in

ผมกลัวกล่องจดหมายที่ คอนโด ของผม…

Afraid of Mailbox Part-1

the-haunted-bar-afraid-of-mail-box

เรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ผมยังอยู่ที่ คอนโด ที่เก่า

ซึ่งเรื่องมันได้เกิดขึ้นเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน ก่อนที่ผมจะย้ายมาอยู่ที่คอนโดแห่งใหม่ และผมเองได้ใช้เวลาทำใจอยู่ซักพักก่อนที่จะตัดสินใจที่จะเล่าประสบการณ์ชวนหลอนที่เกิดขึ้นกับผม

และขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าเรื่องที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้มันไม่ได้มีบทสรุปที่ชัดเจนใดๆทั้งสิ้น แต่ผมขอยืนยันเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงที่มาจากประสบการณ์ของผมเอง 100% ซึ่งสำหรับผมนั้นมันเป็นเรื่องที่ผมกลัวไปจนวันตายเลยละ…

เข้าเรื่องเลยนะครับ…

ที่ คอนโด เก่าของผมนั้นจะมีกล่องรับจดหมายกล่องเล็กๆติดอยู่ที่หน้าประตูห้องของผม ซึ่งตัวช่องรับจดหมายของกล่องนั้นจะถูกกั้นไว้ด้วยบานพับที่เป็นแผ่นโลหะ และทุกครั้งมันก็จะมีเสียงกระทบดังให้ผมได้ยินเมื่อมีคนนำจดหมายมาส่ง หรือพยายามที่จะเปิดเจ้าแผ่นบานพับของกล่องจดหมายนี้

ตัวผมเองก็ไม่ได้สังเกตุ และจำไม่ได้ว่าเรื่องผิดปกติมันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อไหร่กันแน่ แต่สิ่งที่ผมจำได้ก็ คือทุกๆครั้งเวลาประมาณตีสาม ผมมักจะได้ยินเสียงของไอ้เจ้าบานพับของกล่องจดหมายนั้นส่งเสียงเหมือนกับมีคนเอาอะไรมาส่ง แต่ว่าผมจะได้ยินเสียงเพียงแค่ตอนบานพับมันเปิดเท่านั้น และดูเหมือนกับว่ามันได้ถูกเปิดค้างเอาไว้เป็นเวลานานมากๆ จนผมเกือบจะลืมไปแล้วว่ามันได้ถูกเปิดอ้าเอาไว้ สุดท้ายผมก็จะได้ยินเสียงของบานพับเหล็กอันนั้นได้ถูกปิดลง ซึ่งมันก็เกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้ก็คือ ผมไม่เคยได้ยินเสียงเท้าของคนที่พยายามเปิดกล่องจดหมายของประตูห้องของผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติเอามากๆเพราะทุกครั้งไม่ว่าใครที่เดินผ่านหน้าห้องผมไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์, คนส่งของ, หรือคนที่อาศัยอยู่ที่ชั้นเดียวกันกับผม ผมก็จะได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกเขาทุกครั้ง แถมระเบียงทางเดินของคอนโดแห่งนี้จะถูกปูไว้ด้วยแผ่นเหล็กกันลื่นอีกชั้นหนึ่ง มันยิ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะเดินตรงระเบียงทางเดินแล้วไม่เกิดเสียงดัง

ตัวผมเองก็เคยได้เลาเรื่องนี้ให้กับเพื่อนของผมฟังซึ่งผมก็มักจะเล่าให้พวกเขาเหมือนกับเป็นเรื่องตลก หรือบางทีก็เล่าให้มันดูน่ากลัวเพื่อที่จะแกล้งพวกเขา ผมไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลอะไรเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งวันที่เกิดเรื่อง ผมคิดอยู่เสมอว่าตัวผมเองไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายซักหน่อย ใครก็ตามที่พยายามก่อกวนหรือพยายามที่จะแอบดูในห้องของผมผ่านทางกล่องจดหมาย ยังไงซะพวกเขาก็มองอะไรไม่เห็นอยู่ดีเพราะมันมีกล่องจดหมายกั้นอยู่

