เลยในวันนั้น แต่ผมก็ได้บอกกับทางเอเจนซี่ไปว่าถ้าเกิดมีห้องว่างให้รีบโทรแจ้งผมโดยเร็วที่สุด

ไม่กี่วันต่อมาผมรู้สึกว่า จู่ๆทุกอย่างมันดูเงียบสงบจนผิดปกติไม่มีการกดกริ่งตอนตีสาม ไม่มีการนำของแปลกๆมายัดใส่ตู้จดหมาย ผมคิดว่าบางทีเธออาจจะเบื่อที่จะมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้ ซึ่งผมก็หวังให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ว่าแน่นอนละมันเป็นไปไม่ได้

หลังจากที่ผมกลับมาจากที่ทำงานในวันนั้นในขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูห้อง ผมถึงกับต้องชะงักอยู่ครู่หนึ่งด้วยความรู้สึกแปลกๆ ผมก้มลงไปมองใกล้ๆที่ลูกบิดประตูแล้วก็สังเกตุว่า มันมีเส้นผมเส้นหนึ่งถูกมัดเป็นรูปโบว์คล้ายๆกับริบบิ้นห่อของขวัญ

ความรู้สึกเย็นยะเยือกมันแล่นไปทั่วร่างกายของผมในทันที บางสิ่งบางอย่างมันบอกให้ผมต้องรีบเข้าไปดูในห้องทันที ในตอนนั้นผมคิดแค่ว่ายังไงซะเธอก็ไม่มีแรงพอที่จะทำอันตรายผมตรงๆได้แน่ๆ ผมบิดลูกบิดประตูเพื่อที่จะเปิดประตูห้องแต่ว่าผมไม่สามารถที่จะเปิดประตูห้องของตัวเองได้

ผมไม่เข้าใจผมว่าผมปลดล็อคประตูเรียบร้อยแล้วนะ ผมลองเปิดอีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าประตูห้องของผมมันถูกล็อคไว้ ผมตัดสินใจใช้กุญแจลองไขดูอีกรอบปรากฎว่ารอบนี้ผมสามารถปลดล็อคได้ เดี๋ยวนะ!!

ถ้าเกิดว่าผมไขกุญแจรอบนี้คือปลดล็อค แล้วก่อนหน้านี้คือล็อค งั้นก็หมายความว่าประตูห้องมันได้ถูกเปิดไว้ก่อนแล้ว…!?

มันจะเป็นไปได้ยังไงกันผมมั่นใจ100%เลยว่าก่อนผมออกไปทำงานผมล็อคประตูห้องเรียบร้อยแน่นอน งั้นนี่ก็หมายความว่ามีคนแอบมางัดห้องของผมให้ขณะที่ผมไม่อยู่นะสิ ผมมองไปที่ประตูห้องของผม…ในใจผมรู้ว่าผมไม่ควรที่จะเปิดประตูห้อง ผมควรที่จะเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้นแล้วแจ้งตำรวจแต่ว่าผมกลับไม่ทำเช่นนั้น ผมตั้งสินใจเปิดประตูห้องเพื่อที่จะดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับห้องของผม

ผมได้ยินเสียงเหมือนมีน้ำหยดอยู่ที่ไหนซักแห่งในห้อง

ผมได้เปิดไฟตรงห้องโถงเพื่อที่จะได้เห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น อย่างแรกที่ผมแน่ใจคือเธอไม่อยู่ในห้องแน่ๆ ผมเตรียมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมพร้อมเพื่อที่เกิิดเหตุไม่คาดคิดผมจะได้โทรหาตำรวจได้ในทันที

ผมค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างช้าๆ แล้วก็พยายามสำรวจไปที่ห้องอื่นๆด้วยสายตาว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ และผมก็ไปสังเกตุเห็นกล่องบางอย่างคล้ายๆกลับพวกกล่องใส่ข้าวสำหรับนำกลับบ้าน ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะกินข้าวซึ่งภายในมีอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายกับเนื้อย่างและข้าวสวยที่วางขายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อ

มันอาจจะดูเหมือนปกติถ้าเกิดไม่มีแมลงสาปไต่อยู่ทั่วกล่องทั้งด้านในและด้านนอก แถมยิ่งผมมองดูใกล้ๆมันดูเหมือนกับว่า มีเศษเส้นผมแลบออกมาจากฝากกล่องอีกด้วย ซึ่งเอาจริงๆผมเองก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่ามันคือหนวดของแลงสาปหรือว่าเส้นผมของคนกันแน่

และมันไม่ได้จบแค่ตรงอาหารบนโต๊ะนะครับ ผมสังเกตุเห็นว่าตู้เย็นของผมก็มีคนมาเปิดใช้งานเหมือนกัน และที่ผมรู้ได้ว่ามีคนเปิดตู้เย็นก็เพราะว่า โดยปกติแล้วในตู้เย็นของผมนั้นจะมีแต่พวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล แต่ว่าครั้งนี้ผมาังเกตุเห็นว่ามันมีขวดน้ำพลาสติกอยู่สามขวดตั้งอยู่ตรงบริเวณที่วางขวด แถมขวดน้ำพวกนั้นมีฉลากของยี่ห้อVolvicซึ่งเป็นยี่ห้อของน้ำแร่อยู่ แต่ว่าดูยังไงไอ้ของเหลวในขวดพวกนั้นมันก็ดูไม่เหมือนกับน้ำแร่เลยซักนิดเดียว สีมันเหมือนกับน้ำสนิมมากกว่า