เจ้าคอนโดที่ผมเคยอาศัยอยู่นั้นมันเก่าเอามาก และมันไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นให้มาด้วย ดังนั้นผมเลยตัดสินใจที่จะติดตั้งมันด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการติดตั้งเจ้าIntercom เพื่อที่เวลาที่ใครมากดกริ่งที่ห้องผม ผมจะสามารถมองเห็นคนที่มาติดต่อได้

หรือถึงแม้จะไม่มีใครมากดกริ่งผมก็ยังสามารถที่จะเปิด ”กล้อง” เพื่อมองดูข้างนอกจากภายในของห้องผมได้ เพราะบอกตามตรง ผมเองก็กลัวที่จะต้องมาเปิดประตูเพื่อที่จะเห็นหน้าคนที่มากดกริ่งที่ห้องของผมตอนตีสามตรงๆเหมือนกัน แต่ว่ามันก็เรียกได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผมเช่นกัน…

สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนๆนั้นมักจะปรากฎตัวในเวลาที่ไม่แน่นอน ซึ่งผมเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

วันหนึ่ง, ผมกำลังนั่งดู Youtube อยู่ จู่ๆเสียงของแผ่นบานพับเหล็กก็ได้ดังขึ้นมา

มันมาอีกแล้ว..!!

ผมค่อยๆย่องไปดูที่จอของ intercom ที่ติดอยู่ตรงกำแพงในห้องนั่งเล่น ในตอนนั้นผมคิดอยู่ในหัวว่า ”ขออย่าให้เจออะไรผิดปกติเลยเถอะ” ลืมบอกไปว่ากล้องของ intercom นั้นจะมีมุมกล้องที่จำกัดโดยเฉพาะเรื่องของความสูง คือถ้าเกิดคนๆนั้นเกิดนั่งยองๆแล้วพยายามเปิดบานพับของกล่องจดหมายขึ้นเพื่อที่จะดูข้างในห้องของผม ตัวกล้องนั่นจะไม่สามารถจับภาพของคนๆนั้นได้

แต่ว่ามันอยู่ตรงนั้น…ผมหมายถึงคนๆนั้นยืนอยู่หน้าประตูห้องของผมตัวเป็นเลยๆ…

คือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือนิ้วของเขามากกว่า

คือในตอนนั้นผมเห็นเพียงแค่นิ้วมือของเขายื่นขึ้นมาจากบริเวณด้านล่างของจอ (มุมมองที่ผมมองเห็นผ่านทางจอภาพในห้อง) พยายามขีดข่วนบริเวณเลนส์ของตัวกล้อง คนนี้ได้ย่อตัวลงแล้วพยายามยืดแขนของเขาขึ้นมาตรงบริเวณตัวกล้อง เพื่อที่จะขีดข่วนบริเวณตัวเลนส์ของกล้อง

นี่มันกำลังทำอะไรของมันวะ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันวะเนี่ย?

ผมบอกตรงๆว่าผมไม่เข้าใจในการกระทำของ เขา/เธอ คนนั้นเลยจริงๆ นี่ไม่ใช่พฤตกรรมของคนปกติเขาทำกันแน่นอน ในตอนนั้นผมรู้สึกกลัวจนขนลุกเอามากๆเลย

จากตรงจุดที่ผมยืนอยู่ผมรีบมองสำรวจหน้าต่างและประตูทุกจุดเลยว่าผมได้ล็อคทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ ผมกลับมาดูที่จอของintercomอีกครั้ง มือของเขายังอคงอยู่ตรงนั้น ในตอนนั้นผมค่อยดูที่จออย่างระมัดระวัง แต่ด้วยความกลัวผมเลยไม่ได้จ้องดูอยู่ตลอดเวลา ผมได้แต่ภาวนาให้คนๆเลิกทำพฤติกรรมชวนขนลุกที่หน้าห้องของผมแล้วก็จากไปซะ ไม่ว่าจะด้วยอาการเบื่อ,เหนื่อยหรือจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่

แต่ว่าทุกครั้งที่ผมมองไปที่จอ มือของคนๆนั้นก็ยังคงอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหนเลย

แถมผมยังทำเรื่องผิดพลาดขึ้นอีกต่างหาก

ในตอนนั้นมือของผมกดปุ่ม ”เปิด” การทำงานของกล้องอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เหตุการณ์นี้ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งโดยปกติถ้าผมไม่ได้กดปุ่ม ”เปิด” ค้างไว้ หรือไม่ได้ทำอะไรหน้าจอมันก็จะปิดของมันเอง และทุกครั้งเมื่อจอมอนิเตอร์ปิดลงนั้นมันจะมีเสียงดัง “ปิ๊ป” เพื่อเป็นการเตือนว่าหน้าจอได้ปิดลงแล้ว ซึ่งด้วยความที่ผมตอนนั้นกำลังลงลานด้วยความกลัวนั้นผมก็เผลอปล่อยมือออกปุ่มนั้น…

ปิ๊ป…

เสียงของจอมอนิเตอร์ได้ถูกปิดลง

หลังจากที่สิ้นเสียงของจอที่ได้ถูกปิดลงไป เสียงกดกริ่งก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

Ding-dong, ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,ding-dong,….” (ขอให้เป็นเสียงเอฟเฟคภาษาอังกฤษนะครับ)

หน้าจอแสดงผลก็ได้ถูกเปิดขึ้นมา และสิ่งที่ผมเห็นก็ยังคงเหมือนเดิมคือผมมองไม่เห็นใครเลยนอกจากนิ้วมือของคนๆนั้น.

คือ…ในขณะที่ผมกำลังเขียนเรื่องราวทั้งหมด รวมไปถึงอ่านทบทวนเรื่องราวที่ผมพยายามเรียบเรียงให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันนั้น ผมเชื่อว่าหลายๆท่านจะมองว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไรเลยนี่นา แต่ว่าในตอนนั้นผมบอกตรงๆเลยนะครับว่า ผมเองนั้นกลัวเอามากๆเลยละ

เอาละเข้าเรื่องกันต่อ, หลังจากนั้นผมก็ได้มือของคนๆนั้นพยายามเคาะมาที่กล้องของเจ้าintercomเครื่องนั้น ผมจำไม่ได้ว่าผมทนอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้นนานเท่าไหร่ แต่ผมจำได้ว่ามันผลักดันให้ผมรู้สึกว่าผมต้องทำอะไรสักอย่าง

ผมตัดสินใจค่อยๆย่องออกจากห้องนั่งเล่นผ่านไปยังโถงทางเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ระหว่างผมกับประตูห้อง ใช่แล้วครับในตอนนั้นผมตัดสินใจหลบไปตั้งหลักในห้องน้ำก่อน…

ผมค่อยๆชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับตะโกนขู่คนๆนั้นให้ไปให้พ้นจากหน้าห้องผม

ถ้ามึงไม่เลิกก่อกวนแบบนี้ เดี๋ยวกูจะโทรแจ้งตำรวจแล้วนะเว้ย !!

ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงตอบกลับมาจากอีกด้านของประตูห้อง

อะไรกัน?…ทำไมเรื่องแค่นี้จะต้องแจ้งตำรวจด้วย…?

เสียงที่ผมได้ยินนั้นเป็นเสียงของผู้หญิง…เสียงของเธอนั้นแหลมและแหบแห้งมากๆ ส่วนวิธีการตอบของเธอนั้นค่อนข้างจะดูใสซื่อบริสุทธ์เอามากๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมดูพวกหนังผีหนังสยองขวัญมากไปจนผมคิดไปเองหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ว่าในสถานการณ์ตอนนั้นเสียงของเธอมันน่ากลัวมากๆราวกับหลุดออกมาจากหนังเลยทีเดียว

ผมรวบรวมความกล้าแล้วพยายามตะโกนขู่เธอให้กลัวอีกครั้ง ในตอนนั้นผมไม่สนแล้วจะเป็นผู้หญิงหรือไม่แต่ผมต้องแสดงท่าทางการพูดการจาให้ดูน่ากลัวไว้ก่อน

เฮ้ย กูพูดจริงๆนะเว้ย ถ้ามึงไม่หยุดก่อกวนกูจะโทรแจ้งตำรวจจริงๆนะ!