ผมตกใจช๊อคกับสภาพของห้องของผมมากจนมันทำให้ผมถึงกับต้องกระโดดออกมาจากห้องแล้วรีบโทรหาตำรวจในทันที และตำรวจก็รีบมาตรวจที่ห้องของผมในทันที…

หลังจากที่การตรวจห้องของผมนั้นเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยจู่คุณตำรวจก็เรียกผมเข้าไปในห้อง ซึ่งเอาจริงๆผมรู้สึกได้ว่าแม้แต่ตำรวจเองก็ยังรู้สึกช๊อคและปราหม่า พวกเขาพาผมไปยังห้องนอนของผมและก็เปิดผ้าห่มบนเตียงขึ้น

และภาพที่เห็นก็คือ ระหว่างที่นอนกะผ้าปูที่นอนมันถูกปูไว้ด้วยหมุด และตะปูหนามวางเรียงตั้งไว้อย่างเป็นระเบียบซึ่งถ้าเกิดผมไม่ได้มาเห็น หรือถ้าเกิดผมไม่ได้สังเกตุแล้วเกิดเอนตัวนอน หรือว่านั่งผมก็จะถูกเจ้าพวกหมุดตะปูพวกนี้เสียบเข้าที่หลังของผมแน่ๆ

นอกจากนั้นพวกเขายังเจอกางเกงในของผู้หญิง แขวนอยู่ที่ที่แขวนถุงเท้าของผมแขวนอยู่ที่ระเบียงซึ่งสภาพของมันนั้นเก่ามากๆ และถ้าสังเกตุให้ดีตรงบริเวณตัวหนีบของที่แขวนนั้นจะมีเส้นผมที่มัดไว้ ด้วยรูปร่างคล้ายริบบิ้นเหมือนกับลูกบิดประตูเช่นกัน

ทางตำรวจได้บอกผมให้ไปพักที่อื่นก่อนในคืนนั้นเพราะมันอันตรายเกินไปที่จะอยู่หรือพักผ่อนในห้องนั้น แต่ด้วยความที่บ้านของพ่อแม่ของผมนั้นอยู่ไกลเอามากๆ สุดท้ายผมก็ต้องลงเอยด้วยการไปขอร้องเพื่อนร่วมงานของผม เพื่อให้ผมได้มีที่พักในคืนนั้นรวมไปถึงจนกว่าผมจะหาที่พักใหม่ได้

และตั้งแต่ตอนนั้น ผมจะกลับไปที่คอนโดของผมบ้างเป็นบางครั้งเพื่อที่จะไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน รวมไปถึงแพคของเพื่อเตรียมย้ายไปอยู่ที่อื่น ผมได้จ้างบริษัทรับขนย้ายของมาช่วยในการแพคของและคนย้ายด้วย เพราะเอาจริงผมค่อนข้างกลัวที่จะต้องทำทุกอย่างที่นั่นคนเดียว และระหว่างที่พนักงานกำลังแพคของอยู่ พวกเขาก็ได้เจอกับแผ่นกระดาษจำนวนมากแถมยังมีชื่อของผมเขียนอยู่บนกระดาษทุกใบ และกระจายอยู่ใต้เตียง, ตู้, หลังทีวี, และที่อื่นๆอีก

สภาพของกระดาษพวกนั้นสีของมันค่อนข้างเหลืองเหมือนกับมันโดนแดดเลียมานานมาก และบนกระดาษก็จะเขียนไว้ด้วยคำหลากหลายมาก เช่น “ชื่อของผม, ชอบ, รัก, ปารถนา, คิดถึง, ความสุข, ชื่อของผู้หญิง ”

ผมเข้าใจว่าชื่อของผู้หญิงบนกระดาษนั่นน่าจะเป็นชื่อของผู้หญิงเสียสติคนนั้น แล้วก็ตำรวจแล้วบอกกับผมอีกว่าภายในขวดน้ำสองขวดนั้นทางตำรวจได้ทำการตรวจสอบแล้วก็พบว่า มันคือเลือดที่ได้มากจากคนสองคนถูกนำมาผสมกับน้ำ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหาเบาะแสของผู้หญิงคนนั้นได้ว่าเธอคือใคร…

และนั่นก็คือประสบการณ์สุดหลอนของผม

ตั้งแต่ตอนนั้นก็ผ่านมาได้ซัก2สัปดาห์แล้ว ที่ผมได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดแห่งใหม่ ผมเองก็ยังคงไม่รู้ว่าผู้คนนั้นเป็นใครกันแน่ และผมเองก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่เธอทำสิ่งบ้าๆแบบนั้นกับผม และผมก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ผมอย่าได้เจอกับเธออีกเลยตลอดชีวิต

.

.

.

จบบริบูรณ์

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
the-haunted-bar-afraid-of-mail-box

ผมกลัวกล่องจดหมายที่ คอนโด ของผม…

the-haunted-bar-dolphin-ring-แหวน

แหวน โลมาวงนั้น