มึงจะหยุดหรือไม่หยุด?

หลังจากนั้นทุกอย่างก็สงบลง ทุกอย่างเงียบสงัด

ตัวของผมเองงุนงงกับส่งที่เกิดขึ้น ผมเริ่มถามกับตัวเองว่าควรจะทำยังไงต่อดี? แล้วนี่เธอจากไปแล้วจริงๆหรือยัง?

ทันใดนั้นเสียงของบานพับก็ได้ดังขึ้น แต่ในคราวนี้มันได้ถูกเปิดและปิดลงอย่างรวดเร็ว

ตัวของผมนั้นถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ ตัวของผมในตอนนั้นรู้สึกเย็นวูบขึ้นมาทันดี ราวกับว่ามันคือสัญชาติญาณที่กำลังบอกกับผมว่า เธอยังอยู่หน้าประตูห้องของผม และการที่เธอทำการเปิดบานพับของกล่องจดหมายนั่นก็เป็นเครื่องยืนยันการมีตัวตนของเธอนั่นเอง

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องมาเจอกับเรื่องพรรค์นี้ ผมหมายถึงผมต้องมารับมือกับคนที่ผมคิดว่าต้องมีปัญหาทางจิตแน่ๆ และต่อให้คนๆนั้นจะเป็นผู้หญิง และผมเองจะเป็นผู้ชายก็เหอะ ผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าผมจะรับมือกับเธอยังไงดี….

ผมพยายามตั้งสติและทำใจให้สงบ ก่อนที่จะเดินไปที่จอมอนิเตอร์และเปิดกล้องเพื่อตรวจดูสถานการ์ณด้านนอกอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ผมไม่เห็นอะไรเลย…

เหตุการณ์ในคืนนั้นทำเอาผมนอนไม่หลับเลยทีเดียว

 

เช้าวันต่อมา,

ผมเตรียมตัวที่จะออกไปทำงาน หลังจากที่ออกมาจากห้องกำลังจะล็อคประตูห้องผมสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างยื่นออกมาจากกล่องรับจดหมาย และเมื่อผมมองดูใกล้มันทำให้ผมถึงกับตาสว่างในทันที…

สิ่งที่ผมเห็นมันคือเส้นผมของคนและไม่แค่เส้นผมจำนวนหนึ่งนะครับ มันคือเส้นผมจำนวนมาก มากจนแทบจะพูดได้ว่ามันมาจากทั้งหัวของคนๆหนึ่งเลยทีเดียว

ในตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ในตอนนั้นรวมไปถึงผมเองก็สายแล้วด้วย สุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจที่จะจัดการกับปัญหานั่นหลังจากที่ผมกลับจากที่ทำงาน

ช่วงใกล้เลิกงาน, การที่ผมจะต้องกลับบ้านไปจัดการกับเจ้าเส้นผมจำนวนมากติดอยู่ในกล่องรับจดหมายหลังจากเลิกงานนั้น มันเริ่มทำให้ผมลังเลที่จะตรงกลับบ้านในทันทีหลังจากเลิกงาน ด้วยความเครียดและกังวล สุดท้ายผมเลยตัดสินใจที่จะไปดื่มกับเพื่อนร่วมงานก่อนแทนที่จะตรงกลับบ้านในทันที

แล้วเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ, แทนที่การไปดื่มสังสรรค์จะช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้น ผมกลับเริ่มที่จะเป็นกังวลกับการที่ผมอาจจะต้องเผชิญหน้า กับผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งที่หน้าประตูห้องของผมเมื่อผมกลับไปยังคอนโดของผม ผมพยายามคิดในหัวว่าขออย่าให้เจอเธออีกในวันนี้ด้วยเหอะ เพราะผมเองรู้สึกไม่ปลอดภัยจริง และสุดท้ายด้วยความที่ผมกลัวผมเลยตัดสินใจนอนค้างที่ คอนโด ของเพื่อนร่วมงานแทน เพื่อหลีกเลี่ยงที่ผมจะต้องกลับห้องของผมแล้วเผชิญสถานการณ์เหมือนเมื่อคืนกับผู้หญิงคนนั้น

ในคืนนั้นผมหลับสบายมาก อาจจะเพราะด้วยความที่ผมรู้สึกปลอดภัย แต่ว่ามันก็แค่ความรู้สึกปลอดภัยแค่คืนนั้นคืนเดียว เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นผมต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องด้วยความตกใจจากเพื่อนร่วมงานของผม เสียงร้องของเขามันทำให้ผมรู้ได้ในทันทีว่ามันจะต้องมีอะไรที่เกี่ยวของกับผม หรือ ”ผู้หญิงคนนั้น” แน่ๆ

ผมลุกขึ้นและรีบไปดูเพื่อนร่วมงานของผม เขายืนอยู่ตรงที่กล่องรับจดหมายตรงประตูห้องของเขาพร้อมกับก้อนหนังสือพิมพ์จำนวนมากในมือของเขา นอกจากก้อนหนังสือพิมพ์แล้วผมสังเกตุเห็นว่า มันมีก้อนผมจำนวนมากอยู่ในกล่องรับจดหมายด้วยและเส้นผมในคราวนี้นั้นเป็นเส้นผมที่สั้นไม่เหมือนที่เห็นที่ห้องของผม

ผมรู้ในทันทีเลยว่าเธอนั้นได้สะกดรอยตามผมอยู่…

หลังเลิกงาน,

วันนั้นเป็นวันที่ผมไม่มีทางเลือกที่ผมจะต้องกลับไปยัง คอนโด ของผมเนื่องจากว่าผมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมมาได้สามวันแล้ว ผมพยายามขอร้องให้เพื่อนร่วมงานของผมกลับไปที่คอนโดกับผมด้วยแต่เขาก็ปฏิเสธ เนื่องจากเขาไม่อยากที่จะเอาตัวเองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้

สุดท้ายผมก็ต้องกลับไปยังคอนโดของผมเพียงลำพัง บอกตรงๆว่าผมเองกลัวเอามากๆจนมันทำให้ผมทำในสิ่งที่แปลกที่ผมไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตผมเลย

ผมตัดสินใจโทรไปหาพ่อกับแม่ของผมและบอกให้พวกเขาอยู่คุยเป็นเพื่อนผมจนผมกลับถึงห้องของผม มันเป็นเรื่องที่น่าอายมากๆที่ผู้ใหญ่อย่างผมจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่อย่างน้อยถ้าเกิดเหตุอันตรายขึ้นกับผมพวกเขาก็จะได้รับรู้และพยายามหาทางช่วยผม

และเมื่อผมกลับไปถึงคอนโดทุกอย่างดูจะปลอดภัย ไม่มีใครมายืนอยู่หน้าห้องของผม ผมรีบตรงเข้าห้องแล้วรีบล็อคประตู หลังจากนั้นผมรีบเช็คทุกอย่างในห้องไม่ว่าจะใต้เตียง, ห้องน้ำ, ตู้เสื้อผ้า, ระเบียงห้อง, หรือแม้แต่หลังผ้าม่าน รวมไปถึงกลอนประตูทุกอย่างถูกล็อคไว้เรียบร้อยหรือไม่ ซึ่งหลังจากที่ทุกอย่างดูท่าจะเรียบร้อยผมก็เริ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นหน่อย คืนนั้นผมใช้เวลาดูทีวี และพักผ่อนอย่างมีความสุขโดยหวังว่าเธอคนนั้นจะไม่มาปรากฎตัวที่หน้าห้องของผมในคืนนั้น
.

.

.

จบตอนที่ 1

What do you think?

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading…

0
thehauntedbar-hakomawashi-ch4-feature-img

ตุ๊กตา ต้องสาป Hakomawashi | Chapter4

the-haunted-bar-afraid-of-mail-box-part-2

ผมกลัวกล่องจดหมายที่ คอนโด ของผม…